พอน้องเปรยว่าเสื้อผ้าคับเริ่มใส่ไม่ได้หลายชุด

พี่อ้อยน่ารักที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย คุยถึงเครื่องนับก้าวเวลาเราเดิน

อาสาสั่งซื้อกับผู้รับผิดชอบงานออกกำลังกาย และถือมาให้น้องจากจังหวัดเลย

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ พี่ ๆ ทั้งสอง

ในที่สุด เครื่องนับก้าวเดินราคา ๒๐๐ บาท ก็มานอนแอ้งแม้งที่เก๊ะหน้ารถ

ผ่านไป ๔ เดือน สงบนิ่งไม่ไหวติง

ไม่ .... แม้แต่จะลองมาเหน็บเอวสักครั้ง เฮ้อ !!!!

^_,^

กลางเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๘ ตามรอบระยะเวลาตรวจสุขภาพประจำปี

เข้าพบคุณหมอเหมือนทุกปี แต่พิเศษต้องคุยยาว ต่างจากปีที่แล้วที่ผล Lab. ปกติ

มีระดับคลอเรสเตอรอลสูงเล็กน้อย ความดันโลหิตเกินค่าปกติมาอีกหน่อย

อีกสถานการณ์ คือ น้ำหนักเกินมา ๔.๕ กิโลกรัม (ใน ๑ ปี)

ก็รู้ตัวนะ คิดเตรียมการออกกำลังกายตั้งแต่เดือนมีนาคมโน่นแน่ะ

เตรียมนานไปหน่อย น้ำหนักขึ้นเอา ๆ ไม่เกรงใจกันบ้างเลย

ไปเต้นแอโรบิกก็ไม่ค่อยเข้ากับวิถีชีวิต ทำได้ไม่ถึง ๒ สัปดาห์

นี่ละหนา ข้ออ้างสารพันที่จะไม่ลงมือทำ

^_,^

คุณหมอให้คำแนะนำเบื้องต้น แล้วออกมาพบพี่นิตผู้จัดการโรคเรื้อรัง เชี่ยวชาญการ Coaching

เล่าเมนูอาหาร ควรลดอะไรบ้าง ของทอด หวาน มัน เค็ม

ชอบกินผัก ผลไม้อยู่แล้ว ทำให้ปริมาณเกินครึ่งของทุกมื้อ

ผลไม้ไม่หวาน ส้มโอ แอปเปิ้ล แก้วมังกรฯ ชอบ ๆ ฝรั่งที่บ้านก็กำลังลูกดก ลูกอ่อนฟักข้าวต้มเป็นผักได้

ตัดใจลาขาดจากข้าวเหนียว หมูปิ้งนมสดของโปรด แหนมคลุก กะยอทอด แหนมซี่โครงฯ

Mocca แก้วใหญ่ อำลาอย่างอาลัยกันเลยทีเดียว

พี่นิตให้กำลังใจดีเยี่ยม จะใส่เครื่องนับก้าวเดินเหน็บที่เอวเป็นเพื่อน น่ารักจริง ๆ

ทั้งที่หุ่นพี่เขา firm ดีมาก สุขภาพร่างกายปกติดีทุกอย่าง

^_,^

หลักการใหญ่ คือ ต้องเผาผลาญมากกว่าที่กินเข้าไป

เลือกส่วนประกอบที่จะมาปรุงอาหาร เลือกวิธีปรุงอาหารแบบไร้น้ำมัน นึ่ง ต้ม ผัดน้ำ

ลาขาดครีมเทียม อ่านฉลากน้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่ม ไม่เกินวันละ ๖ ช้อนชา (๒๔ กรัม)

กลับบ้านตอนเย็น ก่อนลงรถ เปิดเก๊ะหยิบเครื่องนับก้าวมาลองเหน็บที่เอว

เริ่มทันที

^_,^

กินมื้อเช้าเต็มที่ ห่อข้าวและกับไปกินเอง ค่อย ๆ ลดเค็ม ลดเครื่องปรุงซอส

กินปลาและผักเป็นหลัก ทั้งสดและนึ่ง แกล้มกับลาบปลาตอง นึ่งปลานิล ป่นปลาทู ปลาทูอบ ปลาซาบะอบ

ขยันเดินมากขึ้น ขึ้นบันไดไปติดต่องานบ่อยขึ้น

แรก ๆ ตกเย็นเลิกงานได้ราวสามพันกว่าก้าว

ต่อมาก็สี่ถึงห้าพันก้าว เดินตอนเย็นอีกราวชั่วโมงก็เกินหมื่นก้าว

งดข้าวหรือแป้งในมื้อเย็น กินแต่กับข้าว สลัดผัก ยำทานตะวันอ่อนปลากรอบ แกงจืด

มีซื้อบ้าง ยังอยากแซ่บ ๆ อิ อิ แกงเลียง แกงส้ม แกงเห็ด หมกหยวกกล้วย หมกหน่อไม้

แฮ่ ๆ สักสองทุ่มเริ่มหิวอีก

^_,^

ไปโอดครวญว่าหิวน่ะแหละ พี่นิตให้หาผลไม้ไว้ในตู้เย็น อย่าตุนขนมไว้ในบ้านเหมือนก่อน

พี่นิตให้เคล็ดลับ แอปเปิ้ล ค่ะ แอปเปิ้ล

แวะชั่งน้ำหนักทุกเช้าก่อนเดินเข้าห้องทำงาน

ประกาศทั่วให้รู้ว่าควบคุมน้ำหนัก เป็นหัวข้อสนทนาที่สนุกสนานในช่วงนี้

เพื่อน ๆ เริ่มทักว่าหน้าตอบลง เห็นคอชัดขึ้น คางสองชั้นมานาน ๕ ๕ ๕ ๕

เข้าสัปดาห์ที่เจ็ด กิโลกรัมที่ ๔ เริ่มลดช้าลง ท้อนิดหน่อย

ชอบ ๆ คำพูดพี่นิต .... “กิโลที่สองและสามคุณหมอยังลดได้ กิโลที่ ๔ ก็ต้องได้ คุณหมอมุ่งมั่นเป็นต้นแบบรักสุขภาพได้นะคะเนี่ย” (พี่นิตเข้ามาจับเอว แผ่นหลัง) “ผอมลงตั้งเยอะ สู้ ๆ ค่ะ คุณหมอทำได้อยู่แล้ว”

อืม !!!! คำพูดดี ๆ เนี่ย กำลังใจแข็งแรงขึ้นอีกเยอะแยะ

^_,^

อัตราการลดที่เหมาะสมเดือนละ ๒ กิโลกรัม

วันไหนฝนตก ไม่มีที่เดิน โชคดีที่เคยเรียนโยคะมา ช่วยเผาผลาญและสร้างความอ่อนตัวได้

วันไหนนึกสนุก เล่นฮูลาฮูบบ้าง แต่ไม่เกิน ๑๕ นาที เกรงมีผลต่อกระดูกสันหลัง

ผ่านมาเกือบ ๒ เดือน วันนี้ผ่านที่ ๔.๕ กิโลกรัมไปแล้ว

ถึงวันอังคารหน้าครบ ๒ เดือน ลด ๔.๕ กิโลกรัม ก็ไม่น่ามีปัญหา

ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index) ก็ไม่ถึง ๒๓ แล้ว ถือว่าไม่ท้วม

ยังสนุกสนานและมีความสุขในการกินได้อยู่ กระเพาะค่อย ๆ ปรับ

ไม่รู้สึกหิวหลังสองทุ่มอีกแล้ว

แต่หิวตอนห้าทุ่มนี่ .... อันตราย ต้องรีบนอน เหอ ๆ

^_,^

เอาชุดสวยที่พี่ให้มาเพราะใส่คับแล้ว .... แขวนไว้เห็นชัด

วันศุกร์ใส่ได้แล้ว ดังนั้น หากยังอยากใส่ชุดสวยต่อไปไม่อึดอัด

สบาย ๆ เลือกใส่ชุดไหนก็ได้ ลงอีกสักสองกิโลกรัมน่าจะดี

คราวนี้ยิ่งมีเพื่อน แจกเครื่องนับก้าวเดินให้พี่สาว หลานสาวไป ๖ เครื่อง

บันทึกน้ำหนักไว้เรียบร้อย คอยให้กำลังใจกัน จัดเมนูชูสุขภาพมากขึ้น

วันนี้กินสลัดทูน่าเกินเวลามื้อเย็น .... หลังหกโมงเย็น

มัวแต่เห่อเครื่องตัดหญ้าใช้ไฟฟ้าอันใหม่ น้ำหนักเบาเหมาะมือกับการเผาผลาญแคลอรีอย่างยิ่ง

ชอบมากเสาร์อาทิตย์ ไม่ต้องใส่รองเท้าผ้าใบเดินเพิ่มตอนเย็น

แค่ทำงานบ้าน – งานสวน – ทำอาหารเลี้ยงหมา วันนี้ ๒๐,๘๕๐ ก้าว ๑๑.๒๕ กิโลเมตร

ปกติจันทร์ – ศุกร์ ราวหมื่นสองถึงหมื่นสามพันก้าว

^_,^

จันทร์อังคารที่จะถึงนี้ยิ่งน่าสนุก เตรียมอุปกรณ์และออกแบบกิจกรรมไว้เรียบร้อย

ช่วงที่หนึ่งและสองเป็นกิจกรรมเพื่อ “ลดพุง ลดโรค” ด้านอาหาร ออกกำลังกาย โดยพี่นิต น้องอุ๋ย ทีมกลุ่มการพยาบาล

ช่วงสามนี่ละจะได้พาเพื่อน ๆ กลุ่มเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรัง ช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจของตัวเอง …. สู่อิสรภาพ

เรือนจำ คือ กรงขังร่างกาย

โรคร้าย คือ กรงขังจำกัดอิสรภาพที่จะทำตามปรารถนาหัวใจของตน

ณ วันนี้ที่ยังพอเลือกได้ โปรดสร้างและเลือกทางเดินแห่งรักสู่อิสรภาพ

^_,^

หลับฝันดี .... อย่าได้ตกเป็นทาสยาเคมีและความก้าวหน้าล้ำเลิศทางการแพทย์ใด ๆ เลย ส้าธุ

ราตรีสวัสดิ์นะคะ กัลยาณมิตร GTK ทุกท่าน

^_,^