ฟรีแลนซ์...ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

หลายคนก็เคยให้ข้อคิดว่า..ประเทศชาติ มิใช่เป็นของเราคนเดียว..มันก็ใช่ แต่ถ้าจะให้ดี เราก็ยืดหยุ่นตัวของเรานี่แหละ ทำไปตามกำลัง และทำให้ดีที่สุด..ทุกปัญหามีทางออก โดยเฉพาะในช่วงปลายปีงบประมาณอย่างนี้ ในฐานะผู้บริหาร จะต้องตั้งรับสถานการณ์อย่างชาญฉลาด ..

ผมเพิ่งไปดูหนังเบาสมอง..เรื่อง ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ......เป็นหนังไทยที่ให้อารมณ์ขันแบบกวนๆ ผู้แสดง ให้อารมณ์และความรู้สึก แสดงออกด้วยสีหน้า ท่าทาง และใช้คำพูดแบบง่ายๆ เข้าถึงผู้ชมอย่างตรงไปตรงมา นักแสดงมีไม่มาก แต่มากด้วยความสามารถ ต้องชมผู้กำกับที่เลือกบุคลิกผู้แสดงได้อย่างดีเยี่ยม เสื้อผ้าหน้าผม ก็เป็นแบบธรรมชาติ แทบจะไม่ต้องแต่งเติมเสริมต่อ สอดคล้องกับบทบาท เนื้อหา อาชีพและสถานที่ที่ปรากฎในเรื่องราว...

ผมเป็นคนที่ชอบดูหนัง..แต่นานแล้ว ที่ไม่ได้ดูไปขำไปแบบนี้..อมยิ้ม ก็หลายครั้ง แทบจะขำกลิ้ง..ก็หลายตอน..โดยเฉพาะตอนที่ตัวเอกของเรื่อง ทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเพลิดเพลินจนถึงเช้า ..ตอนที่ไปโรงพยาบาลเอกชน ต้องจ่ายค่ายาแพงเกิน ไปโรงพยาบาลของรัฐ แล้วต้องต่อคิวยาวเหยียด รอจนนั่งหลับ และตอนที่จะนอนให้หลับ แต่กลับนอนไม่หลับเพราะไม่เคยนอนหัวค่ำและคิดมาก..ตลอดจนการยิ้มและการพูดของตัวเอกของเรื่อง..ที่พูดไปตามมารยาท..แต่ใจคิดไปอีกแบบ...ตรงนี้ สัมผัสได้ เพราะใครๆก็ใช้กันอยู่ จึงโดนใจผู้ชมไม่ใช่น้อย

เรื่องนี้..ผู้สร้างผู้กำกับ..ไม่ได้พยายามจะยัดเยียดข้อคิด คติสอนใจอะไรมากมาย อยากให้ชมเรื่องเบาๆขำขำกันไป แต่พอจบเรื่อง มันจะจบลงในใจของผู้ชมเอง ตรงนี้ เป๊ะมาก..สาระสำคัญของเรื่องจะสว่างไสวขึ้นมาทันทีเมื่อหนังจบ..เชื่อว่าหลายคนได้คิดว่า..เราจะทำงานไปเพื่ออะไร ถ้าไม่มีเป้าหมายชีวิต เราจะทำงานไปได้สักแค่ไหน ถ้าเราไม่รักษาสุขภาพ...

หนังเรื่องนี้ มีหลายจุดที่กระชากใจ การใช้วิถีชีวิตแบบง่ายๆ แต่ใช้ร่างกายหักโหมเกินกำลัง เรียกว่าได้ไม่เท่าเสีย สวัสดิภาพและสวัสดิการที่ไม่สอดคล้องต้องกัน การรับประทานแต่อาหารจานด่วน การใช้ชีวิตที่พึ่งพิงแต่เทคโนโลยีที่ฉาบฉวย จนลืมดื่มด่ำกับธรรมชาติใกล้ตัว..การโหยหา.."เงิน"..ที่ลืมนึกไปว่า..ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญมากกว่า..

ผมดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว..มีหลายช่วงหลายตอน ที่ตรงกับชีวิตจริงของผม ..ถ้าในอดีต ผมก็เคยดูหนังสือเตรียมสอบจนสว่างคาตา เคยทำผลงานทางวิชาการแบบไม่ได้หลับได้นอน และทำงานที่เจ้านายมอบหมาย จนประสบผลสำเร็จ..แต่ต่อมาผมก็สลบ จนถึงเข้าโรงพยาบาล..นั่นคืออดีต..ในวัยหนุ่ม ที่ไม่หวนกลับมาและไม่อาจทำได้อีกแล้ว

แต่ถึงทุกวันนี้..เป็นผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก ก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอ..ของการใช้ชีวิตหนักๆในบางวัน..ก็ยังนึกถึงเหมือนชื่อหนัง..ว่าห้ามป่วย ห้ามพัก..(แต่จงรักในงานต่อไป.).บางวันครูลากิจ ครูลาป่วย ตรงกับวันที่มีครูไปอบรมสัมมนา มาเป็นแพ็คเก็ต ผมต้องรับหน้าที่สอนแทน ๒ - ๓ ห้อง..จนต้องตระหนักว่า ห้ามพัก ห้ามป่วย..มิฉะนั้น นาวาลำนี้(โรงเรียน)ไปไม่รอดแน่

เพื่อนหลายคนก็เคยให้ข้อคิดว่า..ประเทศชาติ มิใช่เป็นของเราคนเดียว..มันก็ใช่ แต่ถ้าจะให้ดี เราก็ยืดหยุ่นตัวของเรานี่แหละ ทำไปตามกำลัง และทำให้ดีที่สุด..ทุกปัญหามีทางออก โดยเฉพาะในช่วงปลายปีงบประมาณอย่างนี้ ในฐานะผู้บริหาร จะต้องตั้งรับสถานการณ์อย่างชาญฉลาด ..

เมื่อครูไม่อยู่ ครูอยู่ไม่ครบ..ผมจะใช้ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ ใช้ครูตู้ช่วยสอน ให้พี่ช่วยสอนน้องและใช้งานศิลปะสร้างสรรค์และ..ดนตรี..เข้ามาเสริมพัฒนาการทางสมอง..ผมจะไม่ปล่อยให้นักเรียนเล่นตามลำพังที่สนามเด็กเล่น BBL เป็นเด็ดขาด..เพราะยังมีความเชื่อว่า..การพัฒนาทางวัตถุแบบนี้..และให้เด็กเล่นโดยขาดการควบคุม..อันตรายอย่างยิ่ง..ครับ

พูดถึงเรื่อง..ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ อยู่ดีๆ ไฉนจึงมาจบลงตรง BBL..ได้เนี่ย..เชื่อเลย

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๗ กันยายน ๒๕๕๘



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

เขียนเมื่อ 

สนามเด็กเล่น ต้นเหตุ..คือ...เอ๋อ..ใช่ไหมคะ..ท่านอาจารย์..(ชอบเอ๋อค่ะ)..

เขียนเมื่อ 

สุดยอดเลยครับ ทำการเชื่อมโยงระหว่างหนังกับชีวิตจริงได้

เขียนเมื่อ 

ตั้งใจว่าถ้ามีโอกาส

จะไปดูหนังเรื่องนี้ครับ