แพ้ยาชุด

Dr. Ple
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

วันก่อนคนไข้ไปชื้อยาชุดมารับประทาน.....แต่ปรากฎว่าตนเองแพ้ยา...โดยที่ตนเองก็ไม่รู้ตัว .... รู้แต่ว่าตัวแดงไปทั้งตัว...เริ่มมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวกแล้วค่ะ

อาการแพ้ยาเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยๆ โดยเฉพาะในคนที่มีประวัติแพ้ยาชนิดหนึ่งชนิดใดมาก่อนและคนที่มีประวัติของโรคภูมิแพ้.... ดังนั้นในการใช้ยาจึงควรระมัดระวังในเรื่องนี้มากไม่ควรใช้อย่างพร่ำเพรื่อ ใช้เกินความจำเป็น หรือไปชื้อยาชุดที่ไม่มีเภสัชกรประจำร้านมาทานเองนะคะ

อาการ

1. ในรายที่มีอาการแพ้อ่อนๆ อาจมีเพียงลมพิษ ผื่นคัน หรือมีผื่นแดง จุดแดงหรือตุ่มใสเล็กๆขึ้นทั่วตัว หน้าบวม หนังตาบวม ริมฝีปากบวม มักเกิดจากการกินยาเม็ด เช่น แอสไพริน เพนวี แอมพิซิลลิน ยาประเภทซัลฟา
2. ในรายที่มีอาการแพ้ขนาดกลาง อาจมีอาการใจสั่น แน่นหน้าอก คลื่นไส้อาเจียน หรือหายใจขัดคล้ายหืด มักเกิดจากการใช้ยาฉีด
3. ในรายที่เป็นรุนแรง จะมีอาการเป็นลม ตัวเย็น ชีพจรเบาเร็ว ความดันต่ำ และหยุดหายใจ มักเกิดหลังจากฉีดยาประเภทเพนิซิลลิน หรือเซรุ่มในทันทีทันใด บางครั้งอาจถึงแก่ความตาย ได้เราเรียกอาการแพ้ยารุนแรงชนิดนี้ว่า ช็อกจากการแพ้ (Anaphylactic shock)หรือ อาจพบเป็นลักษณะพุพอง หนังเปื่อยลอกทั้งตัวคล้ายถูกไฟลวก ปากเปื่อย ตาอักเสบ ท่อปัสสาวะอักเสบ มีไข้ ซึ่งเรียกว่ากลุ่มอาการ สตีเวนจอห์นสัน (Stevens Johnson Syndrome)
4. ในการแพ้เลือด หรือ น้ำเกลือ มักมีอาการไข้ หนาวสั่นหรือลมพิษขึ้น โดยทั่วไป ยาชนิดฉีดจะทำให้เกิดอาการรุนแรงและรวดเร็วมากกว่าชนิดกิน

การักษา

1. ในรายที่มีอาการแพ้อ่อนๆ ให้เลิกใช้ยาที่แพ้ แล้วให้ยาแก้แพ้ เช่น คลอร์เฟนิรามีน หรือ ไดเฟนไฮดรามีน ฝ-1 หลอด ฉีด เข้ากล้าม หรือให้อย่างเม็ดกินวันละ 3-4 ครั้ง ๆละ 1/2 -1 เม็ด จนกว่าจะหาย
2. ในรายที่มีอาการขนาดปานกลาง หรือรุนแรง ให้ฉีดแอดรีนาลีน 0.3-0.5 มล. หรือ สเตอรอยด์ เช่น เดกซาเมทาโซน 1-2 หลอด เข้ากล้ามหรือเข้าเส้นเลือดันที ถ้าไม่ดีขึ้นให้ส่งโรงพยาบาลด่วน
3. ในรายที่หยุดหายใจ ให้ทำการปอด พร้อมกับฉีดยาแอดรีนาลีน
4. ในรายที่เป็นแบบกลุ่มสตีเวนจอห์นสัน ให้เลิกใช้ยาที่แพ้ ให้ยาแก้แพ้ หรือสเตอรอยด์แล้วส่งโรงพยาบาลทันที เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อ กลายเป็นโลหิตเป็นพิษถึงตายได้

การป้องกัน

1. ทุกครั้งที่ให้ยา ควรถามประวัติการแพ้ยาในอดีตที่ผ่านมา และประวัติโรคภูมิแพ้ของผู้ป่วยและในครอบครัวของผู้ป่วย ถ้ามีประวัติเหล่านี้ ควรระมัดระวังในการใช้ยาให้มาก และควรแนะนำให้ผู้ป่วยสังเกตดูอาการแพ้ยาที่อาจเกิดขึ้น ถ้ามีอาการให้รีบหยุดยา แล้วกลับไปหาหมอที่รักษาทันที
2. อย่าฉีดยาอย่างพร่ำเพรื่อ ทุกครั้งที่ฉีดยาโดยเฉพาะยาที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ง่าย เช่น เพนิซิลลิน หรือเซรุ่ม ควรทำการทดสอบผิวหนังก่อน และควรมียาแก้แพ้ สเตอรอยด์ และแอดรีนาลีน ตลอดจนอุปกรณ์ในการช่วยผายปอดไว้ให้พร้อม
3. ถ้าพบผู้ป่วยแพ้ยา ควรแนะนำให้ผู้ป่วยรู้ว่าแพ้ยาอะไร และห้ามกินยาชนิดนั้นๆ หรือยายี่ห้อต่างๆ ที่เข้ายาชนิดนั้นอีกต่อไป และแนะนำผู้ป่วยว่าทุกครั้งที่หาหมอควรจะบอกหมอว่าเคยแพ้ยาอะไร
4. อาการแพ้ยา มักจะเกิดเมื่อผู้ป่วยเคยได้รับยาชนิดนั้นมาก่อนหลายๆ ครั้ง ในทารกหรือเด็กอ่อนที่ไม่ได้รับยามาก่อน จึงมีโอกาสแพ้ยาน้อย ส่วนคนที่เคยได้รับยา (โดยเฉพาะยาฉีด) มาก่อนหลายๆครั้ง โอกาสที่จะแพ้ยาชนิดนั้นก็สูงขึ้นตามลำดับ ดังนั้นยิ่งใช้ยาบ่อยครั้งขึ้นเท่าไหร่ ก็พึงระวังการเกิดอาการแพ้มากขึ้นเท่านั้น


รุปได้ว่า .... อาการแพ้ยาเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยๆ ... ดังนั้นในการใช้ยาจึงควรระมัดระวัง ในเรื่องนี้มากไม่ควรใช้อย่างพร่ำเพรื่อ ใช้เกินความจำเป็น หรือไปชื้อยาชุดที่ ไม่มี เภสัชกรประจำร้านมาทานเองนะคะ .... อย่าฉีดยาอย่างพร่ำเพรื่อ ทุกครั้งที่ฉีดยาโดยเฉพาะยาที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ง่าย เช่น เพนิซิลลิน แอสไพริน เพนวี แอมพิซิลลิน ยาประเภทซัลฟาหรือ เซรุ่มนะคะ รวมไปถึงแพ้สารในการให้เลือด หรือ สารในน้ำเกลือ ซึ่งอันตรายรายถึงตายได้นะคะ ... ดังนั้นเวลาป่วยไม่ควรอย่างยิ่งที่จะไปชื้อยาชุดมารับประทานนะคะ ท่านอาจจะแพ้ยาและการแพ้ยามีระดับความรุนแรงก็มีหลายๆ ระดับด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

7 กันยายน 2558

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สมศรี นวรัตน์ ศิษย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์



ความเห็น (7)

น่ากลัวมากๆสำหรับอาการป่วยข้างเคียงเช่นนี้ ขอบคุณมากที่ให้ความรู้เรื่องดีเช่นนี้ค่ะ..

เขียนเมื่อ 

ตามบ้านนอกกรุง ในกรุง คนจน ซื้อยาชุดใช้..ค่ะ...เรามีโรงพยาบาล..ที่รักษาแต่คน มีเงิน นะเจ้าคะ...

สามสิบบาท รักษาทุกโรค..ที่จริงดี้ดีนะคะ...แต่ได้ยินมาว่า..คุณหมอๆ รพ.ส่วนใหญ่ไม่ชอบ..เพราะ น้อยไป.ใช่ไหมคะ...สมัยหนึ่ง..ลูกหลานรวมทั้งยายธี..อยู่บ้านนอกก็ใช้บริการนี้..นะเจ้าคะ...หลานเคยมีปัญหาเกี่ยวกับเท้าเรื่องกระดูก..ได้รับการรักษาจากหมอกระดูกไดัรับรองเท้าฟรี..(เหมือนเยอรมันเลยเจ้าค่ะ..แต่ต่อๆมา..ไปหาหมอมีบัตรสามสิบบาท..เค้าจะเมินหน้าหนี..แล้วบอกว่าใช้ไม่ได้ครับ..)..อิอิ

มีดอกไม้มาฝากมีรักมามอบให้เป็นขวัญกำลังใจกันและกัน..เจ้าค่ะ..

เขียนเมื่อ 

ทีหลัง ผมจะกินยาอะไร ต้องปรึกษาเภสัชแล้วหละครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ ตอนนี้น่าจะกำลังแพ้อะไรอยู่พอดีค่ะ เป็นผื่นแดงที่ลำคอ เอามือลูบรู้สึกสาก เป็นตุ่มเล็ก ๆค่ะ เป็นมา 3 วัน เริ่มจากคันเล็กน้อยก็เกาเบา ๆ สองสามครั้ง แดงไม่หายเลย กำลังสงสัยยาวิตามินบำรุงปลายประสาท บี1 6 12 ที่รับครั้งแรกสามวันที่ผ่านมาพอดี เปลี่ยนจาก บี 12 ไม่ค่อยอยากทานยาแก้แพ้ค่ะ เป็นไปได้มั้ยคะคุณหมอ..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/594498

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ อ. สำหรับความรู้ในภัยใกล้ตัวนี้

ซึ่งปัญหานี้อยู่คู่กับคนไทยมานานและคงจะอยู่ต่อไปเพราะ

ดั่งที่อ. ยายธี ได้เขียนไว้แล้วว่า คนจนซื้อยาชุดใช้
รวมถึงคนรวยก็ซื้อยาชุดใช้เพราะกฎหมายไทยปล่อยให้คนไทยเข้าถึงยาได้โดยง่าย

และแม้กฎหมายจะบังคับให้มีเภสัชกรประจำร้าน
แต่ในความเป็นจริงเรามักพบผู้ที่ให้คำแนะนำและจัดยาให้
สวมเสื้อคล้ายเภสัชกรแต่จริงๆไม่ได้เป็นเภสัชกร
และไม่มีความรู้เรื่องยาจริง เพียงแต่จำชื่อยาและสรรพคุณของยาได้

สุดท้ายคือคณะกรรมการในแพทยสภาส่วนหนึ่งเป็นกรรมการของโรงพยาบาลใหญ่ๆ
กฎหมายที่ออกมาจึงมักไม่คุ้มครองผู้บริโภคแต่เอื้อประโยชน์ให้แก่
กลุ่มของโรงพยาบาลและบริษัทยามากกว่า

เขียนเมื่อ 

อาการแพ้ยา

มีหลายแบบมากเลยนะครับ

ขอบคุณมากๆครับพี่เปิ้ล

มีประโยชน์มากๆเลยครับ