ไม่รอ..ไม่ท้อ..อดทน

ขอบคุณ..แรงบันดาลใจ..ของผม ขอบคุณสมุดบันทึกงาน..ที่ทำให้เห็นภาพกิจกรรมตลอดแนว และขอบคุณบันทึกนี้..ที่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น..ที่ทำให้รู้สึกไม่ต้องรอครูใหม่ ไม่ต้องท้ออะไรทั้งนั้น..อดทน สู้งาน และทำงานให้มีความสุขก็พอ

ผมเดินทางกลับ..หลังจากไปทำธุระสำคัญที่กรุงเทพ..เกิดแรงบันดาลใจบางสิ่งบางอย่าง ที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน ความเหนื่อยล้าจากงาน ความสับสนในนโยบาย เรื่องราวอีกหลากหลาย ทำให้คิดอะไรไม่ออก บอกไม่ถูก การเข้ากรุงเทพเหมือนได้ตั้งหลัก พอได้หลักคิดมาประยุกต์ใช้ ทำให้อยากไปต่อ..ไปในเส้นทางที่พอไปได้..ที่ไม่เบียดเบียนตัวเองจนเกินไป..

ความคิดเกิดขึ้นในขณะที่ขับรถ ค่อยๆลำดับเหตุการณ์ ที่ล้วนแต่เป็นงานในโรงเรียน..มือจับพวงมาลัยรถ ตาจับจ้องมองถนน สี่โมงเย็น..แสงแดดยังจ้าแจ่ม เหมือนความคิดที่เริ่มจะบรรเจิด เกิดมุมมองที่จะต้องบริหารจัดการบางสิ่งบางอย่าง ที่ให้งาน..เดินต่อไปได้

ผมเริ่มง่วงนอน ผมขับรถต่อไปไม่ได้แล้ว ตาจะปิดลงอยู่ตลอดเวลา พักสายตาสักสิบนาทีจะดีกว่า เลี้ยวรถเข้าร่มไม้ข้างทาง ดับเครื่องยนต์ เปิดกระจกรถ เอนตัวเล็กน้อย รู้สึกผ่อนคลาย เมื่อได้หลับตา ร่างกายก็ว่าง่าย ตอบรับทันที พร้อมที่จะหลับได้ไม่มีฝืน..เพียงชั่วครู่...

ก่อนจะหลับสนิท อดคิดไม่ได้ ทำไมผู้บริหารโรงเรียนเล็กๆ จึงมักจะเป็นเช่นนี้ นอกจากงานบริหารแล้ว ยังต้องช่วยจัดการเรียนการสอน ลงมาช่วยครูดูแลนักเรียน เป็นครูผู้สอนด้วยอีกคนหนึ่ง ถามตัวเองว่า..ยังไม่คุ้นเคยอีกหรือ ในเมื่อเกือบสิบปีที่ผ่านมา จะพบเหตุการณ์เช่นนี้อยู่หลายครั้งหลายครา คือ ๒ - ๓ ปี จะมีครูย้ายออกไป และจะรอคอยอยู่นานนับเดือนเสมอ บางครั้งก็เกือบห้าเดือนทีเดียว..ทั้งที่มีตำแหน่งว่าง แต่การจัดการของเขตพื้นที่ ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ผมคิด..

ผมอยากหลับยาวๆ..เสียแล้ว..ร่างกายเหนื่อยอ่อน เมื่อนโยบายต้นสังกัดให้ความสำคัญกับนักเรียนชั้น ป.๑ ป. ๒ นักเรียนต้องอ่านคล่องเขียนคล่อง ครูคนหนึ่ง จะสอนควบสองชั้น คงเป็นไปไม่ได้..ดังนั้น..จึงต้องตกหนักที่ผม ที่ต้องรับผิดชอบเด็กโต..ป.๕ - ๖..มาตลอดเดือนเศษ..และเขตบอกยังไม่มีกำหนดการ..เรียกบรรจุครู..

ผมหยุดคิด ผมจะหลับแล้ว..เพื่อจะได้มีแรงเดินทางต่อ..ผมหลับสนิท..เหมือนได้นอนบนที่นอนอันอ่อนนุ่ม ห่มผ้าอย่างอบอุ่น ช่างเป็นช่วงเวลาที่สุขสบายจริงๆ...

ลมกรรโชกแรง พัดวูบเข้ามาในรถ ผมสะดุ้งตื่น ดูเวลาแล้ว หลับไปกว่าครึ่งชั่วโมง..มองไปข้างหน้า เมฆหนาดำทะมึน ต้องออกรถแล้ว ถ้ายังนอนต่อมีหวังมืดค่ำแน่ เคลื่อนรถออกมาไม่ทันไร ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก มองแทบไม่เห็นทาง ผมเปิดไฟหน้ารถ พยายามขับประคองรถไปช้าๆ ตาเพ่งมองถนนจนแทบไม่ได้กระพริบตา ไม่กล้าจอดแวะข้างทาง คิดว่าขับไปเรื่อยๆ ไม่ประมาท ก็คงไม่มีอันตรายใดๆ

การขับรถท่ามกลางสายฝน รู้สึกหนาวเย็นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ระยะทางยังอีกไม่ไกล แต่ก็ยังไม่ถึงง่ายๆ และดูเหมือนจะไกลออกไปทุกที เอาอย่างนี้ดีกว่า..ใช้ช่วงเวลาที่สงบเงียบและมีสมาธิมากที่สุดนี้..คิดบางสิ่งบางอย่างให้ลงตัวไปเลย..

ถามตัวเองว่า..ทำงานทุกวันนี้มีความทุกข์ใช่ไหม..ใช่..แล้วทุกข์เพราะอะไร..ทำไมไม่ทำให้ชีวิตสบายๆ ง่าย..และมีความสุข..กับงาน..คิดอะไรอยู่รึ.. ครับ..ผมขาดแรงบันดาลใจไปชั่วขณะ..ถ้า..ใจ..ไม่หวั่นไหว มีใจที่มั่นคง ใจ..จะบันดาลแรง ให้ไม่รู้สึกท้อ..ในอุปสรรคและความขาดแคลน..ลืมนึกไปว่า..หน้าที่ของเราคืออะไร เราไม่มีอำนาจไปสั่งการใครได้ แต่เราสั่งตัวเองได้..วางแผนจัดการให้ตัวเองมีความสุข สนุกกับการทำงานได้..ทุกวัน..แล้วเราจะรอ จะท้อไปใย..งานอะไรที่เราสับสน สิ่งใดที่อยากทำ แล้วยังไม่ได้ทำ ต้องทำวันนี้เลย เพื่อเรียกความเชื่อมั่นในตนเองกลับคืนมา..

ครับ..กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยไร้กังวล รีบคว้าสมุดเล่มใหญ่ ทำตารางประจำวันทันที พรุ่งนี้..ผมจะสอนอะไรบ้าง วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม กิจกรรมเสริมทักษะนอกห้องเรียน จะใช้ช่วงไหน มีกิจกรรมใดที่ยังทำไม่สำเร็จและไม่ต่อเนื่อง จะนำกลับมาทบทวน ตลอดจนงานธุรการโรงเรียน..จะต้องเริ่มสะสางแล้ว..โดยผ่านการบันทึกการทำงานในรอบวัน..ให้ชัดเจน..โดยยึดคติ..ท ท ท (ทำทันที)

ขอบคุณ..แรงบันดาลใจ..ของผม ขอบคุณสมุดบันทึกงาน..ที่ทำให้เห็นภาพกิจกรรมตลอดแนว และขอบคุณบันทึกนี้..ที่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น..ที่ทำให้รู้สึกไม่ต้องรอครูใหม่ ไม่ต้องท้ออะไรทั้งนั้น..อดทน สู้งาน และทำงานให้มีความสุขก็พอ

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๖ กันยายน ๒๕๕๘




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ชื่นชมในการทำงานค่ะ

เขียนเมื่อ 

หวัดดีท่าน หนังสือเล่มเล็กที่จะส่งไปประกวดกับคุณมะเดื่อ

ได้กี่เล่มจ๊ะ รออยู่จ้าา