กาฐมาณฑุ : รอวันเธอคืนมา

ธงไทยควรจะต้องมาโบกสะบัดที่นี่ ทั้งในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ ทั้งในฐานะที่ประเทศเนปาลคือมาตุภูมิของพระพุทธศาสนา และในฐานะที่เรามีประวัติศาสตร์ที่ดีร่วมกัน

กาฐมาณฑุ : รอวันเธอคืนมา


สำหรับคนหลายคน เต็นท์และถุงนอน คือ เครื่องหมายของนักเดินทางคือ สัญลักษณ์ของการผจญภัยที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน และน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่โหยหาความอิสระและรักธรรมชาติ

แต่ สำหรับพี่น้องชาวเนปาลในหลาย ๆ พื้นที่ “เต็นท์” หมายถึง การผจญภัยที่น่าสะพรึงกลัวมากกว่าน่าสนุกถ้าเปรียบพวกเขาเป็น “นักเดินทาง” ก็คงเป็นนักเดินทางที่มีสัจธรรมเป็นดั่งกัลยาณมิตร ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่ชีวิตก็ต้อง “ดำเนินต่อไป” อย่างตระหนักรู้ถึงคำว่า “การเปลี่ยนแปลง” และ “ความไแน่นอน”

เด็ก ๆ หลายคนกลายเป็นเด็กกำพร้า เพียงแค่ชั่วเวลาการขยับตัวของเปลือกโลก

เด็ก ๆ หลายคนกำลังกลายเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์

เด็ก ๆ ที่เหลืออยู่ในหมู่บ้านจำนวนหนึ่งไม่ได้กลับไปเรียนหนังสือ

ส่วนโรงเรียนที่ยังคงจัดการเรียนการสอนอยู่ ก็ต้องเลือกพื้นที่ว่างๆ เพื่อกางเต็นท์เป็นโรงเรียนชั่วคราวโรงเรียนชั่วคราวแห่งหนึ่งบนยอดเขาใกล้กับจุดศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหวเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา มีนักเรียนอยู่ประมาณ 6-7 ห้องเรียน รวมกันอยู่ในอาคารเล็ก ๆ หลังหนึ่งกับเต็นท์สามหลังที่ขึงกางอยู่บนหน้าผา เรียกได้ว่า หน้าโรงเรียนติดถนนเลียบเขาที่ไม่มีแม้กระทั่งทางเท้า ส่วนด้านหลังโรงเรียน คือหุบเขากว้างใหญ่

แต่ฉันก็ยังเห็นรอยยิ้มและได้ยินเสียงหัวเราะของพวกเขา

นอกจากเต็นท์จะหมายถึงโรงเรียนชั่วคราวแล้ว เต็นท์ยังเป็น “บ้าน” อีกด้วยบ้านที่ดีขึ้นมาหน่อยคือบ้านที่ใช้อิฐก่อขึ้นเป็นโครงอย่างหยาบ ๆแล้วใช้สังกะสีกั้นตีทาบเป็นผนังและมุงทับเป็นหลังคาแม้กลางวันจะกรุ่นร้อนด้วยกระไอแดด แต่สำหรับประเทศที่อากาศเย็นถึงเย็นมากตลอดทั้งปี อย่างเช่นเนปาลนั้น การมีบ้านเล็ก ๆ ล้อมกรอบด้วยสังกะสี ก็นับว่าพอแล้วที่จะทำให้หลับได้ในค่ำคืนอันหนาวเหน็บหรือในคืนที่ฝนพรำ

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาฉันได้มีโอกาสติดตามคณะสงฆ์ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ไปช่วยเหลือและเยี่ยมเยียนชาวกาฐมาณฑุที่ประสบภัยแผ่นดินไหว โดยมีรองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเป็นคณะผู้นำ ซึ่งประกอบด้วย พระเทพวิสุทธิกวี (เกษม สัญญโต) พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) และพระครูปรีชาธรรมวิธาน (สำเร็จ ภูริจิตฺโต) พร้อมทีมงานอีกประมาณ 10 รูป/คน

ตลอดสามวันในกาฐมาณฑุ คณะของเราได้รับการอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดีจากญาติพี่น้องของท่านเจ้าคุณอนิลมาน ความสะดวกในที่นี้ มิได้หมายถึงความสบาย แต่เป็นความราบรื่นที่ทำให้เราทำงานได้เต็มที่ เต็มเวลา และเต็มประสิทธิภาพตามเป้าหมายทุกประการ

ในบ่ายวันแรกที่เดินทางไปถึง เราได้มีโอกาสไปสำรวจความเสียหายที่วัดสวยัมภูนาถ วัดเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 2,000 ปีทั้งได้เข้าเยี่ยมเยียนและมอบแผ่นสังกะสีให้กับชาวบ้าน 90 ครัวเรือน ที่กลายเป็นคนไร้บ้านมอบผ้าห่มให้ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 77 ปี จำนวน 170 คน และเงินขวัญถุงอีกคนละ 1,000 รูปี ส่วนในวันที่สองและวันที่สาม ก็ทำกิจกรรมแบบเดียวกันทั้งในหมู่บ้านของคนวรรณะจัณฑาล ย่านเจาตารา บนภูสูงเสียดฟ้า ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหว และในวัดไทยที่ชื่อว่า วัดสิริกิติ์ และวัดสิทธิปูระ

แผ่นสังกะสี เป็นวัสดุจำเป็นที่จะรองรับเรื่องที่พักอาศัย ช่วงนี้ยิ่งใกล้หน้าฝน ฉันนึกไม่ออกเลยว่า พวกเขาจะนอนจะอยู่กันอย่างไรภารกิจของพระคุณเจ้าและชาวคณะในครั้งนี้ จึงสร้างอานิสงส์ให้คน 390 ครอบครัวได้มีที่อยู่อาศัย ผู้สูงอายุ 900 คนมีผ้าห่มใช้ และมีเงินขวัญถุงนอกนั้นก็เป็นสิ่งละอันพันละน้อยเช่น ยาสามัญประจำบ้าน ยาหม่อง และขนมนมเนยสำหรับเด็กๆ

“ปัจจัยที่เรานำมาซื้อของนี้ ได้มาจากสามส่วน คือ การระดมการรับบริจาคของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, โครงการน้ำพระทัยสมเด็จพระสังฆราช และคณะสงฆ์เถรวาทอินโดนีเซีย แผ่นสังกะสีเราสั่งซื้อที่นี่ ผ้าห่มขนเอามาจากเมืองไทย ส่วนสิ่งของอื่น ๆ ก็เป็นของที่มีผู้บริจาคมากับคณะของเรา หากรวมปัจจัยขวัญถุงที่มอบให้กับผู้สูงอายุด้วย ทั้งหมดก็เป็นเงินร่วมสองล้านบาท” ท่านเจ้าคุณอนิลมาน ให้ข้อมูลเพิ่มเติม


การที่คณะของเรา “เข้าถึง” คนที่ขาดแคลนและจำเป็นอย่างแท้จริงได้ ก็ด้วยการประสานงานและการจัดการของคนภายในเองนับตั้งแต่การสำรวจความเสียหาย การสำรวจความต้องการและความจำเป็น การนัดหมายกับชาวบ้าน และการจัดระบบการเข้ารับสิ่งของหาไม่แล้วข้าวของทั้งหลายเหล่านี้ก็คงถูกนำไปกองรวมกันไว้ที่ด้านนอกของสนามบิน และในโกดังใหญ่แห่งหนึ่งบนถนนเข้าเมืองเหมือนกับสิ่งของบริจาคที่มาจากทั่วโลก ... คล้ายกับว่าไม่รู้จะจัดการอย่างไร

ฉันว่า การจัดการภัยพิบัตินั้นเป็นเรื่องยาก แต่บางทีการบำบัดและการเยียวยาหลังจากที่เหตุการณ์ผ่านไปแล้วอาจยากเสียยิ่งกว่า

ภาพที่ได้เห็นตลอดทางในทุกหมู่บ้านที่เราย่ำเท้าเข้าไปจึงยังคงไว้ซึ่งซากปรักหักพังทั้งแบบถล่มทลาย ทั้งแบบแตกร้าวเป็นรอยกากบาท และบ้างก็ยังคงยืนอยู่ได้ด้วยไม้ค้ำเอนการเดินทางในหลายช่วงหลายตอนต้องใช้วิธีการป่ายปีนไปตามเนินดินและกองหินเสียด้วยซ้ำ

ส่วนสถานที่สำคัญ ๆ ของทางราชการหรือมรดกโลก เช่น ย่านพระราชวังเก่า หนุมานโธกาหรือวัด สวยัมภูนาถอาจได้รับการดูแลเป็นอย่างดีหน่อยในเรื่องการจัดระเบียบทางเดิน ให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงดงามของศิลปะเนปาลที่ผสมผสานเข้ากับสัจธรรมของการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปหากฉันก็ยังมองไม่เห็นว่า อีกกี่เดือน กี่ปีที่ภาพดี ๆ ในคืนวันเก่า ๆ ของสถานที่สำคัญเหล่านี้ จะกลับคืนมาดังเดิม ยิ่งในหมู่บ้านที่ห่างไกลด้วยแล้ว ก็ยิ่งห่างไกลจากจินตนาการนี้มากขึ้น

สำหรับงานด้านการฟื้นฟูและเยียวยาจิตใจชาวบ้านผู้ประสบภัย ท่านเจ้าคุณอนิลมาน คนของทั้งสองประเทศ กล่าวว่า “เราจะจัดพิธีสวดมนต์ใหญ่กลางหมู่บ้านเพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งเลวร้ายออกไปโดยพิธีนี้ก็จำลองมาจากเหตุการณ์ครั้งพุทธกาลในยามที่เกิดโรคระบาด เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ ชาวบ้านเขากลัวนะ ถึงตอนนี้เขาก็ยังอยู่กันด้วยความหวาดกลัว”

อีกบทบาทหนึ่งที่น้อยคนนักจะทราบ คือ การที่ท่านได้ทำหน้าที่ “ทูตทางวัฒนธรรม” เชื่อมสันถวะไมตรีระหว่างไทยกับเนปาลบนเส้นทางสายธรรมมาโดยตลอด ... แม้ถึงวันนี้

“คนที่มาต้อนรับพวกเราที่พระราชวังเก่า หนุมานโธกา คือ อธิบดีกรมโบราณคดี ซึ่งในวันนี้เราก็ได้คุยและวางแผนร่วมกันว่าจะทำอะไรบ้าง ก่อนหลัง อย่างไร ขณะเดียวกันอาตมภาพก็กำลังคุยเรื่องนี้กับกระทรวงวัฒนธรรมของไทยด้วยว่า จะสนับสนุนงบประมาณตรงไหน อะไรบ้าง ธงไทยควรจะต้องมาโบกสะบัดที่นี่ ทั้งในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ ทั้งในฐานะที่ประเทศเนปาลคือมาตุภูมิของพระพุทธศาสนา และในฐานะที่เรามีประวัติศาสตร์ที่ดีร่วมกัน อย่างเช่นที่วัดสิริกิติ์ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชก็ได้เคยร่วมสร้าง”

เกือบสามเดือนมานี่แล้วที่เราได้ร่วม “เช็ดน้ำตา หลั่งน้ำใจ ให้เนปาล”ฉันก็ได้แต่หวังว่าคงจะมีสักวันหนึ่ง...วันนั้น... วันที่ฝันร้ายของเธอจะหายไป แล้ววันใหม่ที่ดีกว่าจะคืนมาโดยเร็ว


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เก็บตกจากชุมชน



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

สาธุๆเลยครับ

ไปกันหลายท่านเลยนะครับ

รอกลับมาเหมือนเดิมครับ

เขียนเมื่อ 

ฝากกำลังใจ...ให้คนที่อยู่ทางนั้นด้วยนะค่ะ