บ้านแม่ : ฝนมา ผักปลาอุดมสมบูรณ์

บ้านแม่ที่บ้านนอกมีของกินอุดมสมบูรณ์ พืชผักที่ปลูกเอง/ขึ้นเองก็ปลอดสารเคมี ปลาในน้ำก็มีให้จับกินได้เรื่อยๆ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2558 ดิฉันเดินทางไปเยี่ยมแม่ที่บ้านนครนายกเหมือนเคย เตรียมของใช้ของแม่และอาหารประเภทเนื้อหมู ปลาทู และผลไม้ ไปฝากแม่และน้อง ออกเดินทางไม่เช้าแต่ก็ไม่สายมาก การเดินทางตามถนนเลียบคลองรังสิต-นครนายกสะดวกดี ต้นไม้สองข้างทางมีใบเขียวและมีใบอ่อนให้เห็น ในคลองก็มีน้ำแล้ว ต่างจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2558 ซึ่งดิฉันเดินทางกลับกรุงเทพฯ จากการไปประชุมที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ผ่านเส้นทางนี้เห็นว่าน้ำในคลองหลายช่วงแห้งจนเห็นพื้นดิน เช่น ที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ พื้นดินก้นคลองบางช่วงมีหญ้าขึ้น บางช่วงดินก็แห้งจนแตกระแหง ผนังคลองบางส่วนดินก็ถล่มลงมา นับว่าปีนี้แล้งมากจริงๆ หากไม่มีน้ำประปาไปถึงบ้านเรือน ชาวบ้านคงลำบากกันมาก

ดิฉันแวะเข้าไปที่ตลาดบ้านนา ซื้อขนมกุ่ยช่ายร้านเจ๊หงอ เจ้าอร่อย (อ่านที่นี่) เอาไปฝากคนที่บ้านแม่และเอากลับกรุงเทพฯ ด้วย วันนี้แวะไปซื้อในเวลาที่ยังไม่สายมาก จึงสั่งเป็นขนมไส้กุ่ยช่ายอย่างเดียวได้ ถ้าสายมากๆ เขาให้ซื้อคละไส้กัน

ไปถึงบ้านแม่เมื่อ 10 โมงกว่า แม่เพิ่งกินอาหารเสร็จไปสักครู่ (นับมื้อไม่ได้เพราะแม่ขอกินบ่อยมาก แต่กินครั้งละน้อยๆ) ดิฉันเอาขนมกุ่ยช่ายไปป้อน แม่นั่งมองหน้าแล้วจำได้ถามว่าเป็นดิฉันใช่ไหม หลังจากจำได้แล้วก็เริ่มกังวลบอกกับพี่กับน้องว่าให้ดิฉันรีบกลับ ถ้าฝนตกหรือมืดค่ำจะเดินทางลำบากเพราะมาคนเดียว (ไม่ได้บอกว่ามาคนเดียว แต่แม่รู้เอง) ต้องช่วยกันบอกว่าไม่ต้องห่วง จิตสำนึกของความเป็นแม่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ห่วงลูกมากกว่าตัวเองเสมอ ความจริงพวกลูกๆ ควรจะห่วงแม่มากกว่า

ที่บ้านแม่ช่วงหลังๆ มีฝนตกบ้างแล้ว น้องสาวบอกว่าบางวันก็ตกหนักมาก พืชผักที่ปลูกไว้ได้น้ำเพียงพอ วันนี้ดิฉันเก็บถั่วฝักยาวและยอดชะอมได้จำนวนมาก รวมทั้งพริกขี้หนูต้นที่อยู่หลังครัว ถั่วฝักยาวปลอดสารเคมีมีรสชาติหวานดี น้องสาวลงไปเก็บยอดผักบุ้งในบ่อเลี้ยงปลาให้มาหอบใหญ่ ลูกชายคนที่สองเคยพูดให้ได้ยินว่าอยากกินแกงส้ม ประจวบพอดีกับพี่ชายของดิฉันและลูกๆ กำลังจับปลาดุกที่เลี้ยงไว้ในบ่อหนึ่ง คัดแยกเอาตัวที่ใหญ่ได้ขนาดไว้ขาย ส่วนตัวที่ยังเล็กก็ปล่อยกลับลงบ่อไปใหม่ และได้ปลาช่อนขนาดกำลังเหมาะมาด้วย ดิฉันเลยเอาปลาช่อนตัวนั้นมาทอด เตรียมไปทำแกงส้มผักบุ้งใส่ถั่วฝักยาวที่กรุงเทพฯ


ถั่วฝักยาว ยอดชะอม และพริกขี้หนู


ดิฉันอยากได้หน่อไม้ไผ่ตง แต่ไม่เห็นมีวางขายระหว่างทาง (ที่ขายเป็นหน่อไม้พันธุ์อื่น) โชคดีจริงๆ ที่ลูกสาวของอาที่อยู่ข้างบ้านเพิ่งไปตัดหน่อไม้ไผ่ตงมาจากบ้านญาติ หน่อใหญ่ๆ กิโลกรัมละ 10 บาทเท่านั้น เลยได้หน่อไม้กลับมาทำกับข้าวและทำหน่อไม้ดองไว้กินวันหลัง (หน่อไม้ดองที่ซื้อตาม supermarket มักไม่ใช่หน่อไม้ไผ่ตงและไม่มีรสเปรี้ยว)

ไปบ้านแม่ครั้งนี้ดิฉันไม่ได้เข้าสวน เพราะมัวเก็บผักที่ข้างบ้านและตัดแต่งให้พร้อมสำหรับการเอาไปทำอาหาร วันนี้โดนหนามชะอมแทงนิ้วเสียหลายครั้ง ตั้งใจเอากลับกรุงเทพฯ เพราะหลานชายตัวน้อยชอบกินชะอมทอดไข่ ลูกหลานถูกใจที่ได้กินของจากบ้านยาย/บ้านทวด วันรุ่งขึ้นเราจึงมีเมนูต้มหน่อไม้ใส่กระดูกหมู แกงส้มที่ใส่ทั้งผักบุ้ง ถั่วฝักยาว และหัวไชเท้า รวมทั้งชะอมทอดไข่ อร่อยถูกใจทุกๆ คน

จะว่าไปแล้ว บ้านแม่ที่บ้านนอกมีของกินอุดมสมบูรณ์ พืชผักที่ปลูกเอง/ขึ้นเองก็ปลอดสารเคมี ปลาในน้ำก็มีให้จับกินได้เรื่อยๆ หากคนที่นั่นกินอยู่อย่างเหมาะสม มีกิจกรรมที่ใช้แรงกายตามสมควร ก็น่าจะมีสุขภาพที่ดีอย่างคนรุ่นแม่ของดิฉัน แต่เดี๋ยวนี้วิถีชีวิตของชาวบ้านเปลี่ยนไป กินเกินพอดีเพราะทุกอย่างหาซื้อได้ง่าย ไม่ค่อยได้ใช้แรงกาย ทำนาก็ใช้เครื่องจักร เดี๋ยวนี้จึงพบเห็นชาวบ้านที่อ้วน เป็นเบาหวานและ/หรือความดันโลหิตสูงกันมากอย่างน่าเป็นห่วง

ดิฉันออกจากบ้านแม่เมื่อประมาณบ่ายสามโมงกว่า ท้องนาริมถนนจากบ้านไปดงละครมีต้นข้าวขึ้นเขียว คลองเล็กๆ ที่เดือนที่แล้วน้ำเกือบแห้งหมด ตอนนี้มีน้ำมากขึ้นแล้ว


ทุ่งนาและคลองเล็กๆ ระหว่างทางจากบ้านแม่ เกือบถึงดงละคร


วัลลา ตันตโยทัย

บันทึกเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2558

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน DM KM Facilitator



ความเห็น (2)

ผักและพริก ดูสดมากๆค่ะ น่าทานมากๆเลย :D

เขียนเมื่อ 


สดชื่น ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ