ความต้องการของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

มาถึงจุดๆนี้ จุดที่ว่าเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตนิสิตครูอย่างดิฉันเลยก็ว่าได้ มันคือสิ่งที่ได้เรียนรู้งานจริงๆ ซึ่งนั่นก็คือการออกไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็ฝึกสอนได้ 3 เดือนเต็มแล้ว เเต่ประสบการณ์ที่ได้รับมันมากมายเหลือเกิน ดิฉันได้รับมอบหมายให้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งต้องบอกเลยว่าตอนเเรกภาพที่ดิฉันจินตนาการไว้คือ เด็กจะต้อง ใสๆ ซื่อๆ พูดอะไรฟังหมด เเต่พอไปเจอในห้องเรียนจริง บอกเลยว่าในใจถึงกับอยากร้องไห้ออกมา เหมือนกับว่าตอนนั้นจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตอนเด็กเป็นมากขนาดนี้เลยหรอ เด็กค่อนข้างที่จะซุกซนตามประสาเด็ก ไปเเรกๆ บอกตามตรงว่าไม่สามารถคุมชั้นเรียนอยู่เลยจริงๆ หรือจะเป็นเพราะเด็กยังไม่คุ้นชิน หรือเป็นเพราะเด็กเห็นเราเป็นเเค่ครูฝึกสอน ไม่ได้เป็นครูจริงๆ เเต่พอผ่านไปสักระยะ ก็เริ่มคุมชั้นเรียนได้มากขึ้นเเต่สิ่งที่แก้ไขปัญหาไม่ได้เลยก็คือความรับผิดชอบในการส่งงาน และการคุยกันในชั้นเรียน ลองใช้เทคนิคการจัดการชั้นเรียนหลายอย่างเเต่ก็ปรับได้สักระยะหนึ่งก็กลับมาเป็นเเบบเดิม จนบางครั้งทำให้เหนื่อย หลายครั้งที่ต้องลงโทษเด็กเเต่ก็เหมือนเดิม เลยลองให้เด็กได้เขียนในสิ่งที่ตัวเองอย่างเรียนรู้ สิ่งที่นักเรียนชั้น ป.5 ที่เรียนวิชาวิทยาศาสตร์ต้องการคือ พวกเขาต้องการเรียนแบบสนุกสนานได้ทดลองได้เล่นได้เรียนรู้ สิ่งเรานี้มันทำให้ดิฉันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ที่จริงแล้วหัวใจสำคัญของวิชาวิทยาศาสตร์คืออะไร การเน้นการให้นักเรียนแก้ไขปัญหาคืออะไร และการเรียนที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางคืออะไร มันก็คือเรื่องเดียวคือ ให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตนเอง โดยครูคอยใส่นวัตกรรม คอยปรึกษา และขัดเกลาให้เข้าที่เข้าทาง และที่สำคัยต้องมองความต้องการและความพร้อมของเด็กว่ามีมากน้อยแค่ไหน ท้ายที่สุดการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันสำคัญที่สุด ดังสำนวนที่กล่าวไว้ว่า "รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี " สิ่งที่ครูต้องสอนนอกเหนือจากวิชาเรียนคือวิชาการใช้ชีวิต เพราะบางคนแม้จะเก่งเเค่ไหนเเต่ถ้าเขาไม่มีทักษะในการใช้ชีวิตมันก็เข้าทำนอง "ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด" เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นวิชาอะไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการเรียนคือ "วิชาเรียนและวิชาชีพ(เลี้ยงชีพ)"


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูดั่งเทียนส่องสว่างของศิษย์



ความเห็น (0)