การปฏิรูปการศึกษาสู่ 21 Learning
เกือบ 30 ปีที่่แล้ว Windows ยังไม่เกิด
ตอนที่ผมหัดเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ใหม่ ๆ นั้น
เราเริ่มต้นเรียนจากภาษา BASIC และก็ตกหลุมรักภาษา PASCAL
แต่ก็แต่งงานกับภาษา C และจบออกมาหากินด้วยภาษา Foxpro ครับ
ตอนนั้นยังไม่มี Hard disk ผมหมกมุ่น มั่ว ๆ อยู่หลายเดือน
เพื่อจะเขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์พูดได้ แต่ก็หมดความสามารถ
อย่างมากก็เขียนได้แค่ MIDI เป็นเพลงบรรเลง ที่ไม่ใช่เสียงพูดมนุษย์
และก็เกิดคำถามขึ้นในใจว่า ชาตินี้ ก่อนตายผมจะทันเห็นคอมพิวเตอร์พูดภาษามนุษย์หรือไม่ ? หนอ
ผ่านมาเพียงไม่กี่ วงการคอมพิวเตอร์ก็สั่นสะเทือน เมื่อ Windows ก่อกำเนิดขึ้นมา
ส่วนตัวผมเอง ถึงกับแขวนนวมการเป็นโปรแกรมเมอร์ เพราะไม่สามารถปรับตัวเองจาก
โปรแกรมเมอร์ Foxpro ไปสู่การเขียนโปรแกรมแบบ OOP หนอ
(อ้าว! อารัมภบท ยาวจนเกินไป แล้วเมื่อไรจะถึงโครงการ บวร Coaching หนอ 555 )
-------------------
เขียนแล้วเพลิน หนอ
จริง ๆ ต้องการจะชี้ให้เห็นว่า
ความก้าวหน้าของ ICT นั้น เป็นไปอย่างก้าวกระโดด ยากนักที่จะสามารถพยากรณ์ได้
ICT ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตและสังคม ICT ได้ย่อโลกให้เล็กลง
แต่ระบบการศึกษากระแสหลักนั้น ยังเป็นการเรียนการสอนแบบเดิมดั่งเมื่อ 100 ปีที่ผ่านมา หนอ
Coaching เครื่องมือร่วมพลังสู่ 21 Learning
ถ้าต่างคนต่างอยู่ทั้งในระบบแท่ง การศึกษาขั้นพื้นฐาน การอุดมศึกษา และแท่งอื่น ๆ นั้น
คงปรับตัวได้ช้าอย่างแน่นอนต้องมีการร่วมพลังพัฒนาการเรียนรู้ไต่คลื่น 21 Learning ไปด้วยกัน
จึงได้เกิดโครงการ Coaching & Mentoring นำร่องขึ้นในปีที่ผ่านมา
Coaching ดีอย่างไร ทำไมต้อง Coaching ?
ในยุคที่องค์ความรู้ได้ย้ายจากสมองเนื้อของมนุษย์ ไปสู่สมองกลออนไลน์มากขึ้นทุกวัน
ความรู้ ได้ผุดเกิดขึ้นใหม่ในทุก ๆ วินาทีอย่างก้าวกระโดด องค์ความรู้ในหนังสือ ตำรา ล้าสมัยใช้ไม่ได้
เวลาเราสั่งการบ้านรายงานลูกศิษย์ สิ่งแรกที่ทำคือ การเปิด Google
เวลาเราจะปลูกผักหวานป่า สิ่งแรกที่ทำคือ ค้นจาก Google
ไม่ว่า เราจะสังเกตุหรือไม่ก็ตาม โลกไปเปลี่ยนไปมากแล้ว หนอ
การพัฒนามนุษย์ด้วยวิธีการเดิม ๆ นั้น เริ่มใช้ไม่ได้ ไม่เพียงพอแล้ว หนอ
ท่าน ศาสตราจารย์ นพ. วิจารณ์ พานิช บิดา KM แห่งประเทศไทย
ท่านกล่าวไว้ประมาณว่า ..
รูปแบบการเรียนรู้มาตรฐานสำหรับโลกยุคศตวรรษที่ ๒๑ คือ PBL (Project-Based Learning) ไม่ว่าจะเป็นการเรียนในระดับใด คือตั้งแต่ระดับอนุบาล ไปจนถึงมหาวิทยาลัย และในคนวัยทำงาน ไปตลอดชีวิต เป็นการเรียนเพื่อเป้าหมายให้เกิดทักษะที่จะเป็นในการดำรงชีวิตในโลกสมัย ใหม่ ... โลกในศตวรรษที่ ๒๑
การเรียนรู้แบบ PBL เป็นการเรียนรู้จากการลงมือทำ
หรือจากการสร้างความรู้ขึ้นจากผัสสะของตนเอง
เป็นการเรียนรู้แบบงอกงามความรู้ขึ้นภายในตน (Inside-out) เป็นหลัก
ตรงกันข้ามกับการเรียนรู้แบบรับถ่ายทอด มาจากภายนอก (Outside-in)
โปรดดูรูป Learning Pyramid ข้างล่าง
จะเห็นว่าการเรียนรู้แบบ PBL ที่เรียนเป็นทีม จะมีกระบวนการเรียนรู้ ๓ อย่างที่ฐานของปิระมิด อันได้แก่ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การลงมือปฏิบัติ และการนำเสนอผลงานต่อเพื่อนร่วมชั้น และ/หรือการเขียนรายงาน ที่ทำให้เกิดความทรงจำ(retention rate)สูง เป็นการเรียนรู้แบบงอกงามจากภายใน ผ่านการปฏิบัติ ซึ่งตรงกับหลักการเรียนรู้แบบ constructionismและที่สำคัญ เรียนแล้วเกิดทักษะ ไม่ใช่แค่จำได้ แต่เรียนแล้วทำได้ อธิบายได้ เกิดปัญญา เน้นที่ ปัญญาปฏิบัติ(Phronesis)
การศึกษาไทยต้องลดกระบวนการเรียนการสอน ๔ แบบบนยอดปิระมิด เพิ่มกระบวนการ ๓ อย่างที่ฐานปิระมิด ลดการเรียนแบบรับถ่ายทอดความรู้ เพิ่มการเรียนแบบสร้างความรู้ขึ้นเองผ่านการปฏิบัติ
โดยครูอาจารย์ต้องเปลี่ยนบทบาทจากครูสอน (teacher) เป็น ครูฝึก (coach) ครูในศตวรรษที่ ๒๑ ต้องทำตัวเป็น “ผู้เเรียนรู้ วิธีทำหน้าที่ครูฝึก” โดยเน้นเรียนรู้จากการปฏิบัติหน้าที่ครูฝึก รวมตัวกันทำงานและเรียนรู้เป็นทีม โดยกระบวนการที่เรียกว่า PLC (Professional Learning Community)
….. อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/487996



