เรื่องเล่าระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม. 2558

2 สิงหาคม 2558

เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน

วันเสาร์ที่ 25. กรกฎาคม 2558. วันนี้วุ่นวายอยู่กับการจัดกระเป๋าเดินทาง แม้จะไม่คิดจะเอาอะไรติดตัวไปมากแต่ของใช้จำเป็นก็ต้องเตรียม เช่น ยาสามัญประจำบ้าน.มาม่าอย่างหลังเคยเตรียมไปหลายที่สุดท้ายต้องเอากลับมาเพราะไม่มีเวลากิน แต่ก็เอากันเหนียวไปก่อน บ่ายไปรดน้ำศพคุณแม่ของคุณภัทรลภา ราษฎร์นิยม ที่วัดหงส์ปทุมาวาส ล้มป่วยมาหลายวันจนหมออนุญาตให้มาพักที่บ้านได้สุดท้ายก็มาเสียชีวิตเมื่อเย็นวาน อนิจจัง วัฏสังขารา ขากลับแวะซื้อน้ำพริกตาแดงไปเป็นเสบียงเล็กน้อย. สองทุ่มจำลอง หมู ภา มารับไปส่งสนามบินสุวรรณภูมิ รับปลัด อบจ. คุณเดชา. พวงงาม หน้าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนนทบุรี จำกัด ถึงสนามบินก่อนเวลานัดหมาย 1 ชั่วโมง ได้แลกเงินไปใช้จ่ายเล็กน้อย. สี่ทุ่มตามเวลานัด สมาชิกทยอยกันมาจนครบ เป็นทีมงานเดิมๆที่ไปร่วมทุกข์กันมาหลายสนามในหลายประเทศ ที่ปรึกษาอาวุโส อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านดิลก. พัฒนวิชัยโชติ รวมทั้งคณะ 39 คน มีทั้งทีมงานดูแลนักเรียน ทีมงานแปล สื่อมวลชน ศึกษาดูงาน สำหรับนักเรียนเดินทางไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืนที่แล้ว ถึงเมืองฉางชุนเย็นนี้. MU สายการบิน China Eastern Airline บอกเลื่อนเวลาไปจากเดิมที่จะออกเวลาตี 2 ของวันที่ 26 กรกฎาคม 2558 เป็นเวลาเกือบตี 4 หลังเช็คอินจึงเข้าไปเดินชมสินค้าในร้านปลอดภาษี และกินข้าวต้มกุ้งรอบดึกถ้วยละ 300 บาทในสนามบินเป็นการรอเวลา

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม. 2558. เครื่องดีเลย์ไปเวลา 4 นาฬิกา ความง่วงไม่ปรานีใคร ผมจึงอาศัยทางเดินไปประตูขึ้นเครื่องหลับแบบนั่งรถไฟชั้นสาม พอจะพักผ่อนได้บ้าง พร้อมผู้โดยสารอื่นอีกหลายชีวิต แต่มีคนถ่ายภาพเก็บไว้ พิจารณาแล้วเหมือนคนเสียชีวิตอยู่ข้างถนน เห็นแล้วปลงอนิจจัง เรียกว่าเห็นศพก่อนตาย. ประมาณเกือบตีสี่พรรคพวกปลุกกันเดินไปประตูขึ้นเครื่อง MU 548 ไชน่าอิสเทิร์นแอร์ไลน์มุ่งหน้าไปสนามบินเซี่ยงไฮ้ เมืองที่เจริญที่สุดของจีน ปีที่แล้วผมเคยพานักเรียนไปแข่งขันที่ฟูหยาง เลยเมืองหังโจ ก็มาใช้สนามบินแห่งนี้ทั้งไปและกลับ ที่สำคัญได้มาพักค้างที่เมืองเซี่ยงไฮ้ 1 ราตรี เครื่องบินใช้เวลาบิน 5 ชั่วโมงมาถึงสนามบินปูดอง เมืองเซี่ยงไฮ้ เป็นสนามบินที่ใหญ่ มี 3 เทอมินอล ใช้เวลาเดินไปรับกระเป๋าเพื่อเปลี่ยนเครื่องภายในประเทศค่อนข้างไกล แต่โชคดีในโชคร้ายเครื่องบินภายในประเทศที่จะโดยสารไปเมือง Harbin มณฑลเฮยหลงเจียง ดีเลย์เป็นบ่ายโมงทำให้ไม่ต้องรีบร้อน สายการบินต้องเอาอาหารกลางวันมาแจกตอนรอหน้าประตูขึ้นเครื่องให้ผู้โดยสารกินแก้หิวไปก่อน. เมื่อได้เวลาจะขึ้นเครื่องของสายการบิน FM เที่ยวบิน MU 5613 มีรถบัสมารับไปส่งถึงบันไดก็ดีไม่ต้องเดิน. ใช้เวลา 2 ชั่วโมงก็ถึงสนามบินฮาร์บิน เมืองฮาร์บินเป็นเมืองใหญ่มากมองจากเครื่องบินใหญ่กว่าเชียงใหม่ หรือแม้แต่เมืองเดลีของอินเดีย . มีรถทัวร์มารับพวกเราพาไปชมตัวเมืองที่ประกอบด้วยตึกใหญ่โต . ไปหยุดถ่ายภาพที่โบสถ์เซนต์โซเฟียทรงหัวหอมแบบรัสเซีย เพราะเมืองนี้เคยถูกรัสเซียปกครองก่อนส่งมอบให้จีน หากเป็นฤดูหนาวทั้งเมืองจะปกคลุมไปด้วยหิมะ อุณหภูมิติดลบ 40 องศา วันนี้หน้าร้อนอุณหภูมิประมาณ 26 องศา หลังกินข้าวเย็นที่ภัตตาคาร. เข้าพักที่โรงแรม Best Western Fortune Harbin Hotel

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2558 ตื่นตี4 เมืองฮาร์บิน สว่างเหมือนกลางวันเพราะอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือเรียกว่ากลางคืนสั้นกลางวันยาว จัดสัมภาระแต่งตัว นำกระเป๋าเดินทางไว้หน้าห้องพัก รอพนักงานมาลำเลียงไปขึ้นรถ ทานอาหารที่ชั้นล่างของโรงแรมเป็นอาหารหลายแบบ แต่ที่น่าทานเป็นผักสด และมันต้มข้าวโพดต้ม จะสดและหวาน อีสานของจีนเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด สามารถปลูกพืชผักได้นานาชนิด ทัวร์พาไปชมสวนสาธารณะริมน้ำหรืออนุสาวรีย์ฝั่งหง ติดแม่น้ำซงฮาวเจียง เขาสร้างเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงความพยายามของชาวเมืองฮาร์บินที่พยายามต่อสู้กับอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี ค.ศ. 1957 ซึ่งแม่น้ำซงฮาวเจียงสูงกว่าตัวเมือง 7 เมตรและเหลือเพียง 20 ซม.น้ำก็จะทะลักเข้าเมือง จึงต้องสร้างเขื่อนให้สูงขึ้นอีก 30 ซม. ตลอดเขื่อน 140 กม.เป็นเวลา 28 วัน จนรอดพ้นจากน้ำท่วมเมืองไปได้ เสียดายเรามาดูงานหลังน้ำท่วมใหญ่เมืองปทุมธานีไปแล้วเมื่อปี 2554 แต่ความสามัคคียังปรากฏให้เห็นจากการถ่ายทอดรูปแบบปฏิมากรรมของอนุสาวรีย์แห่งนี้ และสามารถเกิดความสำเร็จในทุกที่และทุกเรื่องหากนำไปใช้ การศึกษาดูงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ไห่หยางด่าวหรือเกาะสุริยัน ซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือของแม่น้ำซงฮัว มีเนื้อที่ประมาณ 1 หมื่นไร่ เวลาไปชมจึงต้องนั่งรถไฟฟ้าไปลงตามจุดที่สนใจ เบื่อแล้วก็มาขึ้นรถไปจุดอื่นต่อเนื่องกันไป บางจุดต้องเดินเท้าเข้าไป เน้นหนักไปทางต้นไม้และน้ำ มีที่ให้นั่งพักอยู่ทั่วไป หากจะให้ทั่วคงต้องใช้เวลาเป็นวัน กลับออกมาทานข้าวริมทางที่จะมุ่งลงใต้สู่เมืองฉางชุน มณฑลจี้หลิน ระยะทางเกือบ 400 กม. สองข้างทางจะเต็มไปด้วยไร่ข้าวโพดแซมด้วยถั่วเหลือง ทำนองเดียวกับเส้นทางอีสตันบูลไปเบอร์กัส บัลแกเรีย ต่างกันเพียงที่โน่นปลูกทานตะวัน ผ่านห้องน้ำแบบเดิมๆ เข้าไปครั้งใดหมดกำลังวังชาออกมาด้วยกลิ่นที่แทรกเข้าถึงทุกอนูของชีวิต เข้าเขตเมืองฉางชุนก็รู้ได้ว่าเป็นเมืองใหญ่กว่าฮาร์บิน เป็นเมืองเอกของณฑลจี้หลิน อดีตศูนย์กลางอำนาจของเผ่าแมนจู เมื่อญี่ปุ่นเข้ายึดครองเขตแมนจูเลีย(ค.ศ.1933-1945) แล้วสถาปนาเป็นรัฐแมนจูกัว ประกาศตั้งฉางชุนเป็นเมืองหลวง. หลังญี่ปุ่นสิ้นอำนาจลง รัสเซียได้ช่วยเหลือตั้งโรงงานผลิตรถยนต์แห่งแรกขึ้น. รถรุ่นแรกที่ผลิตได้ชื่อเจียฟาง ขนาด 95 แรงม้า. ปัจจุบันฉางชุนเป็นแหล่งผลิตรถยนต์แบรนด์เนมของโลกจนได้ชื่อว่าดีทรอยตะวันออก ถึงโรงแรมที่พักประมาณทุ่มเศษ รับท่านรองเลขาธิการ กพฐ. นายอนุสรณ์ ฟูเจริญ ซึ่งบินมาลงที่ฉางชุนวันนี้ไปทานข้าว กลับมาเช็คอินที่พักโรงแรม ChangChun Huatian Hotel

วันอังคารที่ 28. กรกฎาคม. 2558. ทานอาหารเช้าที่โรงแรมเขาจัดแบบอาหารเช้าทั่วไปมีให้เลือกมากมายที่สุดยอดเรื่องผักทั้งหลายทั้งเขียว สด กรอบ มันต้ม ข้าวโพดต้มของพื้นเมือง หมั่นโถของที่นี่เหนียวนุ่ม ไม่ติดฟัน จากนั้นเดินทางไปร่วมพิธีเปิดการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ(2015 China International Mathematics Competition) ที่มหาวิทยาลัยจี้หลิน มหาวิทยาลัยแห่งนี้ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยประจำมณฑล รอบ ๆ เต็มไปด้วยคอนโดสำหรับผู้ปกครองมาซื้อการศึกษาให้ลูก สนามกีฬาปูลู่วิ่งทางเดินด้วยยางเทียมสีสดใส หอประชุมที่ใช้เป็นพิธีเปิดเป็นแบบโรงหนัง ฉากเวทีเป็นจออิเลคโทรนิคแสดงภาพดิจิตอลสีคมชัดมาก ผู้นำทั้ง 28 ประเทศผลัดกันขึ้นกล่าวปราศรัยสลับการแสดงของเจ้าภาพแบบสั้นๆแต่สวยงาม จนเกือบเที่ยงจึงเสร็จพิธี ลาทีมครูผู้ดูแลนักเรียนเพราะพวกเราต้องไปศึกษาดูงานตามโปรแกรม มาแวะกินข้าวกลางวันที่ร้านอาหารจีนซึ่งส่วนใหญ่ต้องปีนบันไดขึ้นไปชั้น 2 หรือ 3 อิ่มแล้ว เดินทางสู่เมืองอือเต้าไผ่เหอ ในเทือกเขาฉางไป๋ซาน อยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองฉางชุนติดชายแดนประเทศเกาหลีเหนือ ระยะทางประมาณ 450 กม. สองข้างทางเต็มไปด้วยไร่ข้าวโพด พอสิ้นทางด่วนทางค่อนข้างขรุขระ สิ่งที่จะศึกษาสำหรับการเดินทางที่ไกลและกันดารครั้งนี้คือระบบการดูแลป่าสนที่มีอายุ 100 ปีของจีน โดยออกกฎหมายห้ามน้ำไม้ออกจากป่าทุกกรณี ถึงตัวเมืองเกือบพลบค่ำ บ้านเรือนหลังเล็กๆเตี้ยๆแบบคนมุสลิมบ้านเรา แต่ไม่ได้ถามว่าเขานับถือศาสนาอะไร น่าจะเรียกหมู่บ้านมากกว่าเมือง. แต่โรงแรมที่พักมาตรฐานสากล Jinshuihe International Hotel ทุกแห่งมี wifi ให้ใช้ แต่ Line กับ face book ถูกบล็อกไม่ให้ใช้ พวกเราจึงใช้ WeChat สื่อสารกัน

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2558. ตื่นเช้าลงไปทานอาหารที่โรงแรมเตรียมไว้ มาตรฐานเดียวกันทุกแห่ง เดินชมสินค้าที่ระลึกมีทั้งของจีน และเกาหลีเพราะอยู่ติดชายแดน คนส่วนหนึ่งเป็นเชื้อสายเกาหลี หรือแมนจู อาคารบ้านเรือนจึงมีวัฒนธรรมเกาหลีให้เห็น ขึ้นรถไปศึกษาดูงานระบบนิเวศน์และปล่องภูเขาไฟที่ฉางไป๋ซาน เป็นมรดกโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5 A ของจีน ตั้งอยู่บนรอยต่อมณฑลจี้หลินกับมณฑลเรียวกังของประเทศเกาหลีเหนือ มีเนื้อที่ 4500 ตารางกิโลเมตร อยู่ในดงภูเขาไฟฝั่งจีน 9 ลูก ฝั่งเกาหลี 7 ลูก ทางการจีนประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติฉางไป๋ซาน สองข้างทางมีร้านจำหน่ายดีหมี โสมและสมุนไพร มาครั้งนี้ตั้งใจจะไม่ซื้อเพราะคราวไปฟูหยางและหังโจซื้อทิ้งไปเยอะ การขึ้นอุทยานแห่งนี้ลำบากเหมือนกันเพราะคนเยอะมากซื้อตั๋วแล้วเข้าไปต่อคิวเขาวงกตไปขึ้นรถบัสที่วิ่งขึ้นเขาราวจรวดแข่งกับเวลา เป็นทางสวนทั้งขึ้นและลง ไปจนสุดระยะเขาก็ต้องหยุดให้เราลงซื้อตั๋วใหม่ คราวนี้เข้าคิวนั่งรถตู้เบนซ์ พาวิ่งหักศอกแบบสนามแข่งรถ มือจับที่นั่งจนแขนแทบหลุดในเวลาประมาณ 40 นาที ก่อนไปจอดปากปล่องภูเขาไฟ ใครแรงดีก็เดินเท้าขึ้นไปชมทะเลสาปในปล่องภูเขาไฟ ใครไม่ไหวก็ดูทิวทัศน์สัมผัสความเย็น. ที่ร้ายนักคือออกซิเจนบนนี้บางเบาจนคล้ายลมจะจับ ขาลงต้องท่องคาถาหลวงปู่ทวด นะโมโพธิสัตโต อาคันทิมายะ อิติพะคะวา จึงเอาชีวิตรอดมาได้ ต่อรถบัสพาไปศึกษาเส้นทางน้ำตกยาลู่ว์เจียง ซ่งฮว่าเจียง และเหมินเจียง สำหรับวันนี้เป็นการศึกษาดูงานที่สะบักสะบอมที่สุด ภูเขาไฟลูกนี้เคยปาะทุพ่นเถ้าถ่านมาแล้ว 3 ครั้ง คือปี 1597 ,1668 , 1702 ระดับความสูง 2196 เมตรจากระดับน้ำทะเล. ทะเลสาปปล่องภูเขาไฟยาว 13 กม. พื้นผิวน้ำ 9.8 ตาราง กม. ความลึกเฉลี่ย 204 เมตร จุดที่บึกที่สุด 373 เมตร ทะเลสาปตั้งอยู่บนพรมแดนของจีนและเกาหลี จึงสามารถขึ้นชมได้จาก 2 ประเทศ. มีการไปศึกษาแหล่งน้ำพุร้อนอีก 2-3 แห่ง แต่ขอนั่งพักรอก่อนหมดกำลังจริง ๆ กลับมาพ้กที่โรงแรมเดิม

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2558. อาหารเช้าที่โรงแรมแบบเดิม ๆ ผักใบเขียว มันต้ม ข้าวต้ม ผลไม้แตงโม องุ่น ขึ้นรถเดินทางกลับฉางชุน 400 กว่ากิโลเมตร. รถมาแวะให้ชมฟาร์มเลี้ยงกวาง เขาให้ชมวิธีเลี้ยงเดินวนจนมาออกร้านขายสินค้าผลิตภัณฑ์จากกวางและสินค้าอื่น ๆ เรียกครบวงจรในเชิงพาณิชย์ เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการดูภูมิประเทศสองข้างทาง ซึ่งเต็มไปด้วยไร่ข้าวโพด นาน ๆ จะเจอกลุ่มบ้านอิฐถือปูนเตี้ย ๆ หลังคาจีนหรือเกาหลีตัดสินไม่ได้ แต่ถือได้ว่าการศึกษาดูงานบนเส้นทางนี้ได้สัมผัสขีวิตชนบทของจีนแผ่นดินใหญ่อย่างแท้จริง. คนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ฟังไม่ออก รัฐบาลก็เชื่อว่าภาษาอังกฤษไม่จำเป็น ใครจะค้าขายกับเขาต้องเรียนภาษาจีน สินค้าเขาแค่กินอยู่ในประเทศก็ไม่เดือดร้อน ฝรั่งมีให้เห็นน้อยมาก จนพูดได้ว่าในภูมิภาคนี้ไม่มีฝรั่ง. พอเข้าเขตเมืองฉางชุนรถเริ่มติดเหมือนกรุงเทพฯ กว่าจะกินข้าวเย็นและกลับที่พักก็ 3 ทุ่ม ทีวีก็สบายมากฟัง CCTV ภาษาจีนไปทุกช่อง

วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2558. หลังอาหารเช้าเดินทางไปมหาวิทยาลัยจี้หลิน เพื่อร่วมพิธีประกาศผลการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ เขาใช้ห้องประชุมที่ทำพิธีเปิด ประกาศผลเรียงตามตัวอักษรชื่อประเทศ เว้นแต่จีนเจ้าภาพเป็นรายสุดท้าย ที่แปลกปีนี้จีนผนวกไต้หวันมาประกาศกลุ่มเดียวกับฮ่องกง มาเก๊า Thailand ท้ายหน่อยแต่ได้แชมป์ 2 รายการ กวาด 49 รางวัล 88 เหรียญ ผู้เฒ่าทั้งหลายยิ้มกันทั่วหน้า ก่อนพิธีปิดผมและทีมงานขึ้นรับธง IMC เพื่อเป็นเจ้าภาพปีหน้าที่เขียงใหม่ ปิดแลวออกมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกด้านนอก ก่อนออกมากินข้าวในเมืองฉางชุน บ่ายไปขมพระราชวังจอมปลอม ซึ่งเป็นวังที่ ปูยี่ ฮ่องเต้องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ชิงใช้พักอาศัยเมื่อลี้ภัยมาอยู่แมนจูเรีย ค.ศ.1949 อาคารเป็นอาคารแบบอิฐถือปูนและมีไม้ประกอบ ตกแต่งแบบหยาบ ๆ ไม่ละเอียดพิสดารใด แบ่งออกเป็นตอนนอกแงะตอนใน มีสวนดอกไม้ ก่อนออกมีร้านขายของที่ระลีก อากาศร้อนมาก แดดร่มลมตกไปเดินห้างสรรพสินค้าอำลาเมืองฉางชุน กลับพบว่าเปิดแอร์น้อยมาก สินค้าราคาแพงกว่าบ้านเรา ยกเว้นสินค้าคุณภาพต่ำ ที่สำคัญไม่ได้มาตรฐาน เช่น จะซื้อเหล้าจีน แต่ละกล่องความเรียบร้อยไม่เหมือนกันจนต้องเปลี่ยนใจ เย็นไปทานข้าวกว่าจะเข้าที่พักก็ 3 ทุ่มกว่าเพราะรถพาวนไปมาจนมึนงง จัดกาะเป๋าเดินทางเพราะต้องออกจากโรงแรมไปสนามบินเช้ามืด

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม. 2558. ตี 4 ของเมืองฉางชุนสว่างประมาณ 8 โมงเช้าบ้านเรา ลากกระเป๋ามาขึ้นรถเกือบรายสุดท้าย สนามบินห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กม. ออกเช้ารถไม่ติดเป็นสนามขนาดกลาง เช็คอินแล้วเข้าไปก็ขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางไปสนามบินเซี่ยงไฮ้ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง พอ ๆ กับกรุงเทพฯ-ฮานอย ดีหน่อยกระเป๋าเดินทาง Transfer ไปยังเที่ยวบินเข้ากรุงเทพฯ ไม่ต้องลากเหมือนขามา เครื่องเที่ยว MU 9169 ออกจากเซี่ยงไฮ้ 14.45 น. จึงมีเวลาไปทานข้าวในศูนย์อาหารของสนามบิน ผมสั่งข้าวและหมูพันปีของหังโจมากินระลึกความหลัง เป็นหมูสามชั้นเปื่อยนุ่มคล้ายพะโล้ กินกับผักกาดดองสับ มีน้ำซุปกระดูกไก่ให้ซดน้ำตาม. ขาดแต่ไก่ขอทาน อิ่มแล้วเดินกลับมาผ่าน ตม. จีนซึ่งสะดวกสบาย เข้าไปซื้อขนมในร้านดิวตี้ฟรีของสนามบิน. ได้เวลาลงไปที่ประตู 212 นั่งรถบัสไปขึ้นเครื่อง เดินทางกลับกรุงเทพฯ ใบ้เวลา 5 ชั่วโมงถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนนักเรียนจะบินตามมาถึงประมาณ 4 ทุ่ม. จบภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เดือนพฤศจิกายน 2558 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพแข่งขันคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์นานาชาติ ระดับประถมศึกษา (IMSO) ที่ปทุมธานี คงได้นำประสบการณ์จากจีนมาประยุต์ใข้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายกำจัด คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  "เรื่องเล่าจากเจ้าพระยา"



ความเห็น (0)