692. เรียนรู้ศาสตร์ OD จาก "สามก๊ก" (ตอนที่ 22)

วันนี้เป็นวันอาสาฬหบูชา เนื่องจากผมเป็นชาวพุทธ เลยอยากเขียนอะไรเกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธเจ้า ผมนึกถึงสิ่งที่เคยทำไว้ คือผมกับลูกศิษย์เคยวิเคราะห์สามก๊กทั้งเล่มหนา 1,500 หน้าของเจ้าพระยาพระคลัง โดยเชื่อมโยงกับนิทานชาดก หรือพระเจ้า 500 ชาติ ปรากฏว่าเราค้นพบว่ามีชาดกอยู่ 9 เรื่องที่น่าจะอธิบายสามก๊กได้ทั้งหมด โดยนิทานชาดกแต่ละเรื่องจะอธิบายเรื่องคุณธรรม ว่าแต่ละเรื่องให้ข้อคิดเรื่องคุณธรรมอะไรบ้าง เราสรุปได้ดังนี้ครับ

ผมเองเฝ้าสังเกตว่าตัวละครแต่ละตัว ขณะก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จก็จะเห็นว่าแต่ละคนใช้คุณธรรมกลุ่มนี้ไปแก้ปัญหา จนสำเร็จ และเมื่อเริ่มจะลงสู่เหวก็จะเห็นว่าตัวละครตัวเดียวกันมีปัญหาเรื่องคุณธรรมบางตัว ที่สุดก็ล่มสลาย

แล้ววันนี้ผมมีอะไรมาฝากครับ ผมมีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากรู้ และแสวงหาคำอธิบายมาตลอด คือบรรดาวีรบุรุษนั้นเป็นใครกันแน่

เนื่องจากสามก๊กมีความซับซ้อนเหมือนจิ๊กซอว์ยากๆ ชิ้นใหญ่ๆ ข้อมูลของตัวละคร ก็กระจัดกระจาย มีให้เห็นทั้งนิสัยดี ไม่ดี บางช่วงก็แสดงธาตุแท้ออกมา มีทั้งสำเร็จและล้มเหลว สำเร็จมามากๆ แล้วล้มเหลวตอนท้ายก็มี

ตัวละครที่มีสีสันคนหนึ่งก็คือเล่าปี่แห่งจ๊กก๊ก ที่บางคนก็ว่านิสัยดราม่า มั่วนิ่ม เกรียน บางคนก็บอกว่าเป็นคนฉลาดสุด ฉลาดเพราะเป็นนายคนฉลาดสุดอย่างขงเบ้ง แล้วเขาไปใคร

ในส่วนตัวของผมมองว่าไม่ดีก็คงไม่สร้างตัวได้ขนาดนี้ครับ แล้วดียังไง มามองผ่านชาดก และที่สำคัญ Personal Business Model Canvas หรือ Business Model You ตัวหลังนี่คืออะไร

มันคือตัวแบบการสร้างความสำเร็จในชีวิตครับ

เราจะสร้างความสำเร็จได้ เราก็ต้องมีรายได้ (Revenue) ที่เกินต้นทุน (Cost) ของเรา จริงไหม ถ้าเรามีรายได้มากกว่าต้นทุนเรามากๆ มากสุดๆ

คำถามเราจะทำอย่างไรให้รายได้เราเกินรายจ่ายมากๆ จะมีขั้นตอนอยู่ 7 ขั้นตอน

1.ต้องเป็นคนมีค่ามากๆ คือต้องหาจุดดี คุณค่าของตนเองให้เจอ (Valued Provided)

2.ต้องรู้ว่าลูกค้าคุณอยู่ไหน เป็นใคร (Customers)

3.ต้องรู้ว่าจะรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างไร (Customer Relationships)

4.รายการ 1-4 คือจุดที่คุณสัมผัสลูกค้า เขาต้องได้สิ่งที่มีคุณค่าจากคุณ เป็นอะไรที่เขาต้องการ ด้วยช่องทางและความสัมพันธ์ที่ดี ส่วนตั้งแต่รายการที่ 6 จะเป็นตัวคุณเอง ที่ต้องมีอะไรองค์ประกอบอีกสามประการที่ทำให้คุณสามารถดูแลลูกค้าได้ คือ Key Activities Key Resources และ Key Partners

5.Key Activities กิจกรรมหลัก เช่นการผลิต การบริหาร การบริการ

6.โดยต้องทรัพยากรหลัก (Key Resources) สนับสนุน เช่นคน เงินทุน ความรู้

7.สุดท้ายทำอะไรจะลำบาก หากไม่มีพันธมิตร (Key partners)

คุณต้องสร้างความสมดุลย์ปัจจัยทั้งหมด ถ้าถูกที่ถูกทางรายได้จะเกินรายจ่าย ความฝันเป็นจริง

ผมจะลองวิเคราะห์ Business Model U ของเล่าปี่ดู โดยได้ลองเชื่อมโยงคำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่องชาดก ที่จะสะท้อนปัญญา และคุณธรรมด้วยต่างๆ ของเล่าปี่ ไปในตัว เพราะวันนี้เป็นวันอาสาฬหบูชา ผมลองเชื่อมโยงและอธิบายด้วยนิทานชาดกดู ได้ผลดังภาพนี้ครับ

1.ต้องเป็นคนมีค่ามากๆ คือต้องหาจุดดี คุณค่าของตนเองให้เจอ (Valued Provided) ชัดเลยเล่าปี่เสนอตัวเป็นผู้กอบกู้ราชวงค์ฮั่นบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้อาณาประชาราษฎร์ ชาดกที่อธิบายคุณค่าของเล่าปี่นี้ได้ดีที่สุดคือเรื่องกวางยอดผู้นำ เพราะเป็นกวางที่รู้จักฟังผู้รู้ เลยทำให้สามารถนำฝูงให้รอดพ้นภัยได้ ชัดมากๆ เล่าปี่เป็นคนที่ไม่ทิ้งประชาชน แต่ที่ทำได้เพราะรู้จักฟังผู้รู้ เห็นชัดมากๆ ว่าเล่าปี่ฟังผู้รู้มากๆ

2. ต้องรู้ว่าลูกค้าคุณอยู่ไหน เป็นใคร (Customers) นี่ก็รู้อีก ลูกค้าก็คืออาณาประชาราษฎร์ ในทุกที่ที่เล่าปี่ไปอยู่นั่นเอง คุณต้องรู้ว่าคุณจะเข้าหาลูกค้าคุณด้วยช่องทางไหน (Channels) นี่ก็ชัดเล่าปี่จัดเต็มตั้งแต่สมัยเป็นนายอำเภอ ดูแลประชาชนเหมือนลูกหลาน ชาดกที่อธิบายเรื่อง Channels ของเล่าปี่ได้น่าจะเป็นเรื่องของจระเข้กับกวาง ที่กวางใช้ปัญญาหลอกล่อจระเข้ได้ นี่ก็เหมือนกับเล่าปี่พยายามอาศัยปัญญาที่ทำให้เขาสามารถดูแลประชาชนให้พ้นคมเขี้ยวของโจโฉ ซุนกวน ทั้งๆที่ทรัพยากรจำกัดมากๆ

3. ต้องรู้ว่าจะรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างไร (Customer Relationships) นี่ก็ชัด ไม่เคยทิ้งใคร สุจริต เข้าถึง พึ่งได้ นี่คือเรื่องกวางยอดผู้นำชัดๆ ไม่ทิ้งประชาชน ด้วยการปรึกษาหารือกับนักปราชญ์เลยดูแลประชาชนได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

4. Key Activities กิจกรรมหลัก ที่คุณต้องมีเพื่อให้คุณสามารถดูแลลูกค้าได้ กรณีนี้เล่าปี่ก็จะมีเรื่องการดูแลประชาชน และการรบกับก๊กอื่นๆ ผ่านคณะกรรมการที่ปรึกษาคือขงเบ้ง สอดคล้องกับเรื่องกวางผู้นำนั่นเอง ที่มุ่งมั่นดูแลฝูง โดยพยายามฟังเสียงผู้รู้ คล้ายๆกระบวนการที่เล่าปี่ใช้มาตลอด คุณจะเห็นว่าเล่าปี่ต้องทำการบ้านหนักพอควร ด้วยการเป็นทั้งคนที่พยายามแสวงหาโอกาส (อยากหนุ่มน้อยเจ้าปัญญาในชาดก) นอกจากนี้ยังถ่อมตัวเข้าหานักปราชญ์ขอคำแนะนำจนสามารถแก้ปัญหาต่างๆได้ (คล้ายๆกับชาดกเรื่องกวางยอดผู้นำ) นอกจากนี้ยังต้องรู้ทันคน รู้ใจคน เช่นตอนอยู่กับโจโฉก็อ่านใจโจโฉออก ไม่ทำตัวมห้เด่นที่สุดก็รอดมาได้ นี่สอดคล้องกับชาดกเรื่องเศรษฐีกับนักเลงเหล้า สุดท้ายไม่หูเบา คือพยายามบริหารข้อมูลข่าวสารอย่างรอบคอบ ไม่บุ่มบ่าม (ทำตัวคล้ายๆจันทกุมาร ในชาดก)

5. โดยต้องมี Key Resources สนับสนุนซึ่งได้แก่ขุนพลหลัก และขงเบ้ง เมืองที่มั่นคง เรื่องนี้ชัดแต่แรก ชาดกเรื่องหนุ่มน้อยเจ้าปัญญาอธิบายได้ดีสุดๆ เพราะว่าพยายามค้นหาโอกาสสุดๆ ที่สุดก็ทำให้เจอขงเบ้ง แล้วทุกอย่างก็พลิกผัน

6. สุดท้ายทำอะไรจะลำบาก หากไม่มีพันธมิตร เล่าปี่มีเพียบแถมถูกจังหวะไม่ว่าจะเป็นเล่าเปียว ซุนกวนเป็นต้น การบริหารพันธฒิตรนี่เป็นอะไรที่เล่าปี่ทำได้ดี ต้องอาศัยหลายเรื่องตั้งแต่เล่าเปียว ซึ่งพยายามยกเมืองหใ้แต่ก็ไม่เอา ขาดกที่อธิบายได้ดีที่สุดคือโคยอดกตัญญู เพราะกตัญญูจึงแก้ปัญหาได้ เพราะคนไม่ระแวง คนเชื่อถือดูไม่อันตราย นอกจากนี้ตอนตกอับก็ยังรักษาท่าที เป็นมังกรซ่อนเมฆ เรียกว่าไม่หลุดเลย นี่เหมือนกับเรื่องพระยานาคกับครุฑ อีกเรื่องที่ทำได้ดีมากๆ คือความสามัคคี ที่เล่าปี่พยายามสานสัมพันธ์ให้เกียรติผู้รู้ และรักษาความเป็นพี่น้องด้วยชีวิต ที่สำคัญบริหารความเสี่ยงด้วยการไม่เมตตากับคนที่อันตราย และมีจิตใจไม่หวังดีเช่นจิวยี่

7. ทั้งหมดนี้เล่าปี่สามารถสร้างความสมดุลย์ได้อย่างน่าทึ่ง เลยทำให้ยกฐานะจากคนจนต่ำเตี้ยติดดิน กลายเป็นวีรบุรุษ จนจบลงด้วยสถานะสูงส่งคือฮ่องเต้ในที่สุด คุณจะเห็นรายได้ของเล่าปี่เกินต้นทุนมากๆ แล้วนี่สะท้อนได้ด้วยชาดกอะไร ในภาพรวมผมว่าทั้งสองเลยมาจากการที่เล่าปี่รู้จัก“ฟัง” นักปราชญ์ นี่ต่างจากอ้วนเสี้ยวมากๆ ดูเหมือนว่าจะสอดคล้องกับเรื่อง “กวางยอดผู้นำ” ตรงนี้เองทำให้เล่าปี่สามารถนิมิต และเนรมิตได้ทุกอย่าง

ผมเห็นเลยว่านี่คือ “จิ๊กซอว์” ความสำเร็จของเล่าปี่ ที่ไม่ได้ใช้แค่การร้องให้เก่งอย่างเดียว หากแต่เป็นใช้คุณธรรมและปัญญาหลายๆ ข้อ ในกาลโอกาสต่างๆกัน และใช้อย่างเข้มข้นด้วย จากคุณธรรมกลายมาเป็นปัญญา ปัญญากลายมาเป็นวิธีการที่ชาญฉลาด และนำไปสู่ความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อได้ในที่สุด แต่เมื่อเล่าปี่หลงลืมคุณธรรม ปัญญาไม่ได้ถูกดึงมาใช้ ที่สุดก็ต้องตรอมใจตาย

Business Model U และ ชาดก เป็นอะไรที่ทำให้ผมมองชีวิตเล่าปี่ได้ลึกมากขึ้น และทำให้มั่นใจเลยว่าคุณธรรมความดี จะทำให้เราเติบโตได้ดีแน่นอน เพราะทำให้เรามีปัญญา หรือไม่ก็ได้คนมีปัญญามาช่วยเรา แล้ววิธีการ กลยุทธ์ดีๆ จะออกมาทำให้เราคว้าโอกาสดีๆได้เอง ที่สำคัญไม่ว่าเราจะเริ่มต้นจากศูนย์หรือติดลบก็ตาม เรามีโอกาสประสบความสำเร็จแน่นอน ตราบที่เราไม่ทอดทิ้งคุณธรรม

ลองหา Business Model U ของคุณดู และลองเอาคุณธรรมดีๆ นำทางสร้างคุณค่าให้ลูกค้า และออกแบบองค์ประกอบอื่นๆ ลูกศิษย์ผมคุณนิพนธ์ CEO บริษัทหลังคาเหล็กตารถถัง (มหาชน) ก็ใช้คุณธรรมนำ ซื่อสัตย์ไม่โกงความหนา หลังคาเหล็ก ใช้นโยบายนี้นำทางตลอด ที่สุดจากร้านเล็กๆ เติบโตจนได้รับรางวัล Bai Po Award จาก Sasin ตอนนี้เข้าตลาดหลักทรัพย์ไปแล้ว ฝันเป็นจริงเลย คุณนิพนธ์ใช้ชีวิตสอดคล้องกับชาดกเรื่องหนุ่มน้อยเจ้าปัญญา (แสวงหาโอกาส) กับกวางผู้นำ (ฟังผู้รู้) มากๆ

วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

บทความโดยดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ www.aithailand.org

Note: ดูชาดก ทั้ง 500 ชาติได้ที่นี่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (1)

วิเคราะห์ได้ลุ่มลึกมากค่ะ