มีสุขหลังเกษียณ!!!!!

ครูแอ๋ม
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

จากวันนั้น(30 กันยายน 2557 )...ถึง...วันนี้ เป็นเวลา จะครบปีแล้ว ( 10 เดือนครึ่ง)

ในสมัยที่ยังทำงาน ล้วนเต็มไปด้วยความเร่งรีบให้ทันเวลา ชีวิตจึงสับสนวุ่นวาย โดยเฉพาะชีวิตข้าราชการครูผู้สอน เช้าต้องรีบไปโรงเรียนก่อนนักเรียนจะมาถึงโรงเรียน ต้องเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน ต้องสอนให้ทันเวลา ต้องตัดเกรดนักเรียนให้เสร็จ ต้อง….ต้อง และต้อง ฯลฯ ทำงานล่าช้าก็ถูกผู้บริหารตำหนิ ผู้ปกครองบ่น และนักเรียนโวย ครูทุคนจึงพากันเคร่งเครียดไปหมด

สัจธรรมของชีวิต.......เมื่ออยู่ครบ 60 ปี ตำแหน่งใหญ่เล็กมีเท่ากัน

1 ตุลาคม 2557 เป็นต้นมา ชีวิตเปลี่ยนไป ..........

ชีวิตเมื่อทำงาน กระวีกระวาดลุกจากที่นอนตั้งแต่เวลา 05.00 น. กว่าจะเสร็จงานบ้านช่วงเช้า จิบกาแฟรีบ ๆ บางครั้งไม่หมดแก้ว แต่งตัวเหลือบดูนาฬิกาแล้ว ลิปสติกต้องเอาไปท่าปากบนรถ กว่าจะถึงโรงเรียนเหงื่อซึม.....แต่เกษียณแล้ว จะตื่นกี่โมงก็ได้ตามสบาย เช้านั่งจิบกาแฟละเลียดขนม ดูข่าวไปพลาง แต่งตัวนั่งอ้อยอิ่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง .....ชีวิตแสนสุข


เป็นการใช้ชีวิตแบบช้า ๆ สบาย ๆ เข้ากับเทรนด์การใช้ชีวิตแนวใหม่กำลังมาแรง ที่กล่าวถึงนี้ คือแนว Slow Life เป็นการใช้ชีวิตแบบไม่เร่งรีบ และยึดหลักพอเพียง การใช้ชีวิตแบบไม่เร่งรีบ เพื่อชีวิตที่มีสุขนั้น สามารถเริ่มต้นยามวัยเกษียณจะสร้างสุขให้กับชีวิตเรามาก

หลายคนอาจสงสัย Slow Life คืออะไร การใช้ชีวิตแบบ Slow Life เป็นอย่างไร คำถามที่หลายท่านอาจสงสัยว่า 'การทำอะไรช้าลง ใช้ชีวิตง่ายๆ' นั่นคือ Slow Life จริงหรือ ?

เพจ คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา เขียนอธิบายคำว่า 'Slow Life' พร้อมจัดทำภาพอินโฟกราฟฟิกประกอบ โดยข้อความส่วนหนึ่งระบุว่า Slow Life "ชีวิตที่ช้าลง" จริงๆแล้วเป็นอย่างไร? ... 'Slow Life' "ชีวิตที่ช้าลง" คำๆนี้ หมายถึง การทำให้จังหวะของชีวิตช้าลง หรือไม่ต้องเร่งรีบมากนัก โดยยึดหลักของความพอเพียงและความสงบ เพื่อสยบความสับสนวุ่นวายที่เรามักจะต้องเจอในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน ตัวอย่างของชีวิตทีช้าลง ได้แก่

1. การใส่ใจคนรอบข้างให้มากขึ้น

หมั่นแสดงความห่วงใย ยิ้มแย้ม พูดคุยถามไถ่ ปันน้ำใจ และเอื้ออาทรต่อคนรอบข้างด้วยความจริงใจ

2.ทานอาหารให้ช้าลง

ค่อยๆเคี้ยวเพื่อจะได้สัมผัสความอร่อยของอาหาร จะสร้างความรื่นรมย์ให้ชีวิตมากกว่าการทานเร็วๆเพื่อให้อิ่ม

3. มีความสุขง่ายๆกับเรื่องรอบตัว

ไม่ว่าจะทำอะไรขอให้ทำด้วยความสุขและความเต็มใจ ไม่ว่าจะเป็นงานบ้านง่ายๆเช่น รดน้ำต้นไม้ ล้างจาน กวาดบ้าน ไปจนถึงงานประจำที่ทำอยู่ ก็สามารถหาความรื่นรมณ์ได้ เพียงเปลี่ยนมุมมองใหม่

4. ทำทีละอย่าง

การทำอะไรหลายอย่างในเวลาพร้อมๆกันนอกจากจะสร้างความสับสนให้จิตใจแล้ว ยังทำให้คุณภาพงานทั้งหมดแย่ตามไปด้วย ทางที่ดี คือให้ทำสิ่งสำคัญที่สุดเพียงอย่างเดียวให้เสร็จก่อน แล้วค่อยๆเลือกทำสิ่งที่สำคัญรองลงไปทีละเรื่อง

5.มีสติอยู่กับปัจจุบัน

เมื่อไหร่ที่คิดฟุ้งซ่าน ให้ดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบันให้เร็วที่สุด การมีสติจะทำให้เราเกิดความสงบและสามารถคิดตัดสินใจได้ดีขึ้น

มีสมาธิ และเข้าวัดทำบุญบางโอกาส

6. ฝึกคลายเครียดด้วยลมหายใจ

เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกชีวิตช่างเร่งรีบและเหนื่อยล้า ให้ลองสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆลึกๆให้เต็มปอด หรือ ฝึกการมีสติกับทุกลมหายใจเข้าออกสัก 2-3 นาที จะพบว่าความเครียดความเหนื่อยล้านั้นค่อยๆจางหายไป

มีสติอยู่กับตัวและมีความสุข

7. ขับรถให้ช้าลง

แทนที่จะเครียดกับการจราจรบนท้องถนน ให้ลองเปิดเพลงช้าๆซึ้งๆคลอเบาๆ นอกจากจะทำให้เครียดน้อยลงแล้ว ยังช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุด้วย

8. ลดเวลาอยู่หน้าจอ

แล้วมีความสุขโดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยี(ดูบ้าง) ปิดมือถือและอุปกรณ์ไฮเทคทุกอย่างในช่วงวันหยุด

หาความสุขจากสิ่งรอบข้าง

9. ออกไปสูดอากาศข้างนอก

แทนที่จะอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน ให้เราออกไปเดินเล่นในสวนเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การเดิน, ว่ายน้ำ หรือ ปั่นจักรยาน



เป็นอย่างไรบ้างคะ ชีวิตแนวใหม่กำลังมาแรง ... Slow Life เราฏิบัติตามสบายของเราแต่ไปเข้าเทรนด์การใช้ชีวิตสมัยใหม่ เกษียณแล้วจะทราบว่า แนวการใช้ชีวิตแบบ Slow Life น่าสนใจและน่าปฏิบัติตามมากๆ ถึงแม้จะไม่สามารถปฏิบัติได้ในทุกวันก็ตาม แม้เพียงปฏิบัติเฉพาะวันหยุด ก็จะได้ประโยชน์มิใช่น้อยทีเดียว ... มีโอกาสลองปฏิบัติดูนะคะ

หาหมอตรวจสุขภาพบ่อย ๆ

สิ่งควรทำและต้องใส่ใจ......โปรดระลึกเสมอว่า...

ชีวิตเป็นสิ่งมีค่า รักษาไว้นาน ๆ

เงินไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีได้.....แต่สุขภาพที่ดีต้องใช้เงินค่ะ



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สังคมแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้



ความเห็น (0)