๑ : เพราะรักหรือชอบ

มีคำกล่าวเกี่ยวกับ การแสดงออก ความชอบ การงาน ที่อยู่บนพื้นฐานคำว่า "รัก ชอบ" ด้วยจิตทุ่มเท ใส่ใจ อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้งานหรือกิจนั้น ดำเนินไปไม่หยุด สะท้อนให้เห็นว่า หากผู้ใดมีใจสัมพันธ์มั่นหมายสิ่งใด ย่อมสะสมความคิด พฤติกรรม เพื่อน้อมไปสู่สิ่งนั้นจนเต็มได้ เรียกว่า "ชอบ" (ฉันทะ) จึงกลายเป็นเอกลักษณ์ หรือทั้งหมดของเส้นทางชีวิตได้ (อาชีพ) ขั้นต่อมาเราจะพบคำว่า "ความสุข" และมันสะท้อนจากขั้วหัวใจได้ว่า นี่คือ "อิสรจิต" ที่ต้องการเสรีภาพอย่างแท้จริง

แต่กระนั้น ก็มีไม่น้อยที่ทำโดยไม่เต็มใจ ไม่ชอบ ไม่รัก ที่ทำไปเพราะหน้าที่ ตำแหน่ง เงินเดือน ศักดิ์ศรี ท้าทายตนเองและคนอื่น ซึ่งดูเหมือนงานนั้น อาจไม่ค่อยมีจิตวิญญาณสิงสร้างก็ได้ ผลงานจึงเหมือนแห้งๆ ขาดชีวิตชีวา เพราะความไม่เต็มใจหรือไม่ใส่ใจนั่นเอง นึกถึงนักเขียนข่าว นักคอลัมนิสต์ ที่ขีดเขียนประจำวัน เขาได้แรงบันดาลใจมาจากไหน มีไอเดียมาจากใคร จึงนั่งเขียนได้ไม่หมด นั่นเขาอาจมีความสุขอยู่กับความคิด ความเห็นที่เราได้เสพจากเขาก็ได้

งานใดๆ ก็ตาม ผู้นั้นที่ดำเนินอยู่ อาจมาจากรากฐานสำคัญ ที่ค่อยๆสะสม หรือถูกจูงใจ ถูกกระตุ้น หรือเกิดแรงบันดาลจากอดีตก็ได้ จึงทำให้ไม่น่าเบื่อ สมองของมนุษย์ที่ได้สะสมอะไรมามากๆ เข้า ย่อมจะเห็นเค้าโครงของโลก สังคม ศาสนา วิถีชีวิต จิตใจ ทั้งตนเองและคนอื่นได้ และนี่คือ แรงขับสำคัญในการเรียบเรียง สร้างสรรค์องค์ความรู้ มาเผยแผ่ต่อสาธารณชน ซึ่งมี ๓ ช่องทางคือ การเขียนและการพูด และแสดงออก เพื่อสร้างสัมพันธ์กับมนุษย์คนอื่นในสังคม


๒ : งานสื่อมือเขียน

การเขียนนั้นมี ๒ ทางคือ เขียนโดยใช้อักษรบรรยายทัศนะ ความคิดเห็น หรือเหตุการณ์ให้ผู้อื่นรับรู้ จนสามารถมองเห็นภาพได้ ทางที่ ๒ คือ การเขียนภาพ ระบายภาพจากต้นแบบหรือจากจิตนาการ เพื่อสื่อสารทัศนะหรือเหตุการณ์ให้ผู้อื่นรู้

การพูดนั้นมี ๒ แบบ คือ พูดแบบกันเอง ไม่มีพิธีรีตองใด อยากสื่อ อยากแสดงทัศนะอะไรก็ได้ ไม่มีแบบที่ตายตัว แล้วแต่บรรยากาศ ส่วนแบบที่ ๒ คือ การพูดแบบทางการ ที่ชุมชน มีระเบียบ ระบบ มีหลัก มีขั้นตอน มีการระวังคำศัพท์ที่ใช้ เพราะผู้ฟังมีหลากหลาย

ส่วนการแสดงออกมี ๒ แบบ คือ แสดงออกแบบธรรมชาติของตน โดยไม่ได้ดัดจริต ไม่ได้สร้างมายา ไม่มีแบบแผนที่ตายตัว แบบที่ ๒ คือ การแสดงออกแบบนักแสดงอาชีพ เช่น ดารา นักแสดงเวที ฯ

ดังนั้น มนุษย์ทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ ถือว่ามีค่าต่อการเคารพ ในเส้นทางของธรรมชาติ ที่สะท้อนสัจธรรมออกมาหรือธรรมทัศนาในตัวมันเอง ขึ้นอยู่กับสายตา ปัญญา มุมมองของผู้ดู ผู้ชมว่า จะเห็น จะจับเอาอะไร ทุกคนจึงอาจกล่าวได้ว่าคือ "บรมครู" ของผู้พบเห็นได้เสมอ ยิ่งเราได้อ่าน ได้ฟัง ได้เห็นทัศนะของเขา ย่อมจะมีมุมที่สะกิด กระตุกให้คิดสะท้อนสัจภาวะของเขาออกมาได้


๓ : สังคม GTK

ผู้เขียนได้ความรู้จากสังคมที่นี่ ที่ได้กระตุ้นให้คิด ได้เห็นกระแสสังคม ข้อคิดทั้งส่วนตัวและส่วนรวม จึงถือว่าได้ศึกษาจากนักเขียนต่างๆ ที่อยู่ต่างที่ ต่างถิ่น แล้วรายงานผ่านกระดาน GTK เพื่อให้สมาชิกได้รับรู้ เข้าใจ แม้จะมีงานเขียนที่เป็นเรื่องส่วนตัวก็ตามหรืองานที่แอบแฝงเชิงโฆษณาก็ตาม ส่วนใหญ่ก็ถือว่า มีผู้รู้จริง ผู้ชำนาญในด้านนั้นๆ ให้มุมมองให้กว้างขึ้น

เท่าที่สังเกตมือใหม่ ที่เพิ่งตื่นเต้นกับ "งาน" ของตน ที่เห็นอะไร เป็นอะไร ทำอะไร ก็มักจะโพสต์แบบไร้การตรจสอบ เหมือนเล่นไลน์ซะงั้น แต่ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า มือใหม่คือ มือสมัครเล่น ไม่ได้ยั่งยืน คงเส้นคงวาเหมือนมืออาชีพจริงๆ ผู้ที่มีฐานที่มั่นคง มีองค์ความรู้ และประสบการณ์จริง นั่นคือ ของแท้ ที่เห็นงานเขียนปรากฏอยู่อย่างต่อเนื่อง

จึงอยากฝากความซาบซึ้งถึงใจท่านเหล่านี้ เพื่อขอบคุณที่ท่านได้เขียนฝากข้อคิดไว้ แต่อย่าลืมนะว่า งานเขียนของท่านทุกคน จะปรากฏในเวบ "กูเกิล" (ลองค้นหา ชื่อเรื่องของท่านเอง) ทุกชิ้น การเขียนทุกครั้งจึงควรใส่ใจหัวข้อ เนื้อหาให้ดี และพึงระลึกเสมอว่า มันจะฝังอยู่ต่อไปยาวนาน นี่คือ รายชื่อที่ผู้เขียนอยากขออนุญาตนำมาลงในงานเขียนที่ต่อเนื่องวันนี้ มีดังนี้-


๑) ศ.วิจารณ์ พานิช - ผู้ให้ความรู้ เชิดชูหลักศพพ. และแสดงโลกทัศน์ให้เราได้รับรู้อยู่เสมอ

๒) คุณยายธี - เป็นคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ต่างชาติ และอาจหาญ มีมุมมองที่คม ชัด ลึก ตื่นรู้ อยู่กับสังคม และธรรมชาติ

๓) ผอ. ชยันต์ เพชรศรีจันทร์ - ที่มุ่งมั่น ปั้นโรงเรียน ให้เป็นโรงสำหรับเรียนรู้อย่างแท้จริง แม้ท่านจะอึดอัดกับระบบก็ตาม

๔) ดร.แสวง รวยสูงเนิน - เป็นผู้ที่หลงใหลในศาสตร์ปัญญาชาวบ้าน การทำนาไร่ ไม่ไถ ให้หญ้างาม และมีความรู้ปราดเปลื่องในเรื่องพระ(เครื่อง)

๕) อ.ขจิต ฝอยทอง - เป็นผู้ท่องเที่ยวไปให้ความรู้หนูทั่วประเทศ นิเทศภาษาอังกฤษ เพื่อผูกมิตรชาว AEC

๖) หมอJJ - เป็นหมอแพทยวิทยา นักวิชาการ นำเอาความรู้มาเผยแผ่ ให้ชุมชนได้รับรู้

๗) คุณมะเดื่อ - รู้ทั่วไทย ขยายความรู้ สู่ชุมชน บนเสียงเพลง

๘) อ.แผ่นดิน - เป็นครูดินถิ่นรากหญ้า พัฒนามันสมองของนิสิตให้ก้าวไกล ทันโลก

๙) อ.นงนาท สนธิสุวรรณ - ผู้เชี่ยวชาญกิจกรรมสังคมแบ๊งค์ เป็นพี่ใหญ่ในหล้าปฐพี เป็นผู้มีความกล้าท้าสังคม

๑๐) ครูหยิน - ผู้เกิดมาเป็นครูแท้ แก้ปัญหาให้เด็ก ในสังคมไทย

๑๑) คุณกานดาน้ำมันมะพร้าว - มีเรื่องราวสมุนไพรมาให้เสมอ อีกทั้งรู้เรื่องราวมะพร้าวกว่าใครๆ

๑๒) ดร.จันทวรรณ ปิยะวัฒน์ - ผู้ถนัดสังคมโกทูโนว์ มีอะไรใหม่ ท่านจะแจ้งแจงให้เราได้เข้าใจอยู่เสมอ

๑๓) อ.nui - เป็นผู้ลุย กรุยรู้ มาสู่เรา และทั้งเข้าใจ ห่วงใยธรรมชาติด้วย

๑๔) อ.SR. - ผู้อยู่ต่างแดน ยังห่วงแหนแดนไทยไม่ปล่อยมือ อีกยังสื่อภาษาวิชาการ

๑๕) ผอ.บุษยมาศ แสงเงิน - ผู้ไม่เดินกับคนชั่วให้มัวหมอง เป็นตนตรง ไม่หลงหลอก นอกจากน้องฟ้าคราม

๑๖) อ.ฤทธิไกร มหาสารคาม - ไม่ต้องถามนามนี้ว่าอยู่ไหน เป็นคนเดียวที่เที่ยวเผยแผ่ศพพ. อยู่อย่างยั่งยืน

๑๗) อ.ภูฟ้า น้อยฤทธิ์ - เป็นผู้สถิตในศาสน์ ปราศอวิชชา และมุ่งหน้าหานิพพานจริง

๑๘) อ.ต้น บุญธรรม - ผู้เพียรพร่ำ ย้ำสอนภาษาอังกฤษ และรู้เลิศวิทย์สรรพวิชานานาศาสตร์

๑๙) Dr.Ple - เป็นคุณหมอ ดอกเตอร์เปิ้ล ที่ย่ำเดินรักษาประชาชน และนำสาระวิชาความรู้สู่ชุมชนบ่อยๆ

๒๐) คุณพ.แจ่มจำรัส - ผู้สันทัดอยู่กับตน ยลน้องหมา เป็นผู้ให้ความรู้โรคนานา เพิ่มปัญญารู้ทันกาย

๒๑) คุณอักขณิช - ผู้รู้จิต รู้ธรรม รู้ธรรมชาติ ในบ้านนา

๒๒) อ.Wasawat Deemarn - ผู้รู้วัฒน์ต่างชาติ มีบทบาทสร้างมิตรไมตรี อีกทั้งรู้กระแสโลกด้วย

๒๓) อ.Share - เป็นผู้เผยแผ่หลักธรรมคำสอน ผ่านบทกลอน กวี ชี้ให้โลกรู้ตื่น เบิกบาน

๒๔) ครูโสภณ เปียสนิท - ผู้มีปรัชญาชีวิต ชอบชวนคิด ปริศนา เป็นบทกลอน เพื่อสะท้อนสังคม

๒๕) อ.Pojana Yeamnaiyana - เป็นคนนอก บอกคนไทย ให้รู้ความงามธรรมชาติ

๒๖) อ.ไฉน - ผู้ใคร่ธรรม นำพาตน อยากหลุดพ้นบ่วงวัฏฏ์ สะท้อนอัตถ์ผ่านกลอนกวี

๒๗) อ.กุหลาบ มัทนา - ผู้รู้ไกล ในหล้า นำวิชามาเผยรู้ ในหมู่สังคมไทย

๒๘) อ.ดารินี ชัยอิทธิพร - ผู้มีชีวิตติดกับพยาบาล จิตสาธารณ์ บ้าน ชุมชน คนทุกเหล่า

๒๙) อ.วอญ่า-ผู้เฒ่า - ผู้เร่งเร้า เหล่าชุมชน ให้พ้นทุกข์ แก้ปัญหาสังคม ร่วมประสานงานทั้งปวง

๓๐) คุณธีระวุฒิ ศรีมักขละ - เป็นคนกล้าท้าทาย ผู้ขวนขวายให้เยาวชนเป็นคนเก่ง ใจสากล

๓๑) อ.ถาวร ภาวงศ์ - ผู้เดินตรงในดงธรรม อย่างล้ำลึก มีตาคม มองลึกในสังคม

๓๒) คุณทิมดาบ - เป็นเยาวชนคนกล้า หาสิ่งใหม่ๆ ใฝ่ศิลปะ อยู่ล้ำหน้า และรักษาป่าธรรมชาติให้ยืนยง

๓๓) คุณ GD - เป็นผู้มีใจใฝ่ธรรม แสวงหาการเรียนรู้ทั้งอดีตและปัจจุบัน

๓๔) อ.S.K. - เป็นคนป่วย ที่รวยธรรม และผู้กล้านำพัฒนาให้เข้าใจสุขภาวะอย่างแท้จริง

๓๕) อ.ธิรัมภา - ผู้รู้ธรรมชาติ รู้ความไม่ประมาทของสังคม รู้จิตที่สันติในข้างใน

๓๖) อ.ณัฐรดา สุขสุธรรมวงศ์- เป็นผู้มั่นคงในหลักธรรม อย่างล้ำลึก และศึกษาธรรมอย่างเข้าใจในจิตตน

๓๗) อ.พี่หนาน - ผู้ชำนาญภาษาถิ่น ดินภาคเหนือ เป็นผู้เผยแผ่กิจกรรม ในชุมชม

๓๘) ดร.ประพิศ โบราณมูล -รับใช้ธรรม ศาสนา เป็นผู้เชิดชูพระศาสดา รับใช้พระ รักษาธรรม

๓๙) คุณหมอเจ้ คนสวย - เป็นผู้ช่วยหาวิทยามาเผยแผ่ แก้ปัญหาสุขภาพอนามัย

๔๐) คุณแสงแห่งความดี - เป็นผู้ที่ยึดมั่น ความดี ในสังคม ที่เริ่มจากครอบครัวเป็นตัวอย่าง

๔๑) คุณโอ๋-อโน - เป็นผู้สื่อภาษาให้สังคม และเป็นผู้บ่มศีลธรรมประจำครอบครัว

๔๒) คุณNoktalay - เป็นครูคน ต้องค้นคว้าวิชาการ และเทคนิดใหม่ ที่มุ่งมั่นสร้างเด็กให้เก่ง

๔๓) คุณหนูรี - ผู้เน้นอาหาร ด้านเสื้อผ้ามาเสนอ เห็นแต่เธอชอบบันทึก มีไอเดียเก๋ๆ และมุมธรรมชาติด้วย

๔๔) ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ - เป็นผู้รู้กระแสสังคม เป็นนักวิชาการ และชำนาญเป็นวิทยากร

๔๕) คุณKa-poom - เป็นดอกเตอร์ ผู้เจอธรรม ก็ซุ่มเรียนรู้อย่างละเอียดในจิตตน เพื่อให้รู้ร้อน เย็น หนาว แล้งในใจ

๔๖) Pa-daeng - เป็นผู้ใหญ่ใจดี ที่บอกชี้สมบัติผู้ดี และเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ให้เรารู้ถึงถิ่นดินอีสาน

๔๗) คุณวัลลา ตันตโยทัย - ผู้ชอบแนวป่าธรรมชาติ ไม้ น้ำ นก สัตว์ต่างๆ เพื่อสร้างให้ใจมีเมตตาต่อธรรมชาติ

๔๘) ดร.ภิญญโญ รัตนาพันธุ์ - เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อบันเทิง ได้ข้อคิด ปรัชญาจากสื่อเช่น สามก๊ก

๔๙) คุณเพชรน้ำหนึ่ง - ผู้รู้ซึ้งเรื่องราวข้าวปลาอาหาร บ้านถิ่นเหนือ มีภาพมาฝาก จนอยากกินเชียว

๕๐) ลุงชาติ - เป็นนักปราชญ์ ขุนเข่า มวยไทย อนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานเชยชม

๕๑) อ.อร - เป็นผู้ชำนาญการประเมินผล วิชาการ อีกทั้งยังมีอารมณ์ศิลป์ ปิ่นกวีด้วย

๕๒) อ.Tuknarak - เป็นผู้ชอบบันทึก พิทักษ์ รักษ์ป่า น้ำ นก แมลง รอบรั้วบ้าน มีผลงานภาพมาฝากด้วย

๕๓) คุณRojfitness - เป็นผู้ชอบออกกำลัง สร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง เพื่อสุขภาพด้วย

๕๔) คุณอารักขา - เป็นชาวนา ชาวสวน ที่ชอบเรื่องเกษตร จนเป็นเหตุให้สนในทฤษฎีศพพ. ด้วย

๕๕) คุณยูริ - ชอบค้นคว้า หาความจริงในอดีต ในกลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกรังแก บางครั้งก็ชั่งศิลป์อินในกวีด้วย

๕๖) Dr.Phichet - มีบทกวี มีเรื่องราวหลากหลาย ทั้งเป็นคนดูแลพ่อที่ชรามากด้วย

๕๗) คุณผุสดี - เป็นผู้โพสต์บันทึกเรื่องราวอิสลาม วิชาการ และปรัชญาอีกมากมาย

๕๘) ดร.ธวัชชัย - คีย์แมนของโกทูโนว์ ผู้สร้างสรรค์งานวิชาการต่างๆ ให้ได้อ่านประจำ

๕๙) อ.ชยพร - เป็นส่งกลอนสั้นๆ แต่อมความ ซ่อนใจ ฝังแก่นจากใจท่าน

๖๐) คุณคนบ้านไกล - ก็มีบทบันทึกดีๆ มาฝากจากแดนไกล เหมือนนามปากกาของท่าน


ทั้งหมดนี้ผู้เขียนได้ถอยหลังไปดูในโกทูโนว์ ๔-๕ เดือน เพื่อสำรวจว่า มีผลงานปรากฏหรือไม่ ปรากฏว่า ยังมีอยู่เสมอ สะท้อนให้เห็นว่า ท่านเหล่านี้ไม่ได้มีแค่ความอยากตามกระแสหรือเป็นเพียงมือสมัครเล่นเท่านั้น แต่หากเป็นผู้มีประสบการณ์ มีแรงขับที่อยากสื่อ อยากแชร์ประสบการณ์แบ่งบันความรู้ เพื่อให้ผู้อ่านได้รู้ด้วย นับว่าท่านทั้งหลายเหล่านี้ มีจิตสาธารณะอย่างแท้จริง ซึ่งนับวันจะหายาก และไม่ใช่ประเภทสื่อแบบทางเฟสหรือไลน์ ที่กำลังเห่อกันอยู่ในปัจจุบัน

ดังนั้น จึงขออนุญาตลงชื่อ ออกนาม เพื่อประกาศความดีงามที่ท่านได้เสียสละความคิด ความเห็นของท่านไว้ณตรงนี้ด้วย นอกจากนี้ยังมีนักเขียน นักบันทึกอีกจำนวนมากที่ไม่ได้กล่าวถึง ต้องขออภัยด้วย เชื่อว่าท่านเหล่านั้น จะมีกำลังใจสร้างสรรค์ผลงานที่น่าอ่านหรือเสนอแนวคิดใหม่ๆ และท้าทายสังคมต่อไปครับ เพราะนี่คือ พหุทัศน์จากท่าน ที่จะมีประโยชน์แก่คนอ่านที่เป็นเอกทัศน์ให้เข้มข้นครับ

สุดท้าย ขอบคุณที่ทุกท่านได้บันทึกเพื่อประโยชน์แก่ลูกหลานสืบไป และขออภัยหากท่านใดไม่ปรารถนาให้ออกนามครับ

---------------------------๑/๗/๕๘------------------------------