คุณยายธี กล่าวไว้ว่า..........

".....ทำไมไม่รักษ์..ป่ารักษ์ น้ำ....มีแต่ผู้ลักป่า..และขายน้ำ..อยู่ทั่วไป..เก็บเบี้ยท่าเดียว..ป่าถาก เสียเตียนรอผู้คนเข้า..ดู..กางเต้นท์นอน..ปิ้งย่างวางท่าให้เหมือนมาเห็น ป่า..ดูดอากาศบริสุทธิ์ที่ต้องใช้เงินเป็นตัวตั้ง..แล้วเมื่อไรล่ะ...คำว่า รักษา จะเกิด..คงจะเกิดเมื่อไก่เห็นตีนงู..งูเห็น..นมไก่..เป็นแน่ทีเดียวเจียว.." ..... ..........................................................................................................................

เป็นมุมมองที่ค่อยข้างจะชัดเจนนะครับ...

.....จากกรณีการบุกรุกป่าที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งชวนให้สังคมตั้งข้อสงสัยต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะผลจากการทำงานที่หละหลวมหรือการทุจริตคอร์รัปชันกันแน่?ติดตามความเคลื่อนไหวเหล่านี้มานานบอกเลยว่า “ผลประโยชน์ใต้โต๊ะ”คือกลไกสำคัญที่ทำให้....ธุรกิจสีเขียว.....หลายแห่งหมุนต่อไปได้อย่างราบรื่น....จริงๆ แล้ว นายทุนหลายๆ แห่งที่ยังอยู่ได้ก็เพราะมีการจ่ายผลประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยว ข้องทั้งนั้นแหละ ไม่งั้นถางป่า และก่อสร้างสิ่งต่างๆได้ยังไง ก็ต้องถามว่า...แล้วทำไมเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ถึงไม่รู้ตอนที่เขาสร้างและบุกรุก และส่วนใหญ่เป็นแบบนี้ทั้งนั้นเลยครับ ....คือให้สัญญาเช่าที่ดินไป แต่ไม่ลงมาตรวจดูว่าจริงๆ แล้วรุกล้ำหรือสร้างเกินไปเท่าไหร่ ....

....... หนักกว่านั้น พอหมดอายุสัญญาเช่าแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ไม่มาตรวจสอบอีก บางแปลง เช่ามาเป็นสิบๆ ปี เจ้าหน้าที่ก็ยังเก็บผลประโยชน์อยู่ แต่ไม่ดำเนินการเพิกถอนสิทธิจนเกิดความขัดแย้งเต็มไปหมด ส่วนบริษัทที่ได้สัมปทานนั้นก็ยังคงใช้ประโยชน์จากที่ตรงนั้นอย่างต่อเนื่อง.เจริญๆ.......

.........ตัวแปรสำคัญที่เจ้าหน้าที่รัฐผู้ฉ้อฉลใช้แลกเงินใต้โต๊ะ...เนื่องจากพื้นที่หลายแห่งรอบเขตป่าสงวนมีความสุ่มเสี่ยงต่อข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่า และในหลายๆ...พื้นที่หน่วยงานก็ประกาศพื้นที่ป่าสงวนทับหมู่บ้านที่ตั้งรกรากมาก่อน..ทำให้ผู้อยู่อาศัยเดิมต้องเอาหลักฐานมาแสดงสิทธิเพื่อเป็นการพิสูจน์สิทธิ.....ที่จะสามารถอยู่อาศัยในพื้นที่นั้นๆ ได้..มิเช่นนั้นจะมีความผิดฐานบุกรุกเขตป่าสงวน .....

"ปัญหา เรื่อง ป่ากับคน หรือ คนกับป่า..จึงเป็นเรื่องที่ไม่จบสิ้นเสียที ปราบปราม และพูดกันมาทุกๆรัฐบาล..จนเป็นมหากาพย์..ไปแล้วทุกวันนี้"

.............น่าสงสารป่าไม้ บ้านเราจังเลย ...นะครับ................



(สุดท้ายนี้...มีบทกลอนน้อยๆฝากถึงคุณยายธี...นะครับ)

......ขอขอบคุณ "คุณยายธี " ที่แสนห่วง...

ป่าทั้งปวง รวมน้ำดิน ในถิ่นนี้....

เป็นต้นน้ำ ลำธาร ไหลผ่านมี......

แหล่งปัจจัยสี่ ..คนและสัตว์หลาย .อาศัยมา...

........ใครจะเห็น คุณค่าป่า รักไม่รักษ์...

ขอตระหนัก รักด้วยใจ ใส่เกศา...

ทุกวันนี้..ภัยน้ำแล้ง แห้งเต็มตา...

หวังพึ่งฟ้า ว่าแต่ชลฯ จนสิ้นแรง...........