เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๘ รศ.ดร.ศุภชัย สมัปปิโต (ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี) ร่วมด้วยคณะกรรมการบริหาร “โครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน” คือ ผศ.ดร.ฉันทนา เวชโอสถศักดา (ผู้ช่วยอธิการบดี) และ ดร.มลฤดี เชาวรัตน์ เข้าร่วมเวทีเสวนา “ชนบทไทย : พื้นที่วิจัยสำหรับนักวิชาการรุ่นใหม่” ณ อาคาร 4 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งดำเนินการโดยมูลนิธิมั่นพัฒนาและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

เวทีดังกล่าว รศ.ดร.ศุภชัย สมัปปิโต ได้นำเสนอประเด็นการทำงานของมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่มีต่อชุมชนในวาระ “การศึกษาเพื่อรับใช้สังคม” ผ่านกระบวนการและนโยบายเชิงรุกที่บูรณาการภารกิจหลัก ๔ ด้านสู่การรับใช้สังคม (การเรียน บริการวิชาการ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและวิจัย) โดยมุ่งพัฒนาชุมชนผ่านระบบและกลไกทางการศึกษา ใช้ชุมชนเป็นชั้นเรียน พัฒนาการเรียนรู้บนโจทย์ หรือความต้องการของชุมชน เน้นการมีส่วนร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนและภาคีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการมุ่งให้นิสิตได้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงร่วมกับชุมชน (ปราชญ์ชาวบ้าน) ตลอดจนการมุ่งให้แต่ละหลักสูตรได้นำองค์ความรู้ไปบูรณาการร่วมกับชุมชน ซึ่งสอดรับกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑


รศ.ดร.ศุภชัย สมัปปิโต : ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี

นอกจากนี้จะยังสะท้อนตัวอย่างความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมผ่านโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนที่ขับเคลื่อนร่วมกับชุมชนมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ บนฐานคิด “เรียนรู้คู่บริการ” ที่ครอบคลุมประเด็นอันเป็นยุทธศาสตร์หลักมิติ “ข้าว ปลา นา น้ำ” และอื่นๆ เช่น การศึกษา สังคม เทคโนโลยี ไอที ซึ่งในทุกโครงการจะขับเคลื่อนด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม การจัดการความรู้และการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน

ในทำนองเดียวกันยังสะท้อนถึงระบบและกลไกการศึกษาเพื่อรับใช้สังคมที่ไม่ได้ผูกยึดอยู่แต่เฉพาะภารกิจ ๔ ด้านเท่านั้น หากแต่ยังเชื่อมโยงถึงกระบวนการหนุนเสริมการเรียนรู้ผ่าน “กิจกรรมนอกหลักสูตร” ขององค์กรนิสิตที่มุ่ง “บริการสังคม” ตามอัตลักษณ์ความเป็น “นิสิตกับการช่วยเหลือสังคมและชุมชน” ผ่านโครงการ หรือกิจกรรมหลากรูปแบบ ซึ่งมีทั้งที่จัดในมหาวิทยาลัยและนอกสถานที่ในมิติของ “ค่ายอาสาพัฒนา” ที่เห็นได้ชัดถึงกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบและการนำองค์ความรู้ในวิชาชีพของนิสิตไปสู่การบริการสังคมเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ


หรือแม้กระทั่งการสะท้อนให้เห็นถึงระบบการหนุนเสริมเพื่อก่อให้เกิดกระบวนทัศน์ของการศึกษาเพื่อรับใช้สังคมผ่านการเรียนการสอนหมวดศึกษาทั่วไปที่มี “วิชาการพัฒนานิสิต” เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนและบ่มเพาะให้นิสิตได้ตระหนักถึงหัวใจของการมีจิตสาธารณะที่จะรับผิดชอบต่อสังคมตามปรัชญา “ผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน” ซึ่งนิสิตจะเรียนรู้ในแบบ “บันเทิงเริงปัญญา” เรียนรู้ถึงกระบวนการและวิธีการของการอยู่ร่วมกัน เรียนรู้ถึงกระบวนการของการนำความรู้ไปบริการสังคม เรียนรู้ถึงหลักคิดของการทำงานร่วมกับชุมชน โดยปีการศึกษา ๒๕๕๙ วิชาการพัฒนานิสิตได้ถูกต่อยอดไปเป็น “วิชาภาวะผู้นำ” และ “วิชาหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน” อย่างเป็นรูปธรรม

ผลพวงการนำเสนอดังกล่าว ฉายให้เห็นภาพความสำเร็จเชิงนโยบาย และความสำเร็จของระบบและกลไกของการบูรณาการภารกิจทั้ง ๔ ด้านสู่การรับใช้สังคม ส่งผลให้ปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาต่างๆ ทยอยเดินทางมีศึกษาดูงานเป็นระยะๆ ทั้งในรูปของการมาเยี่ยมชมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้บริหารและคณะทำงาน ตลอดจนการลงพื้นที่สัมผัสจริงกับความสำเร็จของการรับใช้สังคมในมิติ “หนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน” และ “วิจัย มมส เพื่อชุมชน” หรือ “วิจัยเพื่อท้อถิ่น” อันเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหาสารคามกับ สกว.ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น ซึ่งทั้งปวงนั้นล้วนเป็นความสำเร็จที่แตะต้องได้ และเป็นความสำเร็จที่ฉายชัดถึงความเข้มแข็งทั้งที่เป็นหลักสูตรและชุมชน