676. เรียนรู้ศาสตร์ OD ผ่าน "สามก๊ก" (ตอนที่ 6)

ผมยังดูอีกครั้งครับ ตามดูสามก๊ก ศึกษา เจาะไปเรื่อย ตามแบบของผม แบบของคนทำ Appreciative Inquiry (AI) เป็นศาสตร์หนึ่งในการพัฒนาองค์กร แต่ผมไม่ได้ทำศาสตร์เดียว Organisation Development ยังมีศาสตร์ที่น่าสนใจอีกหลายศาสตร์เช่น Learning Organisation (LO) วันนี้มาดูกัน

...ผมติดตามเรื่องราวของเล่าปี่มาแต่เด็ก ยิ่งนานไปผมก็รู้เลยว่า เล่าปี่ไม่ธรรมดา เพราะโตมาจากความไม่ธรรมดา คุณจะเห็นว่าเล่าปี่ดูสิ้นไร้ไม้ตอกตั้งแต่เริ่มต้นชีวิต ไม่พอขนาดมีคนหล้ามาช่วย หลายครั้งก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุน อย่างต่ำสองครั้งก็ด้วยฝีมือน้องสาม หรือเตียวหุย ที่ใจร้อนจนเดือนร้อน จากมีเมืองที่มีประชากรถึงหนึ่งล้านคนให้ปกครอง กลายเป็นคนไร้บ้าน ร่อนเร่ได้สองสามครั้ง แต่แม้ยามสิ้นไร้ไม้ตอก โจโฉและทีมงานกลับมองว่านี่คือวีรบุรุษตัวจริง และอยากฆ่ามาก แต่ก็ฆ่าไม่ได้ ขนาดเล่าปี่มานอนให้ฆ่าอยู่หน้าบ้าน ที่สุดต้องปล่อยไป แถมให้กองทัพไปด้วย...โว๊ ว๊าว ไม่ธรรมดาแฮะ

ต่อมาแม้ดูอ่อนแอที่สุด แต่กลับตั้งตัวได้กลายเป็นประเทศใหญ่ ...คิดดูครับ มีที่ไหน จากพ่อค้าเร่ อย่างเก่งก็เศรษฐี นี่ประเทศนะครับ ประเทศ ...

ทำได้ไง ในมุมมองของนักพัฒนาองค์กรอย่างผม เล่าปี่ทำ Learning Organisation ครับ ...OMG เป็นไปได้อย่างไร ท่านพี่ ...หลายคนหลังอ้าปากค้างและคารวะผมด้วยกาแฟหนึ่งจอก ผมก็คลายปริศนานี้ให้ ผมสังเกต ได้จากการทำงานเป็นทีม ภายใต้การชี้นำเรื่องคุณธรรมของเล่าปี่ครับ นี่มันคือเรื่องการเรียนรู้เป็นทีม (Team Learning) หนึ่งในวินัยห้าประการของ Learning Organisation ชัดๆ... การเรียนรู้เป็นทีมนี่ไปไกลกว่าการทำงานเป็นทีมครับ เพราะต้องมีการชี้นำ (Guiding Idea) ...การชี้นำที่ดี ตามแนวคิดของ Learning Organisation พบว่า ถ้าแนวคิดชี้นำชัดเจนเพียงพอ ทฤษฎี เครื่องมือ วิธีการต่างๆ จะเกิดขึ้นตามมาเอง จากนั้นจะมีการพัฒนานวัตกรรมในโครงสร้างพื้นฐานตามมา ..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/536393

ชัดไหมครับ แนวคิดชี้นำของเล่าปี่คือคุณธรรม จะเห็นว่าตลอดเวลาด้วยแนวคิดชี้นำนี้ เล่าปี่ก็คิดทฤษฎี หาเครื่องมือ และวิธีการต่างๆ ที่จะสร้างตัวเอง นวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานทุกอย่างตามมาหมด เห็นตั้งแต่แรก เล่าปี่ได้รับการปูนบำเหน็จให้ไปเป็นนายอำเภอในเมืองเล็กๆ แม้ต้อยต่ำกลับทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมซื้อสัตย์ เห็นได้ชัดว่าเล่าปี่ชี้นำเตียวหุยและกวนอู ด้วยคำว่า “คุณธรรม” ตลอด ทุกอย่างต้องมีเรื่องนี้กำกับ

ที่สุดคำว่า “คุณธรรม” กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะในเรื่อง HRD ของเล่าปี่ และนโยบายการปกครอง นโยบายการเจรจาต่อรอง ในโลกสมัยใหม่เราจะถือว่าเล่าปี่มี Brand ที่แกร่งมาก เรียกได้ว่าโครงสร้างสำคัญของเล่าปี่ก็คือ Branding คือภาพพจน์ของเล่าปี่เอง..ที่กลายเป็นมือที่มองไม่เห็น ที่สามารถดึงดูดผู้กล้า และประชาชนให้เดินตามได้ ยังไม่พอยังกลายเป็นกำแพงสูงใหญ่ ที่ปกป้องตัวเองยามตกต่ำอยู่ในเงื้อมมือของโจโฉ ด้วยโจโฉก็ชักธงชี้นำด้วย Guiding Idea กู้ราชบังลังค์ เช่นกันโครงสร้างของกองกำลังโจโฉก็คือคนดีและผู้กล้าเช่นกัน ..เลยทำอะไรไม่ได้ เพราะเดี๋ยวมีปัญหากับ Brand ของตนเอง

เรื่องนี้สะท้อนมาถึงยุค 60 ที่ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี้เคยประกาศว่า “เราจะส่งคนไปดวงจันทร์ให้ได้” เชื่อกันว่านี่ทำให้เกิด Team Learning ครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ นักวิทยาศาสตร์ และทุกคนทุ่มเทส่เป้าหมายเดี่ยวกัน เกิดเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ที่ส่วนใหญ่เป็นอะไรที่ไม่เคยมีมาก่อน จนกระทั่งสามารถส่งคนไปยืนบนดวงจันทร์ได้เป็นผลสำเร็จ

อินเดีย ล่าสุดเป็นชาติที่สี่ที่กำลังส่งยานอวกาศไปดาวอังคาร ตอนนี้อินเดียประกาศแล้วว่าจะมุ่งมั่นพัฒนาตนเองให้เป็นมหาอำนาจด้านอวกาศต้นทุนต่ำ นี่ก็เกิดจากแนวคิดชี้นำเมื่อสามสิบปีก่อน พอคิดได้ก็เริ่มมีทฤษฎี คือทำไงดี ก็เลยคิดแผนจัดงานประชุมนานาชาติได้อวกาศที่อินเดีย คราวนี้ประกบเลย ใครเก่งส่งคนไปเรียนด้วย ดึงมาที่ปรึกษาบ้างทำตามมีตามเกิด สามสิบปีให้หลังไปดาวอังคารได้

ล่าสุดผมไปเรียนจิตวิทยาบวกที่อังกฤษ ปรากฏว่าตอนนี้ใครจะเรียนแนวนี้ เขาต้องพานั่งเจริญสติกัน OMG ฝรั่งพาคนไทยนั่งเจริญสติครับ ...แถมเธอบอกความฝันของเธอ คือการได้ไปเข้าเฝ้าองค์ดาไล ลามะครับ.. และนี่คืออิทธิพลของดาไล ลามะ โพธิสัตว์แห่งศตวรรษที่ 21 ... ท่านกลับประเทศไม่ได้ เพราะธิเบตเจอจีนยึด หนีออกมา แต่ที่ทำมี Guiding Idea มาตลอด คือการไม่ว่าร้ายไม่ทำร้ายใคร แถมท่านสนับสนุนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ แถมเมื่อได้โนเบล ท่านก็เลยได้รับเชิญไปประเทศต่างๆ ไปไหน ท่านก็จะขอไปเยี่ยมชม พบปะนักวิทยาศาตร์ระดับโลก ที่สุดท่านเองทำให้วงการวิทยาศาสตร์ระดับโลกหันเอาวิทยาศาสตร์มาศึกษาศาสนาพุทธ หรือเอาแนวคิดศาสนาพุทธไปทดลองทางวิทยาศาสตร์ เกิดการประสานกันกลายเป็นศาสตร์ใหม่คือจิตตปัญญาศึกษา หรือ Contemplative Science ที่กำลังกลายเป็นกระแสของโลก ที่แรงขึ้นเรื่อยๆ

และที่มันส์มากคือทุกปี คุณจะเห็นนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกพากันไปเข้าเฝ้าดาไล ลามะ เพื่อเล่าให้ท่านฟังว่าไปทำอะไรมาบ้าง ...ระดับนี้ขอโทษนะครับ ผมว่าจีนทำให้เกิดปรากฏการณ์อย่างนี้ได้ยาก เงิน อำนาจซื้อไม่ได้ทุกอย่างครับ

นี่แหละครับการชี้นำ Guiding Idea ถามว่าต้องดีไหม ต้องคิดดีๆ ด้วย ถ้าคิดดีโครงสร้างดีๆ คนดีๆ ทฤษฎีดีๆ จะตามมา ถ้าไม่ดี ก็แย่ครับ

ตอนนี้เห็นประเทศไทยกำลังคิดจะมีบ่อนการพนัน ก็คิดดีๆ ครับ เราไม่รู้หรอก Guiding Idea แบบนี้จะมีคนแบบไหน ทฤษฎี และโครงสร้างแบบไหนตามมา ...

ในมุมมองของผม ผมไม่เห็นด้วยครับ เราสามารถทำอย่างอื่นได้อีกมาก เช่น เราเป็นเมืองที่มีคนนับถือพุทธมาก มีของดีๆ ฝั่งพุทธมาก...เราอาจสร้าง Guiding Idea เรื่องการเป็นศูนย์กลางด้านจิตใจของโลกได้ ..คน ทฤษฎี โครงสร้างดีๆ ที่สร้างสรรค์จะตามมาอีกมาก ...ผมยิ่งอายุมากขึ้น พบเลยครับคนจำนวนมาก มี ปัญหาด้านจิตใจก็มีมากไม่ว่าฝรั่งหรือไทย เราจับจุดตรงนี้ได้ครับ เราสามารถเป็นแหล่งสร้างบุญใหญ่ในจักรวาลได้ ..

แหล่งบ่อน หรือแหล่งบุญ เราเริ่มต้นได้ เริ่มต้นดี ลูกหลานเราก็จะดี เริ่มต้นไม่ดีก็ระวังสิ่งที่เราเรียกว่ามโนกรรมนะครับ วจีกรรม กายกรรมจะตามมา และที่จะตามเราไปคือวิบากกรรม คิดดีๆนะครับ ไม่เชื่อถามเล่าปี่ โจโฉจอห์น เอฟ. เคนนดี้ ประธานาธิบดีอินเดีย และท่านดาไลลามะได้ ..

และวันที่ 21 มิ.ย. นี้เป็นวันคล้ายวันประสูติท่านดาไล ลามะ ผมขอให้ท่านมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง เป็นดวงประทีปของโลกไปอีกนานๆ นมัสการท่านนะครับ วันนี้ผมจะไปทำบุญให้ท่านครับ



วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

สุดท้ายของสุดท้ายก็คือ.."อย่าเปิดบ่อนเลยครับ"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)