ต่อจากตอนที่แล้วที่ผมพูดถึงทฤษฎีองค์กรแห่งการเรียนรู้ เรื่องโดเมนแห่งการเปลี่ยนแปลง และโดเมนแห่งการกระทำ ที่จะส่งให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้น

หัวใจของการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นอยู่ที่ แนวคิดชี้นำ (Guiding Idea) ถ้าแนวคิดชี้นำชัดเจนเพียงพอ ทฤษฎี เครื่องมือ วิธีการต่างๆ จะเกิดขึ้นตามมาเอง แล้วสิ่งนี้จะทำให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในโครงสร้างพื้นฐานตามมา ในขณะเดียวกัน ความแรงกล้าของแนวคิดชี้นำ ส่งผลให้มีปัจจัยสองประการนี้ จะค่อยๆ หลอมรวมจิตวิญญาณคน ดึงผู้คนให้เข้ามามีส่วนร่วม เกิดการระดมความคิด ความพยายามมากขึ้น จนการเปลี่ยนแปลงเริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ แรงขึ้นเรื่อยๆ จนอะไรก็หยุดไม่อยู่ และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดคิดไว้ นั่นเอง

เรื่องนี้นอกจากท่านลินคอล์น ยังทำให้ผมนึกถึงฮิตเลอร์ ที่ฆ่ายิวไปหกล้านคน


จะว่าไปฮิตเลอร์มีแนวคิดชี้นำ ว่าชาวเยอรมันเป็นชนชาติอารยัน มีความเหนือกว่าทุกชนชาติ ชัดไหม ที่สุดเมื่อมีความคิดชี้นำ ฮิตเลอรถึงขั้นเขียนหนังสือ พัฒนาทฤษฎีความเป็นอารยัน แบบมั่วจับแพะชนแกะ ชื่อ Mien Kampf ซึ่งจะแจกให้คู่แต่งงานทุกคน ความเชื่อที่เข้มข้นทวีความรุนแรง และดึงการมีส่วนร่วมจากคนไกล้ตัว จนขยายเป็นวงกว้าง นำไปสู่การตั้งเกสตาโป ตำรวจลับ กระทรวงโฆษณาชวนชื่อ จนถึงที่สุดกลายเป็นค่ายกักกันชาวยิว ตามมาด้วยนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ เช่นห้องรมควัน ที่สามารถฆ่าคนได้ทีละมากๆ

ส่วนเรื่องอื่นเช่นเรื่องวิทยาศาสตร์ ก็ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดความเข้มข้นขึ้น มีการพัฒนาทฤษฎีต่อยอด เช่นเรื่องจรวด ที่ได้นักวิทยาศาสตร์หนุ่มคือวอนเนอร์ วอน บราวน์ มาต่อยอดทฤษฎีของกอร์ดดาด จนทำให้จรวดเล็กๆ กลายเป็นจรวดตระกูล V ที่ฮิตเลอร์ส่งไปถล่มอังกฤษนับพันลูก ด้วยแนวคิดชี้นำที่ดำมืด และจริงจังส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ในวงกว้าง เกิดการยกระดับอุตสาหกรรม ความคิดอย่างเป็นระบบ จนเกิดการยกระดับในหลายๆด้าน ที่ส่งผลให้ความมืดในใจของฮิตเลอร์กลายเป็นความจริงที่ดำมืดในที่สุด

ลองมาดูจุดเปลี่ยนกัน

เมื่อสิ้นสงคราม ฮิตเลอร์แพ้ สิ่งที่สหรัฐกับรัสเซียรีบค้นหาคือวอนเนอร์ วอนบราวด์ เรียกว่าพลิกแผ่นดิน สหรัฐได้ตัวไปก่อน พร้อมยึดเอาจรวด เครื่องบินเจ๊ต เทคโนโลยีล่าสุดของเยอรมันไว้ ด้วยทั้งสองมีแนวคิดชี้นำมาจากผู้นำประเทศว่า ต้องการเป็นผู้นำด้านอวกาศให้ได้”

สหรัฐมอบสัญชาติอเมริกันให้วอนเนอร์ วอนบราวน์ทันที แล้วตั้งองค์กร NASA ให้ เริ่มมีการทดลองดัดแปลงจรวด V เยอรมันให้สามารถนำไปใช้ในเชิงสันติได้ เมื่อถึงยุคประธานาธิบดีจอห์ เอฟ เคนเนดี้ หรือ JFK มีการประกาศแนวคิดชี้นำให้กับประชาชนสหรัฐอเมริกาคือ “จะส่งคนไปลงบนดวงจันทร์ให้ได้” เป็นที่มาของการรวบรวมพลัง พัฒนาทฤษฎีแนวคิดใหม่ๆ มีการพัฒนาจรวด ที่ถือเป็นนวัตกรรมพื้นฐานใหม่ ที่สุดสหรัฐส่งคนไปลงบนดวงจันทร์ได้ โดยเบื้องหลังก็คือนักวิทยาศาสตร์นาซี ที่ก็คือวอนเนอร์ วอน บราวน์ นั่นเอง


คุณจะเห็นว่าอเมริกาก้าวล้ำนำยุคด้านอวกาศก็ด้วยแนวคิดชี้นำนั่นเอง จะว่าไปความก้าวหน้าด้านนี้ของอเมริกาก็มาจากวอนเนอร์ วอน บราวด์ที่เป็นผลผลิตของ “แนวคิดชี้นำ” ของฮิตเลอร์นั่นเอง

ประเทศไหนจะเสื่อมลงสู่ด้านมืด หรือเจริญสู่แสงสว่าง ก็ด้วยแนวคิดชี้นำนี่เอง คุณจะเห็นว่าเมื่อมันชัดเจน จริงจัง เข้มข้น เจิดจ้าอย่างต่อเนื่อง จะทำให้คนรวมพลัง รวมทฤษฎี เครื่องมือ วิธีการเข้ามา จนพัฒนานวัตกรรมโครงสร้าง เกิดการเรียนรู้ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ จนยกระดับความสำเร็จแบบก้าวกระโดดให้เห็น ส่วนผมชอบเรื่องนี้มาก คุณจะเห็นว่าตัวละครในเรื่องนี้คือวอนเนอร์ วอน บราวด์ คนเดียวกันแท้ๆ แต่อยู่ใต้การชี้นำของของผู้นำคนละแบบ ก็พัฒนา และสร้างนวัตกรรมให้คนละแบบ ชนิดที่มอบนรก และสวรรค์ให้โลกทั้งใบได้เลย


เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาเอาเองดูนะครับ


อ้างอิง

Outlearning the Wolves : Surviving and Thriving in a Learning Organization, Second Edition