พุทธลักษณะ

ไฉน
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

</span>

พุทธะ คำนี้เป็นภาษาบาลี แปลว่า "ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน" หมายถึง บุคคลผู้ตรัสรู้อริยสัจ ๔ แล้วอย่างถ่องแท้

พระพุทธเจ้า หมายถึง ผู้รู้ดี รู้ชอบ ด้วยตนเองก่อนแล้วสอนผู้อื่นให้ประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ

พระพุทธเจ้าตรัสกับพราหมณ์ผู้หนึ่งว่า “พราหมณ์ ธรรมที่ควรรู้ยิ่งเรารู้ยิ่งแล้ว ธรรมที่ควรเจริญ เราเจริญแล้ว ธรรมที่ควรละเราละได้แล้ว เพราะเหตุนั้น เราจึงเป็นพระพุทธเจ้า”

พุทธลักษณะ หมายถึงลักษณะของวรกายพระพุทธเจ้าทุกพระองค์จะประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ ได้แก่

๑. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระบาทเรียบเสมอกัน (สุปติฏฐิตปาโท) คือ ฝ่าพระบาทเสมอดังพื้นฉลองพระบาททองแห่งพระราชามหากษัตริย์ ไม่แหว่งเว้าสูงปลายเท้าหนักส้นกระโย่งกลางเท้าดังสามัญมนุษย์

๒. พื้นภายใต้ฝ่าพระบาททั้งสองข้างของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์มีลายรูปจักรเกิดขึ้น มีซี่กำไดละพัน มีกงมีดุม บริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง (เหฏฺฐา โข ปนสฺสปาทตเลสุ จกฺกานิ ชาตานิ สหสฺสารานิ สเนมิกานิสนาภิกานิ สพฺพาการปริปูรานิ)

๓. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีส้นพระบาทยาว (อายตปณฺหิ)

๔. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระองคุลียาว (ทีฆงฺคุลิ) คือมีองคุลีพระหัตถ์ พระบาทยาวงาม นิ้วพระหัตถ์ ทั้ง ๔ และนิ้วพระบาททั้ง ๕ มีประมาณเสมอกัน ไม่เหลื่อมยาว ไม่เหลื่อมสั้นดังสามัญมนุษย์

๕. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทอ่อนนุ่มละมุน (มุทุตลุนหตฺถปาโท)

๖. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทอันมีลายดุจตาข่าย (ชาลหตฺถปาโท)

๗. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระบาทรูปเหมือนสังข์คว่ำ (อุสฺสงฺขปาโท) คือพระบาทมีสังขะ คือข้อพระบาทลอยอยู่ ณ เบื้องบนข้อพระบาทไม่เนื่องพัวพันกับหลังพระบาทดังของสามัญชน

๘. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระชงฆ์รีเรียวดุจแข้งเนื้อทราย (เอณิชงฺโฆ)

๙. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีเมื่อประทับยืนอยู่ แม้มิได้ก้มลง ก็สามารถเอาฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองลูบคลำได้ถึงพระชานุทั้งสอง (ฐิตโก ว อโนนมนฺโต)

๑๐. พระพุทธเจ้ามีพระคุยหะเร้นอยู่ในฝัก (โกโสหิตวตฺถคุยฺโห) กล่าวคือ มีอังคาพยพซึ่งจะพึงซ่อนให้ลับด้วยผ้าตั้งลงแล้วในฝัก

๑๑. มีพระฉวีวรรณดุจวรรณะแห่งทองคำ คือ มีพระตจะประดุจหุ้มด้วยทองคำ (สุวณฺณวณฺโณ)

๑๒. พระโพธิสัตว์ทุกองค์มีพระฉวีละเอียด และเพราะเหตุที่พระฉวีละเอียด ธุลีละอองจึงไม่ติดอยู่ในพระกายได้ (สุขุมจฺฉวิ)

๑๓. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระโลมชาติอันมีปลายงอนขึ้นข้างบน มีสีเขียวเหมือนดอกอัญชัน และขดเป็นกุณฑลทักษิณาวัฏ (อุทฺธคฺคโลโม)

๑๔. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระโลมชาติเส้นหนึ่งในขุมหนึ่งขุม (เอเกกโลโม)

๑๕. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระกายตรงเหมือนพรหม (พฺรหฺมุชุคตฺโต)

๑๖. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระมังสะเต็มในที่เจ็ดแห่ง (สตฺตุสฺสโท) กล่าวคือ พระมังสะในที่ ๗ สถาน คือหลังพระหัตถ์ทั้ง ๒ หลังพระบาททั้ง ๒ จะงอยพระอังสาทั้ง ๒ และพระศอฟูบริบูรณ์เต็มด้วยดี

๑๗. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระกายท่อนบนเหมือนกึ่งกายท่อนข้างหน้าของราชสีห์ (สีหปุพฺพฑฺฒกาโย)

๑๘. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีระหว่างพระอังสะเต็ม (ปีตนฺตรํโส) คือ ระหว่างแห่งพระปฤษฎางค์ (แผ่นหลัง)เต็มไม่เป็นร่องเหมือนสามัญชน

๑๙. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีปริมณฑลดุจไม้นิโครธ วาของพระองค์เท่ากับพระกายของพระองค์ พระกายของพระองค์ก็เท่ากับวาของพระองค์ (นิโครธปริมณฑโล)

๒๐. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีลำพระศอกลม (สมวฏฺฎกฺขนฺโธ)

๒๑. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีเส้นปลายประสาทนำรสอาหารดี (รสคฺคสคฺคี) คือ เอ็น ๗๐๐ ที่สำหรับนำรสอาหารมาสวมรวมประชุมณ พระศอ

๒๒. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระหนุดุจคางราชสีห์ (สีหหนุ) กล่าวคือ พระหนุ (คาง) ดั่งคางราชสีห์บริบูรณ์ดีประหนึ่งวงพระจันทร์ในวัน ๑๒ ค่ำ

๒๓. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระทนต์สี่สิบซี่ (จตฺตาฬีสทนฺโต)

๒๔. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระทนต์เรียบเสมอกัน (สมทนฺโต) คือ พระทนต์เสมอ ไม่ลักลั่น ยาวสั้นดังสามัญมนุษย์

๒๕. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระทนต์เรียบสนิทมิได้ห่างกันเลย (อวิรฬทนฺโต)

๒๖. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระทาฐะขาวงาม (สุสุกฺกทาโฐ) คือ พระทาฐะ คือพระเขี้ยวอันขาวงาม

๒๗. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระชิวหาใหญ่ (ปหุตชิวฺโห) คือ พระชิวหา (ลิ้น) อันพอ คือ อ่อนและกว้างใหญ่ อาจแผ่ปกพระนลาฏมิดและจะห่อให้เล็กสอดในช่องพระนาสิกและช่องพระโสตได้

๒๘. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระสุรเสียงดุจเสียงพรหม ตรัสมีสำเนียงดุจนกการเวก (พฺรหฺมสฺสโร กรวิกภาณี)

๒๙. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระเนตรดำสนิท (อภินีลเนตฺโต)

๓๐. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีดวงพระเนตรดุจตาโค (โคปมุโข)

๓๑. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระอุณาโลมาบังเกิด ณ ระหว่างพระขนง โดยมีสีขาวอ่อนเปรียบด้วยนุ่น (อุณฺณาภมุกนฺตเร ชาตา)

๓๒. พระพุทธเจ้าทุกองค์มีพระเศียรงามบริบูรณ์ดุจประดับด้วยกรอบพระพักตร์ (อุณหิสสีโส) กล่าวคือ พระมหาบุรุษบรมโพธิสัตว์เจ้ามีรูปทรงพระเศียรงดงามดุจประดับด้วยอุณหิสกรอบพระพักตร์

มหาปุริสลักษณะเหล่านี้เป็นลักษณะที่บ่งบอกให้รู้ถึงความยิ่งใหญ่ ซึ่งพระพุทธองค์ตรัสรับรองไว้ว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการนี้ เมื่อมหาบุรุษมีพร้อมแล้วย่อมเป็นเหตุให้มีคติเป็น ๒ เท่านั้นไม่เป็นอย่างอื่น คือ ถ้าอยู่ครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์...อนึ่ง ถ้ามหาบุรุษนั้นออกจากเรือนผนวชเป็นบรรพชิตจะตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พระพุทธเจ้า



ความเห็น (1)

ขอบคุณครับ