QS University Rankings : Asia 2015

ข้อมูลนี้ ยืนยันคำทำนายล่วงหน้ากว่า ๕ ปีของผม ว่าอันดับ world university ranking ของไทยจะตกต่ำยกแผง เพราะประเทศไทยไม่ได้บริหารความเข้มแข็งทางวิชาการของประเทศอย่างเอาจริงเอาจัง เป็นระบบ แตกต่างจากประเทศเกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่จริงเราปรับปรุงดีขึ้น โดยมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งตะเกียกตะกายเอง ไร้มาตรการจริงจังระดับประเทศ แต่ประเทศอื่นปรับปรุงพัฒนา จริงจังและได้ผลมากกว่า เขาจึงทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ

QS University Rankings : Asia 2015

ผมได้รับ อีเมล์ จาก รศ. ดร. มงคล รายะนาคร ดังนี้

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2558 สำนักจัดอันดับมหาวิทยาลัย Quacquarelli Seymonds Ltd. (QS) ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในเอเชียปี2558 ที่เรียกว่า QS University Rankings : Asia 2015 ปรากฏผลที่น่าสนใจดังนี้

Asia Top 10 ได้แก่ 1-National University of Singapore (NUS) 2-University of Hong Kong 3-Korea Advanced Institute of Technology (KAIST) 4-Nanyang Technological University (NTU) 5-The Hong Kong University of Science and Technology 6-The Chinese University of Hong Kong 7-Peking University 8-Seoul National University 9-City University of Hong Kong 10-Pohang University of Science and Technology (POSTECH)

เป็นที่น่าสังเกตว่า NUS ยังคงรักษาอันดับ 1 ของเอเชียไว้ได้อยู่ ในขณะที่มหาวิทยาลัยอื่นในระดับ Top 10 ปีกลาย มีการสลับอันดับภายในกลุ่ม ที่ขยับมากที่สุดคือ NTU จากอันดับ 7 ปีกลายมาเป็นอันดับ 4 ในปีนี้ รองลงมาคือ City University of Hong Kong ขยับจากอันดับ 11 ขึ้นมาเป็นอันดับ 9ทำให้ The University of Tokyo อันดับ 10 ปีกลายหลุดออกจาก Top 10 ไปเป็นอันดับ 12 ในปีนี้ นอกนั้นอันดับคงเดิมหรือเปลี่ยนไปเพียง 1 อันดับ

มหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) นอกจากประเทศสิงคโปร์ที่มีมหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับ 2 แห่ง คือ NUS กับ NTU ที่ติดอันดับ Asia Top 10 แล้ว ในอันดับ Top 300 มีจำนวนมหาวิทยาลัยในประเทศต่างๆที่ได้รับการจัดอันดับ คือ มาเลเซีย 20 แห่ง ไทย 11 แห่ง อินโดนีเซีย 7 แห่ง ฟิลิปปินส์ 4 แห่ง บรูไน 1 แห่ง และเวียดนาม 1 แห่ง

สำหรับประเทศไทย มหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับเอเชียโดย QS ครั้งนี้ พร้อมคะแนน (เต็ม 100) คือ

Asia

Rank

University/Institution

Score

44

Mahidol University

72.6

53

Chulalongkorn University

67.8

99

Chiang Mai University

52.9

143

Thammasat University

43.5

171-180

Kasetsart University

N/A

171-180

Khon Kaen University

N/A

171-180

King Mongkut’s University of Technology Thonburi

N/A

191-200

Prince of Songkla University

N/A

251-300

Burapha University

N/A

251-300

Naresuan University

N/A

251-300

Srinakharinwirot University

N/A

ในภาพรวม อันดับเอเชียของมหาวิทยาลัยไทย ขยับไปในทางที่ด้อยกว่าปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่ามหาวิทยาลัยที่มีคะแนนกำกับอันดับในครั้งนี้ คะแนนสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังสูงขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าอีกบางประเทศที่อันดับมหาวิทยาลัยดีขึ้นในครั้งนี้

เกณฑ์ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเอเชียของ QS ปีนี้ ยังใช้เกณฑ์เดิมของปีที่ผ่านมา โดยมีตัวชี้วัดและน้ำหนักคะแนนเป็นด้าน Academic reputation 30%, Employer reputation 10%, Faculty/student ratio 20%, Citation per paper 15%, Papers per faculty 15%, Proportion of international faculty 2.5%, Proportion of international students 2.5%, Proportion of unbound exchange students 2.5%, Proportion of outbound exchange students 2.5%

สำหรับรายละเอียดทั้งหมดของ QS University Rankings : Asia 2015 ผู้ที่สนใจสามารถดูได้ที่ Web Link :

http://www.topuniversities.com/university-rankings/asian-university-rankings/2015

ผมจึงขอส่งอีเมลเรื่องนี้มายังอาจารย์ เพื่อกรุณาพิจารณานำลงบล็อกสภามหาวิทยาลัย ตามที่อาจารย์จะเห็นสมควรต่อไปด้วย จักขอบคุณยิ่ง

มงคล รายะนาคร

ข้อมูลนี้ ยืนยันคำทำนายล่วงหน้ากว่า ๕ ปีของผม ว่าอันดับ world university ranking ของไทยจะตกต่ำยกแผง เพราะประเทศไทยไม่ได้บริหารความเข้มแข็งทางวิชาการของประเทศอย่างเอาจริงเอาจัง เป็นระบบ แตกต่างจากประเทศเกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่จริงเราปรับปรุงดีขึ้น โดยมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งตะเกียกตะกายเอง ไร้มาตรการจริงจังระดับประเทศ แต่ประเทศอื่นปรับปรุงพัฒนา จริงจังและได้ผลมากกว่า เขาจึงทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ

วิจารณ์ พานิช

๑๑ มิ.ย. ๕๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)