ผมเริ่มหันมาใช้..อังกะลุง..พัฒนาศักยภาพผู้เรียน ชั้น ป.๒ หลังจากปล่อยวางเครื่องดนตรีชนิดนี้มานานหลายปี ..วันนี้..ผมมีความเชื่อว่า..โน๊ตเพลงอังกะลุง..จะช่วยเสริมศักยภาพทางอารมณ์..และบ่มเพาะการเรียนรู้ให้เกิดพัฒนาการทางสติปัญญา

ปีการศึกษา ๒๕๕๘..ผมประชุมสัมมนาข้าราชการครูอยู่เสมอ เพื่อย้ำเตือนเป้าหมายปลายทางการจัดการศึกษาของโรงเรียน ที่จะต้องเป็นไปให้สอดคล้องกับนโยบายของเขตพื้นที่การศึกษาฯและสพฐ...นั่นก็คือ..การทดสอบวัดผลและประเมินผลชั้น ป.๓ (NT) และการทดสอบของ สทศ. ชั้น ป.๖ (O-NET)..ที่ยังคงต้องรักษาคุณภาพทางวิชาการเอาไว้

อีกสองกืจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การคัดกรองการอ่าน ชั้น ป.๑ - ป.๖ ที่จะต้องพัฒนาประสิทธิภาพการอ่านของนักเรียนทุกชั้นกันตั้งแต่ต้นปี และครูทุกคนจะต้องใส่ใจ ให้กับโครงการห้องเรียนคุณภาพ..ของเขตพื้นที่ฯที่ไม่ต้องการเห็นเพียงแค่..บรรยากาศห้องเรียนที่สวยงาม แต่ครูต้องมีการตระเตรียมเอกสารการสอนหลักฐานการวัดและประเมิน ตลอดจนธุรการงานชั้นเรียนที่เป็นระบบครบวงจร

ในส่วนของ BิbL. (Brain - based Learning) ที่ สพฐ. มีนโยบายให้นำมาใช้เป็นแนวทางหลัก เพื่อพลิกโฉมการเรียนรู้..ชั้น ป.๑ ให้อ่านคล่องภายใน ๑ ปี มีเทคนิคและกระบวนการหลายขั้นตอน ที่เห็นว่าทำได้ก่อนและนิยมกันอยู่ในเวลานี้ คือ ทาสีโต๊ะเก้าอี้ ด้วยสีสันต์สดใส สว่างวาบไปทั้งห้องเรียน ส่วนสนามเด็กเล่น ก็จะมีการทาสีล้อยางรถยนต์ ให้นักเรียนได้เดินทรงตัวและเพลิดเพลินกับการเล่น

จุดประสงค์ของ BbL ก็เพื่อเสริมประสิทธิภาพทางสมองแก่ผู้เรียน กระตุ้นให้เกิดความสนใจใฝ่รู้ใฝ่เรียน ซึ่งผมก็พอเข้าใจได้..แต่ก็บอกครูว่า..เราจะไม่ทาสีโต๊ะเก้าอี้นะ..แต่..มีอย่างอื่นไหม..ที่โรงเรียนมีอยู่แล้ว..นำมาใช้เพื่อกระตุ้นเซลล์สมอง ต่อมใต้สมองจะได้ทำงาน ในเชิงการคิดและวิเคราะห์ได้ดียิ่งขึ้น

ครับ..บทสรุป..ที่ดีที่สุด ก็คงใช้กิจกรรมดนตรีที่เคยส่งผลดีต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนมาโดยตลอด ในระยะ ๔ - ๕ ปีที่ผ่านมา ซึ่งครูเคยใช้เมโลเดียน..เป็นเครื่องดนตรีนำร่อง และนักเรียนก็ชอบ ปีนี้..ยังเน้นเมโลเดียนที่ชั้น ป.๓ - ๖ เหมือนเดิม

ผมเริ่มหันมาใช้..อังกะลุง..พัฒนาศักยภาพผู้เรียน ชั้น ป.๒ หลังจากปล่อยวางเครื่องดนตรีชนิดนี้มานานหลายปี ..วันนี้..ผมมีความเชื่อว่า..โน๊ตเพลงอังกะลุง..จะช่วยเสริมศักยภาพทางอารมณ์..และบ่มเพาะการเรียนรู้ให้เกิดพัฒนาการทางสติปัญญา

ผมเริ่มต้นด้วยเพลง..ชวา..ฝึกให้นักเรียนอ่านเนื้อเพลงแล้วร้องให้ถูกต้อง จากนั้น..ก็ไล่เรียงตัวโน้น ไปตามท่วงทำนองของเพลง..ซึ่งบทเพลงจะมีโน้ตไม่ยาวมาก จำง่าย และบรรเลง ๒ เที่ยว...

เนื้อเพลงมีว่า..".เพลินเสียงเพลง ครื้นเครงวิญญาณ์ ฟังซิฟัง เสียงดังลอยมา กรอกริ๊กกรอ อ๋อเพลงชวา ลา ลา ลา ท้ายทำนองเพลง....เพลินเสียงเพลง ครื้นเครงวิญญาณ์ งามแสงจันทร์ขาวนวลยวนตา บนฟ้าไกลไร้ดวงดารา มาซิมา ร้องรำทำเพลง..."

โน็ตสากล ของเพลง ชวา..จะเป็นตัวเลข พบปรับเป็นพยัญชนะไทย..เขียนได้ ดังนี้...

ม ซ ม ซ ม ม ม ร ม ร ม ร ร ร ด ร ด ร ด ด ด ล ด ล ด ล ล ล (ซ้ำ)

ผมสังเกต..เห็นรอยยิ้มของนักเรียน เห็นเม็ดเหงื่อ..เมื่อนักเรียนยกอังกะลุง..เขย่า..ตามจังหวะตัวโน้ต..จังหวะเพลง(เด็ก) คือจังหวะชีวิตของนักเรียน ความรู้ความจำตัวโน้ตในมือ..จะทำให้เขาบรรเลงเป็นเพลงได้ และการเล่นบรรเลงกับเพื่อนๆ ในเพลงเดียวกัน..นี่คือ..สังคมแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน...รู้รัก..สามัคคี ฝึกความระเบียบวินัยขั้นพื้นฐาน ผมคิดว่า..บางที..เราเร่งพัฒนาสมองกัน..จนลืมศิลปะ และอารมณ์สุนทรีย์..กันไปแล้ว..ก็เป็นได้

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๘

</span></strong>

</span></strong>