จากกำแพงเพชร..สู่เมืองสามอ่าว มิตรภาพที่งดงาม...ภาค ๒

ไมตรีจิตและมิตรภาพ ที่ไร้พรมแดน


ก่อนเข้านอนคืนวันเสาร์ พวกเรามีกิจกรรมเซอร์ไพรส์ให้กับน้องมด โดยคุณเพชรมอบช่อกุหลาบ

แสดงความยินดีกับการจบ ป.โท ของเธอ ส่วนคุณมะเดื่อและทีมงานก็มอบช่อดอกมาลีพิไล

แสดงความยินดีเช่นกัน คุณเพชรก็มอบ " งาช้างหินอ่อน" หนึ่งคู่ให้กับครูนิเวศน์

และ " แจกันหินอ่อน" หนักอึ้งคู่หนึ่งให้คุณมะเดื่อ เป็นของฝากที่สุดสวยและหนักจริง ๆ



เช้าของวันอาทิตย์ ครูน้อยจัดเตรียมข้าวต้มกุ้งหอมกรุ่นไว้เป็นมื้อเช้าของทุกคน

หลังจากที่เก็บสัมภาระขึ้นรถกันเหมดแล้ว รถของครูน้อย กับครอบครัวของเยาะ

ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนคุณมะเดื่อ กับคุณเพชรและน้องมดไปแวะที่ถ้ำพระประทุน

ตั้งใจว่าจะให้น้องมดกับคุณเพชรได้กราบขอพรพระบรมสารีริกธาตุเพื่อเป็นสิริมงคล

แต่พอดีทราบจากชาวบ้านที่จะทำบุญถวายเพลพระวันนี้บอกว่า ตอนนี้สามารถเข้าชม

ภายในถ้ำพระประทุนได้แล้ว เพราะมีการติดไฟไว้ในถ้ำ และทำสะพานเหล็กข้าม

แทนสะพานไม้แล้ว ดังนั้นคุณมะเดื่อ คุณเพชร และน้องมดจึงตกลงใจเข้าชม

ภายในถ้ำ โดยมีหลวงตารูปหนึ่งนำทาง นับว่าเป็นโชคมหาโชคที่เดียว ...ณ วันนี้

ถ้ำพระประทุนทำประตูเหล็กสำหรับปิด เปิด ไว้ตรงปากทางลงชมถ้ำ และยังติด

กล้องวงจรปิด ภายในถ้ำอีกด้วย ทราบจากหลวงตาว่า ที่ต้องถ้ำอย่างนี้

เพราะมีพวกใจบาปแอบเข้าไปขุดของโบราณในถ้ำเอาออกไป

หลายครั้งแล้ว จึงต้องป้องกันส่วนที่เหลือเอาไว้ หลวงตาเปิดประตู

เปิดไฟ ให้พวกเราลงชมถ้ำ พร้อมกับกวาดพื้นด้วยไม้กวาดยาว ๆ นำหน้าไป

แต่เนื่องจากคุณมะเดื่อไม่มีกล้องถ่ายรูปที่มีคุณภาพติดตัวไป จึงขอนำภาพเก่า

ภายในถ้ำที่เคยถ่ายไว้ จากบันทึกนี้ของคุณมะเดื่อ

https://www.gotoknow.org/posts/495574 มาประกอบบันทึกนี้นะจ๊ะ



ไฮไลท์ของถ้ำนี้ที่ได้เห็นในวันนี้ก็คือ "รังเหล็กไหล" ที่หลวงตาชี้ให้ดู

มันอยู่เกือบสุดถ้ำ ตรงหัวพวกเราพอดี (คงต้องรอชมภาพจากคุณเพชรนะ)

หลวงตาบอกว่า ถ้ำนี้มีสายแร่เหล็กไหลอยู่ทั่วไป กำลังมีผู้ทำเรื่องขออนุญาต

มาตัดอยู่ คงจะมาตัดเร็ว ๆ นี้ (ตัดอย่างไร แบบไหน ก็ไม่ทราบนะจ๊ะ)



หลวงตาถามว่า จะขึ้นไปชมถ้ำชั้นวิมาน (ชั้นบน) ไหน ชั้นบนสวยงามมาก

ซึ่งคุณมะเดื่อเองก็ไม่ทราบว่า ถ้ำนี้มีสองชั้น พวกเราบอกว่า อยากไป หลวงตาจึงบอกว่า

ให้พวกเรา " ดื่มน้ำจากสายแร่" เพิ่มพลังก่อน น้ำจากสายแร่นี้ คือน้ำที่ไหลผ่าน

แร่เหล็กไหลบริสุทธื์ ไหลจากผนังถ้ำเป็นสายน้ำเล็ก ๆ มีภาชนะรองน้ำไว้ แล้วเก็บ

บรรจุขวดสำหรับญาติโยมที่สนใจได้เอาไปดื่มกัน พวกเราจึงได้ดื่มน้ำแร่เหล็กไหลบริสุทธิ์

กันทุกคน เป็นน้ำใส ๆ เย็น ๆ ที่จึีดสนิท



จากนั้น หลวงตาจึงพาเดินย้อนกลับออกมาจนถึงตรงบันไดเหล็กที่ข้ามเหวเล็ก ๆ

ซึ่งพวกเราเดินข้ามไปแล้ว ตรงนั้นมีบันไดเหล็กพาดไว้อีกฝั่งหนึ่ง หลวงตาบอกว่า

ต้องปีนบันไดนี้ขึ้นไปชั้นบน พวกเรามองแล้วส่ายหน้า เปลี่ยนใจฉันพลัน โดยเฉพาะ

น้องมด ที่ล้ามาจากถ้ำแก้วแล้ว คงปีนต่ออีกไม่ไหวแน่ ๆ เพราะมันเป็นผนังถ้ำที่

สูงขึ้นไปแบบแหงนคอตั้งบ่าทีเดียว คุณมะเดื่อจึงว่า ต้องขอฝากเอาไว้ก่อนละกัน

มีโอกาสดี ๆ วันไหนค่อยขึ้นไปชม " ถ้ำชั้นสวรรค์" อีกสักครา



ออกจากถ้ำ ขาวบ้านที่มาถวายเพลพระก็เชิญชวนให้เราสามคนรับประทานก๋วยเตี๋ยวกันคนละชาม..

จากถ้ำพระประทุน...ก็เอาสัมภาระต่าง ๆ ไปเก็บไว้ที่บ้านคุณมะเดื่อก่อน แล้วคุณเพชรกับน้องมด

ก็ไปรถคันเดียวกับคุณมะเดือ ( เอารถของคุณเพชรจอดไว้ที่บ้านคุณมะเดื่อ ) แล้วออกเดินทาง

ไปยังบ้านย่านซื่อ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศชมวิถีชีวิตชาวบ้านจากทะเล...ไปเป็นชาวไร่ชาวสวนบ้าง

ก่อนเข้าสู่บ้านย่านซื่อ พ่อบ้านขับรถไปตามสันเขื่อนยางชุม เพื่อให้คุณเพชร และน้องมด

ได้ถ่ายถาพของเขื่อนยางชุม และพบว่า วันนั้นมีฝูงผืเสื้อบินกันขวักไขว่เต็มไปหมด

คล้ายกับที่พบที่น้ำตกป่าละอูไม่มีผิด



ที่่ีย่านซื้อ พ่อบ้านพาไปยังบ้านของพี่สาว และน้องสาวของพ่อบ้านคุณมะเดื่อ

ซึ่งได้ทำไร่สับปะรด และยังมีผลไม้อื่น ๆ อีก เป็นจังหวะดีที่ช่วงนี้

เงาะกำลังแก่ พวกเราจึง happy กับการเก็บเงาะกันมาก

เรียกว่า เก็บไปกินไป ไม่จำกัดจำนวนกันทีเดียว



พี่สาวเจ้าของสวน พาคุณเพชรกับน้องมดไปชมต้นทุเรียนที่มีผลดกเต็มต้น

แต่...ยังไม่แก่ พี่สาวบอกว่า อีกประมาณหนึ่งเดือนทุเรียนก็จะเก็บได้

เดือนนี้มีแต่เงาะ แต่ถ้าเป็นเดือนก่อนนี้ จะเป็นมะปรางหวาน



เฮ้า...! มิตรรักแฟนเพลงของคุณมะเดื่อจำผลไม้แต่ละเดือนเอาไว้นะ

เมษาจะเป็นมะปรางกับมะม่วง พฤษภา จะเป็นเงาะ ส่วนปลาย ๆ มิภุนา

จะเป็นทุเรียน (กับมังคุด แล้วก็ลำไย ) จ้าา สำหรับสับปะรดมีตลอดปี

สำหรับผลไม้เมืองกุยบุรีนั้น รับประกันเรื่องรสชาติไม่แพ้ภาคใด

ในประเทศไทยจ้ะ และอาจจะอร่อยกว่าด้วย แต่..ที่สำคัญ.........

ผลผลิตจะหาซื้อในท้องตลาดไม่ได้ มีขายเฉพาะในพื้นที่จ้ะ



พี่สาวปอกสับปะรดหวานฉ่ำเลี้ยงพวกเรา ... จะหวานเพียงใดต้องรอถามคุณเพชร

กับน้องมดนะจ๊ะ เพราะหากคุณมะเดื่อจะบอกว่า สับปะรดเมืองประจวบ ฯ หวานอร่อยที่สุด

ก็ดูจะ...ชาตินิยมมากไป อิ อิ...!

วันนี้เราได้สับปะรดหวานฉ่ำจากสวนของพี่สาวและชาวบ้านที่นี่ให้คุณเพชรเอาไป

ประชาสัมพันธ์ต่อที่กำแพงเพชรหลายผลทีเดียว


กลับจากย่านซื่อ ก็ตรงดิ่งไปหาซื้อของฝากจำพวกอาหารทะเลแห้งที่บ้านคลองวาฬ

ที่นั่นเป็นแหล่งขายปลีก และขายส่งอาหารทะเลแห้งแหล่งใหญ่ของเมืองสามอ่าว

คุณเพชร น้องมดเลือกซื้อของฝากจำพวกกุ้ง หอย ปู ปลาพอแล้ว จึงตรงไปแวะ

ที่ " วนอุทยานเขาตาม่องล่าย" อีกหนึ่งสถานที่งดงามน่าไปพักผ่อนของเมืองสามอ่าว




ที่นี่มีหอยนางรมเกาะอยู่ตามก้อนหินมากมายเต็มไปหมด พ่อบ้านบอกวิธีเคาะหอยนางรม

แล้วลองชิมดู เป็นเมนูหอยนางรมสด...สุด ๆ เมนูหนึ่งที่คุณเพชรและน้องมดได้ชิมด้วยนะ



ออกจากวนอุทยานเขาตาม่องล่าย เราก็มาแวะที่วัดอ่าวน้อย

เพื่อดูความสวยงามของโบสถ์ไม้สัก รวมทั้งศาลาเมรุ

และกุฏิสงฆ์ที่ทำจากไม้สักอันงดงาม



นอกจากความงดงามของตัวโบสถ์แล้ว ภาพเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติในโบสถ์

ยังงดงามแปลกตา เพราะไม่ใช่ภาพวาดเช่นเดียวกับที่พบได้ตามผนังโบสถ์ทั่วไป

แต่เป็น " ภาพแกะสลักจากไม้" แล้วลงสีงดงาม ติดไว้ตามผนังโบสถ์อีกด้วย

จะงดงามเพียงใด ต้องไปชมด้วยตาตนเองเหมือนคุณเพชรกับน้องมดจ้ะ คุณมะเดื่อ

บอกกับคุณเพชรและคุณมดว่า....คุณมะเดื่อพาชมครบทั้งสามอ่าวแล้วนะ

เริ่มจากอ่าวมะนาว มาอ่าวประจวบฯ มาจบที่อ่าวน้อยนี้....



เบ็นมากแล้ว พวกเราจึงแวะกินมื้อเย็นที่ร้านอาหารริมถนนเพชรเกษม เป็นเมนูกึ่งอาหารใต้

ที่รสชาติอร่อยพอใช้ น้องมดไม่สนใจอาหารจานใหน ๆ เท่ากับ " ปลาทูทอด" อย่างเดียว

ส่วนคุณเพชร พอได้ชิมอาหารใต้ก็ได้เหงื่อทันที เพราะรสเผ็ดร้อนถึงพริกนั่นเอง



ร้านอาหารปักษ์ใต้จะมีเอกลักษณ์อย่างหนึ่งคือ บนโต๊ะอาหารจะมี " น้ำชุบ" (น้ำพริก)

และผักเหนาะวางไว้ให้ได้กินกันฟรี ๆ ทีเดียว

จริง ๆ แล้ว มื้อเย็นนี้ คุณมะเดื่อจัดวางโปรแกรมไว้ว่าจะเป็นเมนูรสเลิศที่บ่อปลา

หรือ " รีสอร์ทพันดาว" อันเป็นเมนูเด็ดที่มิตรรักแฟนเพลงทุกคนของคุณมะเดื่อ

จะต้องได้ชิมกัน แต่เกิดผิดพลาดบางประการ เพราะที่บ่อปลามีลูก ๆ หลาน ๆ

ของพี่สาหร่ายมากันหลายคน จึงไม่สะดวกที่จะทำอาหารให้กับพวกเรา จึงงดไป

แต่....ช่วงหัวค่ำ พ่อบ้านของคุณมะเดื่อพาคุณเพชรไปจับปูแสมกับปูทะเลที่บ่อปลา

ทำเป็นปูดองเลิศรสเอากลับไปกำแพงเพชรด้วย



เช้าวันจันทร์ วันนี้ เป็นวันเดินทางกลับของคุณเพชรและน้องมด เวลามันช่างรวดเร็ว

ราวกับจงใจกลั่นแกล้งกัน...คุณเพชรไปหาซื้อปลาสด ทีตลาดเทศบาลกุยบุรี เพื่อเอา

กลับบ้านเพิ่มเติม จากนั้นก็กินข้าวกับปลาโอย่างที่ซื้อมาจากตลาดเป็นอาหารเช้าก่อน

การเดินทาง



อิ่มแล้ว คุณมะเดื่อจัดโปรแกรมสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ โดยการพับ " ปลาญี่ปุ่น"

ซึีงคุณเพชรยังค้างส่ง (ผลงาน) ให้น้องอาจารย์ขจิตอยู่ จนพับได้สำเร็จดังเจตนา

แล้วจึงเดินทางกลับบ้านในเวลาราว สองโมงเช้า

ใกล้ค่ำ คุณเพชรโทร.มาบอกว่าถึงบ้านไร่หนองรางแล้วด้วยความสวัสดิภาพ...

ก่อนกลับคุณเพชรบอกว่า......ให้ฝากบอกอาจารย์จันว่า........ช่วยจัดงาน

แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชาวโกทูโนด้วยจ้าา .... จัดเป็นภาค แต่ละภาคก็ได้จ้ะ

....เวลาแห่งมิตรภาพและความสุขผ่านไป แต่มิได้หมายความว่าจะไม่กลับมาอีก...

เราจะต้องได้พบกันอีกนะจ๊ะ คุณเพชร น้ำหนึ่ง และน้องมดตะนอย




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกคนเดินทาง



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

กี่ครั้งๆที่ญาติมิตรไปเยี่ยมคุณมะเดื่อ เราได้เห็นภาพทะเลงาม สวนธรรมชาติที่น่าชม แลเเหนือกว่าสิ่งอื่นคือน้ำใจอันงดงามยิ่งของเจ้าภาพ

และทุกๆครั้งตัวกระผมเองก็ได้แต่บอกว่า สักวันนะสักวัน...จะได้ไปดื่มด่ำบรรยากาศแบบนี้บ้าง

-สวัสดีครับ

-ตามมาอ่านอีกบันทึกหนึ่งที่ประทับใจครับ

-กิจกรรมต่างๆ มากมาย...ที่ทีมงานจัดไว้ให้..

-งานนี้กินอิ่ม..นอนอุ่น....ทุกค่ำคืน..

-ถือเป็นการท่องเที่ยวได้ชมวิถีชีวิตที่น่าชื่นชมครับ

-ขอบคุณ..ขอบคุณ..ขอบคุณ...ครับ

เขียนเมื่อ 

หวัดดีคุณพิชัย ยังรอวันนั้น วันที่จะได้รับเกียรติต้อนรับคุณพิชัย และครอบครัวเสมอจ้ะ หวังว่าคงอีกไม่นานนะจ๊ะ

เขียนเมื่อ 

หวัดดีจ้ะคุณเพชร คุณน้องมด จริง ๆ แล้ว กิจกรรมยังไม่สมบูรณ์ตามที่ได้ตั้งใจไว้ คงได้มีโอกาสให้คุณมะเดื่อและทีมงานได้แก้ตัวใหม่อีกนะจ๊ะ คิดถึงเสมอจ้ะ