ชีวิตที่พอเพียง : ๒๔๒๔. ไปโตเกียว : ๑. เดินทางไปและกลับ


เย็นวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๘ ผมนั่งแท็กซี่คุณสุพรรณเจ้าประจำ ไปสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อขึ้นเครื่องบิน ANA (All Nippon Airlines) เที่ยวบิน NH 850 ไปโตเกียว เครื่องออก ๒๒.๑๐ น. ผมไปถึงก่อน ๑ ทุ่ม ดูที่ป้ายยังไม่บอกว่าเช็คอิน ที่เคาน์เตอร์ไหน รู้แต่ว่าที่แถว L ไปดูที่แถว L ก็ยังไม่มีป้ายบอกว่า ANA ไปโตเกียว จึงไปหาที่นั่ง จนทุ่มเศษ ไปดูที่ป้าย ก็ยังไม่บอกว่า ANA เช็คอินที่ไหน บอกแต่ว่าที่แถว L และไม่บอกว่าเคาน์เตอร์เปิดแล้วหรือยัง ผมเตร่ไปดูที่แถว L จึงพบว่า เคาน์เตอร์ ANA เปิดแล้ว

สะท้อนความไม่แม่นยำของเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานฯ

สายการบิน ANA ร่วมมือกับการบินไทย ใช้ lounge ของการบินไทย ผมเข้าไปนั่งอ่านหนังสือสักครู่ สมาชิกของคณะ PMAC ที่เดินทางไปพร้อมกันก็ทยอยเข้ามา อาจารย์วิมมาขอใช้บัตรทองของผมเชิญ อ. หมอชาญวิทย์เป็นแขกเข้ามานั่งใน lounge คณะที่เดินทางไปพร้อมกันมี ๑๐ คน

เครื่องบินเป็น Boeing 787 ชั้นธุรกิจที่นั่ง 2-2-2 ผมได้ที่นั่ง 2D ติดริมทางเดิน ใช้เวลาเดินทาง ๕ ชั่วโมง ผมสังเกตว่าสายการบิน ANA พยายามลดค่าใช้จ่าย ห้องน้ำแคบ และไม่มีน้ำหอม ไม่มี hand lotion อาหารก็ธรรมดาๆ

ผมรู้สึกว่า ระยะทางบิน ๕ ชั่วโมง และบินตอนสี่ทุ่ม ถึง ๖ โมงเช้า แถมเลี้ยงของว่างก่อนให้นอน และเลี้ยงอาหารเช้า ก่อนถึง ๒ ชั่วโมง เท่ากับได้นอนสองชั่วโมงเท่านั้น ทำให้อ่อนเพลียเพราะอดนอน เครื่องบินลงที่สนามบินฮาเนดะ การตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสะดวกรวดเร็ว สังเกตว่ามีคนไทยไปญี่ปุ่นมาก

เรานั่งแท็กซี่คันละ ๓ คน ไปโรงแรม Green Palace Hotelใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ค่าโดยสาร ๗,๐๐๐ เยน วันนี้อากาศดี แดดจ้า อุณหภูมิน่าจะอยู่แถวๆ ๑๕ องศาเซลเซียส

โรงแรมนี้อยู่ในเมือง Chiyoda-ku ใจกลางนครโตเกียวทีเดียว และพระบรมมหาราชวัง (Imperial Palace) และอาคารรัฐสภา (National Diet Building) ก็อยู่ในเมืองนี้ เราต้องรอถึง ๑๔.๐๐ จึงจะถึงเวลา เช็คอิน ทีมหนุ่มๆ สาวๆ เขาไปเดินเที่ยว ปรากฎว่ากลับมา ๑๑.๓๐ น. บอกว่าไปเดินรอบวังอิมพีเรียลมา (๘ ก.ม.) แล้วชวนกันไปกินอาหารเที่ยง อ. วิมชำนาญสถานที่เพราะมานอนค้างที่โรงแรมนี้มาก่อนแล้ว ๒ ครั้ง เดินดุ่มจะพาไปกินอูด้งร้านอร่อย ปรากฎว่าร้านไม่เปิด เปิดตอนเย็น จะไปร้านนั่งกินก็คนแน่นมาก เพราะเวลาเที่ยงคนออกมากินอาหาร พวกเราไปกัน ๖ คน ยากที่จะได้ที่นั่งทีเดียว ๖ คน จึงถอยกลับมาซื้ออาหารเบ็นโตะ (ปิ่นโต) กลับมากินที่โรงแรม

ได้เวลา ๑๔ น. ตรง โรงแรมก็เปิดรับเช็คอิน นี่คือวัฒนธรรมตรงเวลาของญี่ปุ่น และเจ้าหน้าที่จะแสดงความสุภาพเต็มที่ เวลาส่งของให้เรา เขาจะส่งด้วยสองมือ และโค้งน้อยๆ ผมได้ห้อง ๙๑๒ ห้องพักแคบแต่ก็สะดวกสบาย มีเครื่องอำนวย ความสะดวกครบครัน

ขากลับวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๘ ทางโรงแรมเอื้อเฟื้อให้เช็คเอ๊าท์ได้ถึง ๒๑ น. แต่ผมฟังผิดเป็น ๑๙ น. จึงลงมานั่งอ่านหนังสือที่ ล็อบบี้สองชั่วโมงโดยไม่เบื่อเลย

เรานั่งรถแท็กซี่ไปสนามบิน ฮาเนดะ ใช้เวลาไม่ราวๆ ๔๐ นาที โดยมีค่าทางด่วนด้วย รวมค่าโดยสารกว่า แปดพันเยนเล็กน้อย การเช็คอินและตรวจคนออกจากเมืองสะดวกมาก ผมเล็งซื้อกล้องถ่ายรูป Canon Powershot G7X ที่มีจอรับภาพใหญ่ให้ความคมชัดและขนาดเล็กมาก ที่ร้านค้าปลอดภาษีที่สนามบินสุวรรณภูมิราคา ๑๙,๗๐๐ บาท แต่ที่สนามบินฮาเนดะไม่มีขาย

ผมไปนั่งเขียนบันทึกที่ห้องรับรองของ ANA พบว่าห้องใหญ่ และคนแน่นมาก แต่ก็พอหาที่นั่งได้

บนเครื่องบินผมได้ที่นั่ง isle seat 7D ผมบอกแอร์โอสเตสว่าผมขอนอน ไม่กินอะไรทั้งสิ้นยกเว้นน้ำ ผมขอน้ำมากินยานอนหลับ Lorazepam หนึ่งเม็ดแล้วนอนหลับสบาย มาตื่นเมื่อเขาประกาศว่าอีก ๔๐ นาทีเครื่องจะลง

เวลา ๖.๓๐ น. วันที่ ๒๐ เมษายน ผมก็ถึงบ้าน



วิจารณ์ พานิช

๒๐ เม.ย. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)