ถอดบทเรียนพ่อแม่จากการดูคลิปดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ

เชื่อว่ามีหลายคนที่รู้จัก ดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ ดีอยู่แล้ว แต่ก็คงมีอีกหลายท่านที่อาจยังไม่รู้จัก ผู้หญิงที่สวย ดีและเก่งคนนี้ แนะนำย่อๆ สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก ดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ ฃื่อเล่น ต่าย เป็นเด็กต่างจังหวัด ที่เกิดในครอบครัวข้าราชการ มีพ่อและแม่เป็นอาจารย์ มีพี่สาวที่ดีและเก่งอีก 1 คน ดร.ต่าย มีผลการเรียนยอดเยี่ยมตั้งแต่ระดับประถมถึงปริญญาเอก และไม่เคยเรียนพิเศษหรือกวดวิชาใด ๆ ปัจจุบันเป็นนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและระดับนานานชาติ ใครสนใจประวัติเพิ่มเติมไปหาอ่านกันเองนะคะ

อันที่จริงเคยดูคลิป ดร.ต่าย มาเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนได้ จนไม่นานมานี้ก็ใครสักคนก็นำมาคลิปดร.ต่ายมาเพยแพร่ในเฟซบุ๊คอีกครั้งแต่เป็นคนละคลิปกัน ด้วยความที่เคยดูคลิปครั้งก่อนก็รู้สึกชื่นชอบ ชื่นชมดร.ต่ายอยู่แล้ว ก็เลยสนใจดูคลิปนี้ ดูจบ ก็มีคลิปขึ้นมาต่ออีกเป็นคนละคลิป คนละรายการ ก็เลยคลิกดูต่อ เกิดความรู้สึกอยากส่งต่อความคิดดี ๆ ที่ได้จากการดู ถ้าให้ตัวเองสรุปสั้น ๆ สั้นสุดๆ คือ เคล็ดลับการเรียนเก่ง การประสบความสำเร็จทั้งหลายของดร.ต่าย มาจากการมีครอบครัวที่ดี เป็นอีกตัวอย่างที่ดี ที่สนับสนุนความคิดส่วนตัวในเรื่อง การเลี้ยงลูก คือ เลี้ยงลูกให้เป็นคนดีก่อน แล้วความเก่งจะตามมาเองไม่ยากนัก แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าความเก่ง ความฉลาดก็ขึ้นอยู่กับพันธุ์กรรมด้วยนะคะ ซึ่งเรื่องนี้ดร.ต่ายก็บอกว่าตัวเองนั้นไม่ได้เป็นอัจฉริยะตั้งแต่เกิดแต่ด้วยการเลี้ยงดูและเป็นคนที่มีความตั้งใจ มุ่งมั่น หมั่นเพียร มีความพยายามสูงและมีความมั่นใจในตัวเองอย่างยิ่ง มีประโยคหนึ่งที่แสดงถึงความตั้งใจมุ่งมั่นอย่างมั่นใจ ของดร.ต่าย คือ "ต่ายไม่เคยคิดว่าตัวเอง จะสอบเข้าสถาบันแห่งไหนไม่ได้" ดร.ต่ายเป็นต้นแบบที่ดีอย่างยิ่งให้กับเด็ก ๆ และเยาวชนของไทย ส่วนพ่อแม่ของดร.ต่ายก็เป็นต้นแบบที่ดีอย่างยิ่งให้พ่อแม่คนไทยได้ดูไว้และนำมาใช้กัน

ในบทบาทของพ่อแม่

  • 1. การเป็นต้นแบบที่ดี ทำให้เห็นเป็นให้ดู ครอบครัวดร.ต่าย ทุกคนเป็นต้นแบบที่ดีทั้งหมด ตั้งแต่พ่อแม่ก็เป็นข้าราชการที่ดี ทำหน้าที่ทั้งเรื่องงานและบทบาทของพ่อแม่ได้อย่างดีเยี่ยม ถามตัวเองกันว่าฉันเป็นต้นแบบที่ดีพอหรือยัง อาจไม่ต้องถึงกับดีที่สุด ดีพร้อม ดีเลิศ แต่ขอให้ "ดีพอ" ส่วนตัวก็ปรับปรุงพัฒนาตัวเองมาเรื่อย ๆ ไม่เปรียบเทียบกับใคร ดีพอที่จะเป็นต้นแบบลูกของเราได้ อันไหนยังไม่ดี ก็ชี้ให้ลูกเห็นว่าแบบนี้ แม่ยังไม่ดีนะ แต่แม่กำลังปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่นะ
  • 2.ให้ความรักและความรู้ควบคู่กันไป ความรู้ไม่ใช่แต่เพียงรู้เรื่องวิชาการเล่าเรียน แต่หมายถึงวิชาชีวิตที่ลูกจะต้องใช้ไปตลอดชีวิต เช่นพ่อแม่ดร.ต่าย สอนให้กตํญญูรู้คุณรู้คุณแผ่นดินและไม่เพียงแต่คำสอนยังเป็นต้นแบบที่ดีด้วย ฯลฯ แล้วเราล่ะสอนอะไรให้ลูกบ้างทบทวนและถามตัวเองกัน
  • 3. ให้เวลาคุณภาพมากกว่าให้เงินทอง ถึงพ่อแม่ดร.ต่ายจะทำงานทั้งคู่แต่เมื่อยู่บ้านก็จะมีเวลาคุณภาพ เวลาแห่งความรักความอบอุ่นมอบให้เสมอ
  • 4.ให้ลูกได้มีชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ลูกจะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากกมาย เช่นดร.ต่าย หากอยากได้อะไร พ่อจะสอนให้หาเงินซื้อเอง ดร.ต่ายจึงไปขายกิมจ๊อ ได้ทั้งความสนุก ได้ทั้งการเรียนรู้การสื่อสารการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ได้ทั้งวิชาคณิตคิดคำนวนทอนเงิน ถ้ายิ่งให้ความสะดวกสบายลูกจะกลายเป็นคนทุกข์ง่ายและไม่ได้เรียนรู้อะไรเท่าไหร่นัก ลองถามตัวเองเราเปิดใจ เปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้อะไรมากน้อยแค่ไหนกัน แล้วเลี้ยงลูกให้เรียบง่าย หรือสบายๆ กันนะ
  • 5.พ่อแม่ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้สนับสนุน ช่วยเหลือ หาข้อมูลต่าง ๆ ในสิ่งที่ลูกสนใจ ไม่ตัดสินใจแทนลูก ชีวิตลูก ให้ลูกเป็นผู้กำหนด เป็นผู้เลือกเอง เราทำหน้าที่เป็นเพียงโค้ช ไม่ใช่ผู้กำกับ
  • 6.นอกจากการเป็นต้นแบบที่ดี เราควรหาต้นแบบที่ดี ชี้ให้ลูกเห็น หรือเป็นไปได้พาลูกไปเรียนรู้คลุกคลีกับต้นแบบดี ๆ เหล่านั้น
  • 7.เป็นกำลังใจ และเป็นสติ ให้ลูกในยามที่ลูกท้อใจ มีปัญหา เป็นที่พักพิง รับฟัง และส่งพลังกลับไป
  • 8.พ่อแม่ต้องตั้งคำถามเป็น ฝึกถามให้ลูกได้คิด ไม่ใช่ทำหน้าที่ป้อนข้อมูลความรู้อย่างเดียว

เคล็ดลับเรียนเก่งที่ได้จากการดูคลิป ไว้ไปส่งต่อให้ลูก

ประตูแห่งความสำเร็จ

  • 1. เลือกในสิ่งที่รัก ไม่ปิดกั้นโอกาสการเรียนรู้ของตัวเอง เปิดใจเรียนรู้วิชาต่าง ๆ สิ่งต่างๆ รอบตัว เพื่อค้นหาว่าตัวเองว่าตัวเองนั้นรักที่จะทำอะไร รักวิชาอะไร มีความสามารถด้านใดเป็นพิเศษ เพื่อที่จะได้เจอจุดแข็งของตัวเอง พบเร็ว ก็สามารถพัฒนาศักยภาพความสามารถตัวเองได้เร็ว
  • 2.ประจักษ์ในเป้าหมาย ต้องมีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และเป็นไปได้ ไม่ยากเกินไป ไม่ง่ายเกินไป ค่อย ๆ ตั้งจากเป้าเล็ก ๆ ที่สามารถทำจริงก่อน แล้วค่อย ๆ ขยับเป้าให้สูงไปเรื่อยๆ หากตั้งเป้าไว้ไกลมาก สูงมากมันจะเลือนลาง เห็นวิธีการจะไปถึงได้ไม่ชัดเจน
  • 3.ค้นหาแรงบันดาลใจ แรงบันดาลใจอาจเป็น การมองหาต้นแบบที่ดี ที่เราอยากเป็น ที่เราชื่นชม
  • 4.กัดไว้ไม่ปล่อยมัน คือ การใช้ความพยายามทุ่มเท มุ่งมั่นที่จะทำความฝันให้เป็นความจริง

ข้อคิดดี ๆ ที่โดนใจ

  • 1.หากเพื่อนมีความทุกข์ มีปัญหาให้ช่วยเหลือ ในวันนี้เราช่วยเขา ในวันหน้าเราอาจเป็นคนที่ต้องขอความช่วยเหลือบ้างก็ได้ และถึงวันนั้น เราอาจจะได้รับความช่วยเหลือมากกว่าที่เราเคยช่วยเขาก็ได้
  • 2.การเลือกคู่ครองไม่ดี เหมือนเป็นการอกตัญญูต่อพ่อแม่ พ่อแม่เฝ้าดูแลทะนุถนอมเลี้ยงดูเรามาอย่างดี ถ้าเราเลือกคู่ครองไม่ดี เรามีความทุกข์ ถึงเราสามารถจัดการความทุกข์นั้นได้ แต่ใจพ่อแม่ถ้าเห็นลูกมีความทุกข์จะทุกข์ยิ่งกว่า ดังนั้นจึงควรตัดสินใจดี ๆ เพื่อเลือกคู่ครองที่ดี
  • 3.แฟนนั้นมาแล้วก็ไป แต่ใบทรานสคริปชาตินี้อยู่กับเราตลอดชีวิต
  • 4.มีแฟนได้ ถ้ามีวุฒิภาวะทางสมองมากพอที่จะคุมใจได้ มีแล้วควรมีเพื่อเป็นแรงสนับสนุนพลักดันให้ดียิ่งขึ้น ถ้ามีแล้วการเรียนแย่ลง ไม่ต้องมีซะดีกว่า
  • 5.ไม่ต้องเลือกอาชีพตามกระแส แต่เลือกในสิ่งที่คุณรัก ไม่ว่าอาชีพไหน ๆ ถ้าเป็นสิ่งที่คุณรัก คุณจะสามารถทำมันได้อย่างดี มีรายได้เลี้ยงปากท้องตัวเองได้อย่างแน่นอน
  • 6.หากเมื่อใดที่เรารู้สึกเบื่อหน่ายกับสิ่งทีทำ อาชีพที่ทำ รู้ตัวและลุกขึ้นดึงตัวเองขึ้นให้เร็วที่สุด ออกจาก Comfort Zone มองหาสิ่งท้าทายใหม่ ๆ หรือตั้งเป้าหมายให้ขยับสูงขึ้นในการทำงานเพื่อท้าทายตัวเอง
  • 7.หากเรามีปัญหา จงยอมรับกับปัญหา ถ้าหากเรายอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นได้ ก็เหมือนเราได้แก้ปัญหาไปแล้วครึ่งทาง เมื่อเรายอมรับ เราจะหาเครื่องมือ หาหนทาง หาวิธีการแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างแท้จริง
  • 8.เราต้องเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถทำได้ ต้องมีความหวัง เหมือนในการว่ายน้ำในมหาสมุทรแล้วมองไม่เห็นฝั่ง( ในยามที่ท้อและเหนื่อยในการเดินทางไปสู่เป้าหมาย) ต้องเชื่อว่ามีฝั่งจริง ๆ และตัวเราจะว่ายไปจนถึงฝั่งนั้นได้ (นึกถึงเรื่องพระมหาชนก) และเราจะสามารถทำได้จริงๆ

ปิดท้ายด้วยข้อความในคลิปของดร.ต่าย

ความเก่งไม่ใช่สิ่งที่สามารถการันตีความสุขของเราได้

แต่ความเก่งอาจทำให้เราได้เรียนในสถาบันที่ต้องการ

ความเก่งอาจทำให้เราได้เข้าทำงานในองค์กรชั้นนำได้

ความเก่งอาจทำให้เรามีฐานะทางการเงินที่มั่นคง

แต่การที่ได้มาซึ่งสิ่งเหล่านี้ อาจไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงของชีวิต

สำหรับต่ายแล้ว ความสุขที่แท้จริง คือการใช้ความเก่งและความสามารถของเรา

ไปสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นให้กับสังคม ให้กับประเทศชาติ

สิ่งเหล่านี้จะทำให้เรารู้สึกถึงความภาคภูมิใจ และความภาคภูมิใจที่ทำให้ผู้อื่นมีความสุขนี้

จะนำพาซึ่งความสุข อย่างยั่งยืนมาหกับตัวเรา

และนั่นถึงจะเป็นความเก่งที่เต็มไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง


บันทึกไว้เพื่อเก็บไว้อ่านเองกันลืม และอยากแบ่งปันให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายให้ได้อ่านกันด้วยค่ะ

***ดูจากคลิปใน Youtube คลิปรายการทูไนท์โชว์ วันที่ 11 พ.ย. 56 และคลิป เคล็ดลับฯความเก่ง ดร.นิศรา โดยมูลนิธิคนไทยเก่งขึ้นร่วมกันซีเอ็ด

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เลี้ยงลูกแบบแนวคิดบวก



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ต้องขอบคุณนะคะที่กรุณาถอดความมาให้

ความสำเร็จของบุคคลมาจากหลายปัจัยมาก การเลี้ยงดูก็เป็นสวนหนึ่ง ปัจจัยในตัวคนคือระดับสติปัญญาอีกส่วน ความมุ่งมั่นไม่ถอยเป็นปัจจัยจากการเลี้ยงดูที่ไม่โอ๋จนทำอะไรไม่เป็น

เราฟังคนที่ประสบความสำเร็จไว้เป็นตัวอย่างได้เลยทีเดียว