การเขียนบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์และเผยแพร่
โดย.....กลุ่มวิชาเด็กและวัยรุ่น วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ตรัง
บทความวิจัย หมายถึง งานเขียนเชิงวิชาการที่นําเสนอผลการคนควาวิจัยอยางเปนระบบ เพื่อให
ผูอานเขาใจทฤษฎีหรือการปฏิบัติทางวิชาการในสาขาวิชาตางๆ และนําสาระสําคัญที่ไดจากงานวิจัยไปใช
ประโยชนในการศึกษาคนควาหรือการปฏิบัติงานจริง โดยการนําเสนอบทความวิจัยจะตองกระชับ ชัดเจน มี
สาระครบถวน และมีความถูกตองตามมาตรฐานของวารสานทางวิชาการ
องคประกอบของบทความวิจัย
บทความวิจัยประกอบด้วยองค์ประกอบสําคัญ 3 ส่วน ได้แก่
1. สวนนําเรื่อง (Preliminary Materials) ประกอบดวย
1.1 ชื่อโครงการวิจัย (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
1.2 ชื่อ-นามสกุล ตําแหนงและหนวยงานพรอมที่อยูและปที่ทําวิจัย (ภาษาไทยและ
ภาษาอังกฤษ)
1.3 บทคัดยอ (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
1.4 คําสําคัญ (Keywords)
2. สวนเนื้อเรื่อง (Main Body) ประกอบดวย
2.1 ความสําคัญและที่มาของปญหาที่ทําการวิจัย
2.2 โจทยวิจัย/ปญหาการวิจัย
2.3 วัตถุประสงคของการวิจัย
2.4 วิธีการดําเนินการวิจัย
2.5 ผลการวิจัย (ตาราง/รูปภาพ/แผนภูมิ)
2.6 สรุปผลการวิจัย
2.7 อภิปรายผลการวิจัย/วิจารณและขอเสนอแนะ 3. สวนทายเรื่อง (Reference Materials) ประกอบดวย
3.1 บรรณานุกรม/เอกสารอางอิง (Reference)
3.2 ภาคผนวก (ถามี) (Prefaces)
3.3 คําขอบคุณ (Acknowledgement)
หลักการเขียนบทความวิจัย
การเขียนบทความวิจัยที่มีคุณภาพนั้น ผูเขียนจะตองมีความเขาใจในงานวิจัยที่จะนําเสนออยางชัดเจน
มีการกําหนดโครงรางและจัดลําดับความคิดในการนําเสนออยางเปนระบบและจะตองมีความรูเกี่ยวกับการใช
ภาษา คําศัพทเฉพาะทางวิชาการ
ในการเขียนบทความวิจัยที่ดี ผูเขียนจะตองมีความรู ความสามารถในการใชภาษาที่ถูกตองตามหลัก
ภาษา กระชับ ชัดเจน เลือกใชคําศัพทเฉพาะทางวิชาการของศาสตรสาขาตางๆ อยางเหมาะสม ใชภาษาระดับ
เดียวกันตลอดงานเขียน มีการเชื่อมโยงความคิดทั้งในและระหวางยอหนาอยางเปนระบบ และสมเหตุสมผล
ลําดับเนื้อหาตามหลักการวิจัย ที่มีความตอเนื่องตั้งแตตนจนถึงผลสรุปและการอภิปรายผลการวิจัย รวมทั้งตอง
ใหความสําคัญกับการสะกดคําและการใชเครื่องหมายวรรคตอนตางๆ อยางถูกตอง
ในการเขียนบทความวิจัย ผูเขียนจึงตองมุงเนนการนําเสนอความสําคัญของการวิจัย วิธีการ และ
เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล ผลของการวิจัย (ซึ่งอาจเสนอดวยแผนภูมิ ตาราง กราฟ) และการ
วิจารณผลการวิจัยที่มีความชัดเจนและเชื่อถือได รวมทั้งตองเสนอแนะแนวทางในการนําผลการวิจัยไป
ประยุกตใช ทั้งในดานนโยบาย การปฏิบัติงานจริงหรือการศึกษาคนควาตอไป
การเผยแพร่บทความวิจัย
ผลงานการวิจัยตางๆ จะสามารถนํามาใชใหเกิดประโยชนไดก็ตอเมื่อมีการนําผลงานวิจัยดังกลาวมา
เผยแพรใหบุคคลในแวดวงตางๆ สามารถเขามาศึกษาสาระความรูดังกลาวได ผูเขียนบทความวิจัยจึงตองมี
ความรูเกี่ยวกับหลักและกฎเกณฑในการเผยแพรบทความวิจัย เพื่อใหบทความวิจัยที่เขียนขึ้นไดรับการเผยแพร
ในวงกวางซึ่งจะสงผลตอการนําไปใชประโยชนในดานตางๆ ตอไป
หลักและกฎเกณฑ์ในการเผยแพร่บทความวิจัย
1. ผูเขียนจะตองทําการคัดเลือกวารสารที่มีมาตรฐานและมีความนาเชื่อถือ โดยอาจพิจารณาจาก
หลักเกณฑดังนี้
1.1 เปนวารสารที่มีความสากลหรืออยางในฐานขอมูลวารสารระดับชาติที่ผานการรับรอง
ของสํานักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) สํานักงานกองทุนสนับสนุนนการวิจัย
(สกว.) ศูนยดัชนีการอางอิงวารสารไทย (TCI) หรือหนวยงานที่เปนผูประเมินคุณภาพ
ทางการศึกษา
1.2 เปนวารสารที่มีการกําหนดมาตรฐานการตีพิมพที่ชัดเจน 1.3 เปนวารสารที่มีผูเชี่ยวชาญ (Perr of Reviewers) ตรวจสอบทางวิชาการที่นาเชื่อถือ
หรือพิจารณาจากคาความถี่ของการอางอิงบทความในแตละป (impact factor)
2. ผูเขียนจะตองมีความรูเกี่ยวกับประเภทของวารสาร เพื่อนําเสนอบทความวิจัยที่มีความ
สอดคลองกับนโยบายของวารสารซึ่งประเภทของวารสารอาจแบงออกเปน 3 ประเภทใหญๆ คือ
2.1 วารสารทางวิชาการเฉพาะทาง เปนวารสารที่มีจุดเนนของลักษณะบทความตางกัน
2.2 วารสารแนวปริทัศน (review) ซึ่งเปนวารสารที่เนนการพิมพบทความแนวบูรณาการ
หรือการสังเคราะหงานวิจัย หรือแนวคิดทฤษฎี
2.3 วารสารรายเดือน หรือพิมพมากกวา 6 ฉบับตอป รับเฉพาะบทความวิชาการขนาดสั้นที่
เปนความคิดเห็น แนวคิด วิสัยทัศน การวิเคราะห อภิปราย อันจะกอใหเกิดการ
สรางสรรคทางวิชาการ
3. ผูเขียนบทความวิจัยควรที่จะตองศึกษาลักษณะของวารสารที่มีอยูในวงการวิชาการ เพื่อคัดสรร
วารสารที่มีนโยบายหรือวัตถุประสงคสอดคลองกับเนื้อหาสาระของผลการวิจัยที่ตองการนําเสนอ
4. ผูเขียนบทความวิจัยตองศึกษาระเบียบกฎเกณฑและมาตรฐานการเขียนบทความวิจัย ซึ่งจะมี
ความแตกตางกันไปตามขอกําหนดของวารสารแตละฉบับ ทั้งดานรูปแบบในการพิมพ ขนาด
ตัวอักษร การอางอิง เปนตน เพื่อใหสามารถเขียนไดอยางถูกตองตามมาตรฐานที่กําหนด
สรุป
การเขียนบทความวิจัย ถือเปนการตอยอดความรูในศาสตรสาขาตางๆ และทําใหสาระความรูที่ไดจาก
การวิจัยไดรับการนําไปประยุกตใชใหเปนประโยชนตอประเทศชาติไดในวงกวาง ดวยเหตุนี้นักวิชาการใน
สาขาวิชาตางๆ จึงควรพัฒนาความรูความสามารถในการเขียนบทความวิจัย เพื่อใหสามารถถายทอด
ผลงานวิจัยในรูปแบบของบทความวิจัยที่มีคุณภาพ ซึ่งจะทําใหบุคคลตางๆ สามารถนําผลการวิจัยไปใชใหเกิด
ประโยชนตอสังคมไดอยางเปนรูปธรรม
ในการเขียนบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์เผยแำพร่ต้องใช้หลักการ input - process - output เพื่อให้ได้ผลงานพร้อมตีพิมพ์ที่มีประสิทธิภาพ รายละเอียดสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซท์ KM วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ตรัง
เขียนให้ถูกต้องตามรูปแบบการส่งต้นฉบับของวารสารที่เราจะนำบทความไปตีพิมพ์ครับ เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน