มองมุมใหม่ว่าด้วยที่มาของชื่อ....ไท-กะได

บ้านวิถีไทยริมน้ำลพบุรี (ขอบคุณเพื่อนและน้องเซย์)

ไท-กะได...ชื่อนามกลุ่มคนที่ไม่ได้อพยพลงมาจากเทือกเขาทุรกันดารแห่งอัลไต หากเชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดและแพร่หลายขยายเผ่าพันธุ์ในย่านอุษาคเนย์ของไมเคิล ไรท์ ฝรั่งคลั่งสยาม ตั้งแต่ครั้งดึกดื่นดำบรรพ์ ในวิกิพีเดียเขียนบรรยายถึง ไท-กะได ไว้บางส่วนว่า...

"กลุ่มชาติพันธุ์ไท-กะได หรือบางครั้งเรียกว่า กลุ่มชาติพันธุ์ไต-ไท เป็นชื่อเรียกโดยรวมของกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมดในตระกูลภาษาไท-กะได กลุ่มชาติพันธุ์ ไท-กะได กระจายตัวอยู่ในภูมิภาคอุษาคเนย์ รับประทานข้าวเจ้า หรือข้าวเหนียว เป็นอาหารหลัก นิยมปลูกเรือนเสาสูง มีใต้ถุน อาศัยทั้งในที่ราบลุ่ม และบนภูเขา ประเพณีศพเป็นวิธีเผาจนเป็นเถ้าแล้วเก็บอัฐิไว้ให้ลูกหลานบูชา ศาสนาดั้งเดิมเป็นการนับถือผี นับถือบรรพบุรุษ และบูชาแถน"

"จิตร ภูมิศักดิ์" ได้สืบค้นความหมายของคำ...ไท หรือ ไต ที่ลึกไปกว่าการแปลว่า อิสระ หรือ เสรี ในหนังสือเล่มหนาชื่อ "ความเป็นมาของคำสยาม ไทย ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ" โดยสำรวจในคำเรียกเก่าแก่ของชาวลาว ไทยอีสาน ไตลื้อสิบสองปันนา ในวรรณคดีล้านช้างเรื่อง ขุนเจือง ไทใหญ่รัฐฉาน ไปจนถึงแถบกวางตุ้งกวางสีถิ่นชาวจ้วง ซึ่งได้ข้อสรุปคัดมาดังนี้... (หน้า 362)

"เป็นสรุปกันทีว่า ไต-ไท มีความหมายดั้งเดิมว่า คน และหมายถึงคนทางสังคมที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เป็นหมู่พวก มิใช่คนทางธรรมชาติที่บอกประเภทพืชพันธุ์ว่าเป็นชนิดหนึ่งของสัตว์โลก นั่นคือมิได้หมายถึง human being ซึ่งต่างจากสัตว์ หากหมายถึง people

การแยกคำระหว่างคนทางธรรมชาติ (man, human being) กับคนทางสังคม (person, people) นี้ ถ้าลองสำรวจดูจะพบว่ามีอยู่ในหลายๆ ภาษาทีเดียว

ข้าพเจ้ามั่นใจว่าภาษาตระกูลไทแต่ดั้งเดิม มีการจำแนกคนทางธรรมชาติ กับคนทางสังคม นั่นคือมีการจำแนกระหว่าง คน กับ ไท"

หากจะสืบค้นต่อยอดจากงานค้นคว้าของนักวิชาการและท่านผู้ล่วงลับ ของคำความหมาย ไท-ไต หรือ ไท-กะได ก็ตามที ลงไปถึงชั้นที่ว่าทำไมจึงต้องเรียกพวกตัวเองในชื่อคนทางสังคมว่า...ไท-ไต โดยใช้แนวคิดยึดโยงความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องไทแผ่นดินเหนือกับพี่น้องย่านทะเลใต้ ให้ตีความร้อยรัดเรื่องราวได้ดังนี้

มีคำสองคำที่เราใช้กำหนดทิศทางนอกจากทิศตะวันขึ้นและทิศตะวันตกดิน นั่นคือทิศใต้ และทิศเหนือ หรือทิศหัวนอนและทิศปลายตีน คำเรียกของคนในสมัยก่อนที่จะนอนหันหัวไปทางทิศใต้และหันปลายตีนไปทางทิศเหนือ ตามพุทธประวัติและหลักโหราศาสตร์การหมุนเวียนธาตุทางธรณี ที่ไหลจากธาตุพุธประจำทิศใต้เวียนขวาขึ้นไปหาธาตุศุกร์ประจำทิศเหนือ และเข้าใจว่าเป็นที่มาของการเดินเวียนขวารอบอุโบสถ์จนปัจจุบันนี้

ทิศเหนือและทิศใต้นี้มีความหมายที่มากไปกว่าเรื่องเครื่องหมายระบุทิศทาง หากกินความถึงสิ่งที่อยู่ข้างบนและสิ่งที่อยู่ข้างล่างด้วย เช่นบนหรือเหนือบ้าน และล่างหรือใต้ถุนบ้าน ที่นิยมยกสูงมีลานด้านล่างของคนไท-ไต ตั้งแต่ครั้งโบราณ เป็นบ้านในสมัยก่อนซึ่งเรียกกันทั่วไปว่าเรือน หรือเฮือนที่มีเสาสี่ต้นรองรับค้ำยัน คล้ายเถียงนาในสมัยนี้

คำว่าเหนือและใต้ในความหมายที่แปลว่าบนหรือล่างนี่เอง จะพาไปเชื่อมโยงกับคำของพี่น้องชาวลุ่มแห่งทะเลใต้ เป็นคำเกี่ยวข้องแนบสนิทในกลุ่มก๊วนเดียวกับคำเรียกรูปลักษณะของบ้านช่องทั้งสองฟากฝั่ง ทั้งในแง่ของคำและความหมายเบื้องหลัง เช่นที่เคยเอ่ยอ้างไว้หลายครั้ง ตั้งแต่ รวง/ruang รัง/sarung เตียง เถียง/tiang ลาน/landai กระได/lantai ครัว/keluarga เป็นต้น

คำว่าข้างบน ของภาษามาลายูแถบอินโดฯ เขาใช้คำว่า atas...อตัส แต่มีอีกคำซึ่งสำคัญแสดงการไต่ขึ้นไปข้างบน คือ naik...ไน้อิค เช่น naik ke atas ขึ้นมาข้างบน คำนี้ถ้าเรียกด้วยปากของชาวเหนือคงเป็นไปได้สูงที่จะหดสั้นถูกควบรวมเข้ากลายเป็นคำว่า...เหนือ แทนที่

ในขณะที่คำว่าข้างล่างเขาใช้คำว่า bawah...บาว่าฮ์ หรืออีกสองคำใกล้ชิด lantai...ลันไต และ landai...ลันได โดยคำว่า lantai หมายถึงชั้น ขั้น หรือกระได และพื้นข้างล่างที่ต่ำกว่าก็ได้ และคำเพื่อนพ้อง landai ขยายออกไปเป็นที่ดินผืนราบ หรือลานกว้างที่มีความลาดเอียงน้อยๆ และในคำเรียกตามเพรียวปากของน้า 'รงค์ ผู้ล่วงไปกาลข้างหน้าแห่งสวนทูนอินคงอาจเหลือเพียง...ไต และได หรือในอีกคำว่า...ใต้ แค่นั้นล่ะกระมัง

จึงขอเสนอไว้ในที่นี้ว่าคำ...เหนือ เป็นคำเดียวกับ...naik และคำ...ใต้ เป็นคำในกลุ่มเดียวกับ...lantai และ landai หดสั้นยืดยาวตามปากและนิสัยของพี่น้องชาวเหนือและชาวใต้

ซึ่งนำมาถึงความหมายของคำ ไท-กะได หรือ ไท-ไต จากการยึดแนวคิดที่ว่ามี.... ผู้คนสังคม อาศัยอยู่บนที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ของแม่น้ำเจ้าพระยารุ่นลายครามในทวีปซุนด้ามาแต่ดั้งเดิมเมื่อครั้งยังเป็นยุคน้ำแข็ง ก่อนจะพลัดพรากแยกย้ายไปตามวิถีชาวลุ่มที่ราบต่ำผู้คุ้นชินในการอยู่อาศัยกับชายน้ำ จากการรุกไล่ของทะเลน้ำเค็มเมื่อสิบพันปีที่แล้ว บ้างคงกระจายตัวหนีหายไปทางภูเขาสูงในแถบนั้นจนกลายเป็นเกาะแก่งในภายหลัง หากบ้างคงล่องเรือขึ้นเหนือเลาะชายฝั่งไปทาง เวียดนาม ไหหลำ แผ่นดินจีน ถึงไต้หวัน และบ้างคงลัดเลาะหนีน้ำขึ้นไปตามลำเจ้าพระยาเข้าหาแผ่นดินใหญ่

นำพาวิถีวัฒนธรรมและความเชื่อติดตัวไปยังบ้านใหม่ ผู้ซึ่งเคลื่อนย้ายจากล่างสู่บนจากใต้ขึ้นเหนือ ผู้ซึ่งหนีน้ำท่วมโลกจากพื้นราบเมืองแห่งน้ำมาพึ่งใบบุญเมืองฟ้าของปู่แถนบนแดนสูง ผู้ซึ่งยังเรียกขานตัวตนและสังคมอย่างเหนียวแน่นว่า...ไต-ไท หรือในอีกหนึ่งนัยความหมายว่า...... ผู้มาจากวิถีแห่งชาวลุ่ม

จันทบุรี 15 พฤษภาคม 2558

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รอยไถของจักรวาล



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ผมชอบความคิดของจิตร ภูมิศักดิ์ครับ ได้ความรู้มากมายจากบันทึกนี้จริงๆครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณอ. ครับ สำหรับความรู้ใหม่ที่น่าสนใจนี้