ในมุมมองของ….ครูมะเดื่อ…."ทฤษฎีบริหารการศึกษา : ตีให้แตกแล้วแยกปกครอง


เป็นที่ยอมรับกันในวงการครูอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ แล้วว่า ปัจจุบันนี้ นักเรียนอ่าน เขียน

ไม่ได้ ไม่คล่อง และรวมไปถึง อ่านออก เขียนได้ แต่สื่อความไม่ได้ มีจำนวน

เพิ่มมากขึ้นทุกปี



ก่อน ๆ นี้ ในยุคที่การศึกษาภาคปังคับมีแค่ ป.๖ หากพูดถึง เด็กที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้

ก็มักจะนึกถึง เด็กในระดับประถมต้นเสียมากกว่า ไม่ลามไปถึง ในชั้นมัธยม เนื่องด้วย

เด็กที่อ่าน เขียนไม่ได้ หรือไม่คล่อง ก็ไม่มีการเรียนต่อไปถึงระดับมัธยมโดยปริยาย

ต่างจากยุคนี้....เพื่อน ๆ ครูที่สอนมัธยมมาบ่นให้ฟังว่า เด็ก ม.ต้น อ่านเขียนไม่ได้

มากมายหลายคน .... คุณมะเดื่อจึงบอกไปว่า...." เด็กเหล่านี้ ก็อ่านขัด เขียนข้อง

ไปตั้งแต่ประถมแล้ว....ภาคบังคับถึง ม.๓ ก็ต้องเรียนกันไปตามที่บังคับน่ะแหละ"



การเรียนการสอนในระดับประถมต้น ป.๑ - ป.๓ เปรียบได้กับ " เสาเข็ม" ของการสร้าง

อาคาร หากเสาเข็มที่ตอกลงไปไม่แข็งแรง ไม่ลึกพอ ...แล้วไซร้... ไม่ว่าาจะคุณจะ

ใช้วัสดุดี เลิศหรู ราคาแพงอย่างไร....อาคารก็พร้อมที่จะพังอย่างไม่เป็นท่า....



ผู้บริหารที่ชาญฉลาดที่มองการณ์ไกล ต้องรู้จักจัดครูเข้าสอนให้เหมาะสมกับระดับชั้น

มิใช่ว่า จัดตามความพอใจ จริงอยู่ โดยทั่วไปแล้ว ครูส่วนใหญ่มักจะหลีกเลี่ยง

ไม่มีใครอยากสอน ป.๑ เช่นเดียวกับครูที่สอน ป.๑ มาตลอด ก็มักจะไม่อยากไปสอน

ในชั้นอื่น ๆ การจัดครูเข้าสอนในระดับ " เสาเข็ม" อย่างถูกต้อง รวมทั้เงการส่งต่อ

ในแต่ละชั้นอย่างเป็นระบบ จะช่วยเสริมความแข็งแรงของงานวิชาการให้มีคุณภาพ

เป็นอย่างดียิ่ง



เด็ก ป.๑ ป.๒ จำเป็นที่จะต้องเน้นการอ่าน การเขียนเป็นหลัก แม้ว่าหลักสูตรจะได้

กำหนดให้สอนมากมายหลายกลุ่มสาระก็ตาม แต่หากเด็ก อ่าน เขียนไม่ได้ ก็อย่าหมาย

ว่า เด็กจะเรียนในกลุ่มสาระอื่น ๆ ได้ ในความเห็นของคุณมะเดื่อแล้ว...

กลุ่มสาระที่สำคัญและเหมาะสมที่เด็กในระดับ ป.๑ ป.๒ จะต้องเรียนรู้

ควรจะเป็น ภาษาไทย คณิต และ ศิลปะ เมื่อเด็กสามารถอ่านออก เขียนได้แล้ว

กลุ่มสาระอื่น ๆ ก็ง่ายสำหรับที่จะสอนให้เด็กได้เรียนรู้



คาดว่า ปีการศึกษา ๒๕๕๘ นี้ คงเป็นปีที่เบื้องบนเอาจริงเอาจังกับการสอน ป.๑

เพราะ นโยบาย ป.๑ ทุกคนจะต้องอ่านออกเขียนได้ ควบคู่ไปกับโครงการสอนทางไกล

ทั้ง DLIT และ การสอนทางไกล....

จำได้ว่า.....ยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง ก็เคยมีนโยบาย ป.๑ " อ่านหนังสือพิมพ์" ได้มาแล้ว...

ฮือฮา พอให้ครูได้เครียดกันไปพักหนึ่ง แล้วก็จางหายไป....ไม่คิดว่าจะได้มาเจออีก

ไม่รู้ว่า....ฟางจะถูกไฟไหม้อีกกี่กอง....เนาะ ???



อยากจะบอกดัง ๆ ว่า.....ต่อให้สื่อดี นโยบายเด่นแค่ไหน หากไม่สามารถเปลี่ยนวิธีการ

สอนของครู และผู้บริหารจัดครูเข้าสอนแบบ " ตาบอดหูหนวก" ไม่มีหลักมีเกณฑ์

การติดตามผล ประเมินผล ยังให้ความสำคัญกับข้อมูลในกระดาษ และให้เกียรติ

และไว้วางใจผู้บริหารอยู่เหมือนที่ผ่าน ๆ มาแล้วไซร้....

.มันก็ยังอยู่สภาพเดิม ๆ ....เปืดโอกาสให้เบื้องบน (คนใหม่) ได้กำหนดนโยบาย

ขายความคิด.....อย่างนี้ไม่จบไม่สิ้นน่ะแหละ



ถ้ายังไม่เหนื่อยจนเกินไปกับการอ่านเรื่องเครียด ๆ อย่างนี้ ก็ขอเชิญติดตามต่อไปนะจ๊ะ

ยังมีเรื่องของงานวิชาการให้ได้ติดตามอีกมากมายหลายหลืบหลายมุม...จ้าา