งานนี้มีแต่ได้กับได้..ผู้บริหารโรงเรียนได้ใกล้ชิดชุมชนมากขึ้น รู้จักนักเรียนเป็นรายบุุคคล ได้เข้าใจและเข้าถึงเรื่องความปลอดภัยของนักเรียน ได้ปรับทุข์ผูกมิตร และขอความร่วมมือกับผู้ปกครอง สร้างภูมิคุ้มกันให้โรงเรียน.. ลดบทบาทการทำงานแบบเจ้าคนนายคน...

ผมคิดว่านโยบายของสพฐ.และเขตพื้นที่การศึกษา ในช่วงก่อนเปิดภาคเรียน..และในวันเปิดภาคเรียนในวันนี้ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ เป็นเรื่องราวที่โรงเรียน ซึ่งประกอบด้วย ผู้บริหาร คณะครู นักเรียน นักการภารโรง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พึงตระหนักและกระทำร่วมกัน อย่างตั้งอกตั้งใจให้ออกมาดี มีแผนการดำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อมให้ได้มากที่สุด..

ภายใต้ระบบการทำงานที่จริงใจ..มีจิตสำนึก หรือสามัญสำนึกที่ดี ที่จะทำให้เด็กในชุมชน ในเขตบริการ ได้รับความสุขที่ได้มาโรงเรียน ได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่สะอาด สดใส สวยงาม ได้เรียนรู้กับครูและสื่อที่มีความพร้อมและน่าสนใจ...ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับโรงเรียน.....

ดังนั้น..ผมจึงเห็นเป็นเรื่องแปลก ที่ผู้บริหารระดับสูง..มักจะออกมาพูดให้ตระเตรียมห้องเรียน เตรียมหนังสือ เอกสาร คู่มือครู เตรียมแผนการเรียนรู้ สื่อ อุปกรณ์ ทีวี และเตรียมโรงเรียนให้สะอาดและปลอดภัย ฯลฯ

ถามว่า..สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นเรื่องใหม่..กระนั้นหรือ…มีโรงเรียนมานานเท่าไหร่แล้ว ไม่เคยทำกันเลยหรือ ..เอาล่ะ..ก็ไม่เป็นไร ก็ถือว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมือง ออกมาย้ำมาเตือน ออกมาสะกิดกันว่าอย่าได้วางเฉยกับสิ่งที่เป็นงานประจำทั้งหลาย ทั้งหมดทั้งมวล

แต่ที่ฮือฮากันไปทั่วประเทศ..เมื่อท่านเลขาฯสพฐ. ประกาศอย่างเป็นทางการ ให้ผู้บริหารโรงเรียน ออกมาต้อนรับผู้ปกครองและนักเรียนหน้าโรงเรียนในวันแรกของการเปิดภาคเรียน และทำให้ตลอดสองสัปดาห์ หากทำได้ตลอดไปได้...ก็จะเป็นการดี ในการนี้ท่านยังกำชับให้ ผอ.เขตพื้นที่ฯให้ออกมายืนหน้าโรงเรียน ร่วมกับผอ.โรงเรียนด้วย...

หลายคน..ขำกลิ้ง แต่หลายคนก็อึ้ง ขำไม่ออก ไม่คิดเลยว่าจะมีนโยบายแบบนี้ มีคนตั้งคำถามว่า

"ทำแบบนี้..คิดหรือว่า..คุณภาพการศึกษาจะดีขึ้น..."

"...ถ้าทำแบบนี้กันทุกโรงเรียน รถคงติดหน้าโรงเรียนกันเป็นแถว..."

"..คิดอะไรกันแปลกๆ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นไม่ดีกว่าหรือ..."

ผมกลับไม่คิดอย่างนั้น..เมื่อมีห้องเรียนกลับทางได้ ทำไมจะมีการบริหารที่กลับทางบ้างไม่ได้..อย่าลืมว่าไม่ลองไม่รู้ การศึกษาตลอด ๒๐ ปีมีอะไรดีขึ้น ลงทุนเรียนฟรีไปเท่าไหร่ วิทยะฐานะให้ครูไปแล้วเท่าไหร่ แท๊บเล็ต คอมพิวเตอร์ และห้องปฏิบัติการต่างๆ ลงทุนมากมาย... อีกทั้งยังมีโรงเรียนคุณภาพประเภทต่างๆ อีกนับไม่ถ้วน ล้วนทำไปแล้ว แต่มองไม่เห็นเส้นทางคุณภาพเลยแม้แต่น้อย..

วันนี้..กลับมาคิดแบบบ้านๆเลยน่าจะดีกว่า.. เป็นเรื่องที่ใกล้ตัว ที่อย่าคิดว่าไม่สำคัญ ทำได้ง่าย ไม่ต้องลงทุนมาก ท่านเลขาฯท่านกล้าที่จะลงมาทำเป็นตัวอย่าง..ท่านคงคิดแล้ว..ว่า ลงทุนงบประมาณ วัสดุครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้างไปเยอะแล้ว..ลองหันมาที่ "คน"ดูสักครั้ง ให้คนรู้จักลงทุนลงแรง ใช้หัวใจในการทำงานกันบ้าง..

งานนี้มีแต่ได้กับได้..ผู้บริหารโรงเรียนได้ใกล้ชิดชุมชนมากขึ้น รู้จักนักเรียนเป็นรายบุุคคล ได้เข้าใจและเข้าถึงเรื่องความปลอดภัยของนักเรียน ได้ปรับทุข์ผูกมิตร และขอความร่วมมือกับผู้ปกครอง สร้างภูมิคุ้มกันให้โรงเรียน.. ลดบทบาทการทำงานแบบเจ้าคนนายคน...

ผู้ปกครองก็จะเห็นถึงซึ่งความเสียสละ ผู้บริหารก็ได้เริ่มงานแต่เช้า..แบ่งเบาภาระงานจากครูผู้สอนบ้าง..

ผมคิดในมุมนี้..และเห็นว่ามีประโยชน์มากกว่า เพียงแต่ว่าต้องลองทำดู ถ้าไม่เคยทำ ก็ต้องฝึก ต่อไปก็อาจทำได้เองโดยไม่ต้องฝืน ...ก็ลองคิดดู..ถ้าประโยชน์จะเกิดขึ้นจากกิจกรรมนี้ เพียงแค่ผู้ปกครองชอบใจ และให้ความร่วมมือ...คุณภาพ..โดยรวมของโรงเรียนจะไม่เกิดขึ้นได้อย่างไรครับ

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘

</span></strong>