เต่าทะเล..กตัญญูกตเวที

เต่าทะเล..กำลังจะถูกฆ่า

สาธารณะเพื่อนเพื่อนยกเว้นคนรู้จักเฉพาะฉันกำหนดเองเพื่อนสนิทสมณะในคณะสงฆ์สันติอโศกดูรายการทั้งหมด…ครอบครัวสิกขมาตุ บริเวณ เทศบาลนครนครปฐมศิษย์ปัจจุบันโยมปวารณาญาติโดยสายเลือดสื่อมวลชนตงฉินพันธมิตรญาติธรรมวิทยุชุมชนลูก ๆ หลาน ๆคนที่เข้ามาปรึกษาบุคคลที่ยังไม่เคยรู้จักนักการเมืองนักวิชาการคุณธรรมคนวัดศิษย์เก่าสัมมาสิกขาคนสนิทบุญนิยมทีวีบริเวณ เทศบาลนครเชียงใหม่FMTVกิจกรรมนักเรียนวิถีพุทธนครปฐมคนรู้จักย้อนกลับ

บันทึกเรื่องราว คว้ามาจาก อินเตอร์เน็ต... มีชายคนหนึ่ง เห็นเต่าทะเลที่กำลังจะถูกฆ่า สิ่งที่เขาทำในครั้งนั้น กลับกลายเป็นเรื่องที่น่าสะทกสะท้านใจในเวลาต่อมาเหตุเกิดที่เมืองจีหลง แห่ง.. ไต้หวัน มีร้านค้าอยู่ร้านหนึ่งชื่อว่า... " อวี้เอวี๋ยนเฮ่า " คุณหลินเถ้าแก่ร้านค้าแห่งนี้เป็นคนที่มีจิตใจเมตตา ส่วนชาวบ้านในละแวกนั้นก็ล้วนทำอาชีพประมงกันทั้งหมดมีอยู่วันหนึ่ง ชาวประมงจับเต่าทะเลตัวใหญ่ได้ตัวหนึ่ง พวกเขาตกลงกันว่าจะชำแหละเพื่อขายเนื้อของเต่าตัวนี้

ในขณะนั้นคุณหลินได้เดินผ่านมาพอดี เขาเห็นผู้คนกำลังมุงเต่าทะเลที่กำลังจะถูกชำแหละฆ่า เต่าทะเลชูคอผงกศีรษะไม่หยุด เสมือนว่ากำลังก้มกราบวิงวอนให้มนุษย์ไว้ชีวิตมันเช่นนั้น ดวงตาของมันชุ่มอาบด้วยน้ำตาที่หวังวอนให้ทุกคนโปรดเมตตาไว้ชีวิตมันสักครั้ง

ขณะที่คุณหลินได้เห็นเหตุการณ์ก็รู้สึกสงสารมันจับใจ จึงยอมทุ่มเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อชีวิตของมันไว้ พร้อมกับจ้างวานให้นำมันไปปล่อยลงทะเล แต่ในใจก็ยังอดเป็นหวงไม่ได้ว่ามันอาจจะถูกจับขึ้นมาอีกครั้ง คุณหลินจึงคิดวิธีแก้ไขด้วยการนำสีเขียนลงบนกระดองว่า " ปล่อยสัตว์ไว้ชีวิตโดย อวี้เอวี๋ยนเฮ่า " ข้อความนี้เท่ากับเป็นการวิงวอนให้ใครที่จับมันได้ได้โปรดละเว้นชีวิตของเจ้าเต่าผู้น่าสงสารตัวนี้

หลังจากได้เขียนจนเสร็จแล้วก็นำเต่าตัวนั้นปล่อยลงทะเลให้อิสระอีกครั้ง ขณะนั้น ผู้คนจำนวนมากต่างเห็นเจ้าเต่ายักษ์ผลุบโผล่ดำว่ายบนทะเล เสมือนว่ามันยังอาลัยอาวรณ์อยากจะแสดงความรู้สึกสำนึกของคุณคุณหลินอยู่มิขาด ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างซาบซึ้งใจยิ่งนัก จึงต่างตกลงกันว่า...

หากต่อไปจับเต่าทะเลประเภทนี้ได้ ก็จะไม่จับ ไม่ฆ่า และไม่กิน อย่างเด็ดขาด นี่คือข้อตกลง " สามไม่ " ของผู้คนในหมู่บ้าน

และข้อตกลงนี้ก็ยังคงถือปฏิบัติสืบมาในหมู่บ้านแห่งนี้ หลังจากนั้นอีก ๑๖ ปี ลูกชายคนที่สองของคุณหลินได้สอบติดวิทยาลัยพาณิชยการที่เมืองไทเป ทุกครั้งที่เป็นวันหยุด ลูกชายคุณหลินก็จะนั่งเรือโดยสารกลับบ้าน แต่แล้ววันหนึ่ง เกิดพายุโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง เรือโดยสารกระแทกหินโสโครกและอับปางจมลง ผู้โดยสารบนลำเรือร้อยกว่าชีวิตต่างลอยคอดำผุดดำว่ายอย่างน่าสงสาร ปรากฏว่าได้มีผู้คนที่เสียชีวิตไปกับเหตุการณ์เรืออับปางในครั้งนั้นถึงเก้าสิบกว่าชีวิต

ในขณะที่เรือกำลังจะจมลงนั้น เสียงผู้คนต่างร้องระงมร้องขอให้ช่วยชีวิตอย่างน่าสงสาร ลูกชายคุณหลินแม้จะมีควาามสามารถในการว่ายน้ำได้ก็จริง แต่พละกำลังของมนุษย์จะมีหรือที่จะทานกระแสสมุทรที่ถาโถมอย่างบ้าคลั่งได้ ในขณะที่กำลังหมดสิ้นความหวัง ทันใดก็รู้สึกเหมือนมีโต๊ะตัวใหญ่ลอยขึ้นพยุงร่างกายเอาไว้ ครั้นลูกชายคุณหลินตั้งสติพิจารณาดู ก็พบว่า...เป็นเต่าทะเลยักษ์ที่กำลังเผยอปากใหญ่ขนาดอ่างล้างหน้านั่นเอง เขาตกใจอย่างสุดขีด ในใจพลางคิดว่าวันนี้คงจะไม่ได้ตายจากน้ำทะเล หากจะตายเพราะเป็นอาหารของเต่ายักษ์เสียกระมัง เขาจึงกระเสือกกระสนดิ้นตกลงน้ำอีกครั้ง ในขณะที่กำลังชุลมุนวุ่นวายว่ายหนีอย่างไม่คิดชีวิตนั้น

ทันใดก็เหลือบเห็นตัวหนังสือบนกระดองเต่า เขาจำได้ทันทีว่าเป็นเต่าที่คุณพ่อได้ปล่อยลงทะเลเมื่อ ๑๖ ปีก่อน เขารู้โดยสัญชาตญาณโดยทันทีว่าเจ้าเต่าตัวนี้จะมาช่วยชีวิตของเขา จากเดิมที่มีจิตใจวิตกหวาดกลัวอย่างสุดชีวิต ทันใดก็รู้สึกดีใจและขอบคุณอย่างบอกไม่ถูก เพราะเจ้าเต่าตัวนี้กำลังจะมาช่วยชีวิตของเขานั่นเอง

ชายหนุ่มกอดเจ้าเต่ายักษ์ตัวนี้แน่นไม่ยอมคลายมือ ภายในใจก็พึมพำสวดพระนามสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยปกปักคุ้มครองอยู่มิขาด ท่ามกลางคลื่นลมที่พัดโหมกระหน่ำ เต่ายักษ์พยายามตะกายขาทั้งสี่สู้ฝ่าคลื่นลมอย่างเต็มกำลังความสามารถไม่รุ้ว่าเวลาได้ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ เพราะจิตใจของชายหนุ่มเวลานี้ไม่สนใจเรื่องเวลาอีกแล้ว ในอดีต เวลาเป็นสิ่งมีค่าสำหรับเขา แต่ในยามนี้ ยังจะมีสิ่งใดที่ที่มีค่ายิ่งกว่าชีวิตอีกหรือ เจ้าเต่ายักษ์แหวกว่ายพายฝ่าคลื่นจนถึงฝั่ง ยังไม่ทันให้เต่าเข้าถึงฝั่ง ชายหนุ่มรีบกระโดดลงจากกระดองและวิ่งขึ้นฝั่งในทันที เมื่อถึงฝั่งแล้ว เขาไม่ลืมที่จะหันหลังมาขอบคุณเจ้าเต่ายักษ์ผู้มีพระคุณ ชายหนุ่มพนมมือค้อมไหว้ เขามิรู้ว่าเจ้าเต่าจะรู้ความหมายหรือไม่ รู้แต่เพียงได้ยินเจ้าเต่ายักษ์ส่งเสียงพร้อมผงกหัวตอบรับ เหมือนกับว่ามันก็ยินดีกับชายหนุ่มผู้เป็นบุตรชายของผู้มีพระคุณปานนั้น หลังแสดงความรู้สึกต่อกันเสร็จ เจ้าเต่าก็ดำผุดดำว่ายหายจากไปครั้นผู้คนในหมู่บ้านได้ทราบข่าว ต่างก็พากันมายินดีที่บ้านของคุณหลินผู้ใจบุญอยู่มิขาด เหตุการณ์เรืออับปางในครั้งนั้น หลังจากได้สอบถามดูแล้วก็พบว่า ผู้รอดชีวิตสิบกว่าคน ต่างก็เป็นคนที่มีใจกตัญญูและมีคุณธรรมกันทั้งสิ้น จึงเห็นได้ว่า หากเราทำดี ฟ้าย่อมคอยหนุนนำช่วยเหลือไม่เคยห่าง หลังเหตุการณ์เต่าทะเลช่วยชีวิตขายหนุ่มแพร่สะพัดออกไป ชาวบ้านต่างรู้สึกซาบซึ้งใจต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้ยิ่งนัก

เดิมทีมีหมดดูทำนายดวงของคุณหลินว่าจะมีอายุขัยไม่เกิน ๗๐ ปี แต่ปรากฏว่าคุณหลินกลับมีอายุยืนยาวถึง ๘๘ ปีโดยไม่มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วยอีกต่างหาก

ขณะเดียวกับที่ผู้คนต่างรู้สึกแปลกใจมิคลายว่า ในท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ เหตุใดเจ้าเต่าทะเลตัวนี้จึงรู้ว่า...มีเรืออับปาง และเหตุใดเรื่องราวผ่านไปนานถึง ๑๖ ปี เจ้าเต่าทะเลที่ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์เดรัจฉาน จึงสามารถจดจำรู้ว่าคนใดเป็นลูกชายของผู้มีพระคุณ ที่สำคัญคือเขาทั้งสองไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนด้วยซ้ำ และเหตุใดเจ้าเต่ายักษ์จึงสามารถหาตัวเขาพบ ทั้งยังใช้ความพยายามส่งเขาขึ้นฝั่งจนสำเร็จ สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนาที่ไม่มีวันรู้คำตอบ แต่สิ่งที่แน่นอนอย่างที่สุดก็คือ...

ทำดีย่อมได้ดี ผู้ทำดีมีคุณธรรม ฟ้าย่อมจะปกปักและคุ้มครอง แล้วคุณล่ะ !! เห็นด้วยไหม ???

ถ้าเห็นด้วย กรุณาส่งต่อบทความนี้ เพื่อให้เป็นดั่งแสงเทียนที่จะจุดสว่างดวงใจของผู้คนให้เปล่งประกายขึ้นอีกพันล้านดวง ขอขอบคุณ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครั้งหนึ่งในชีวิต



ความเห็น (0)