นพ.บรรพต นาครำไพ คือแพทย์ที่ผู้เขียนต้องขออนุญาตนำชื่อมาบันทึกไว้เพื่อเป็นเกียรติ เพื่อเป็นการขอบคุณ ที่เป็นแพทย์คนแรกของรพ.เอกชนแห่งนี้ที่ทำการวินิจฉัยโดยการเจาะเลือด เพิ่มจากการวัดความดัน การตรวจคลื่นหัวใจ อย่างที่ผ่านมา

หมอจำผู้เขียนได้จากการที่มารพ.บ่อยๆ ผลของเลือดในสัปดาห์ต่อมาได้รับทั้งข่าวดีและข่าวร้าย ข่าวดีคือ ไม่เป็นไธรอยด์ ไม่มีเชื้อHIV แต่หมอสงสัยว่าทำไมถึงตับอักเสบ หมอให้ผู้เขียนเจาะเลือดเพิ่มอีกรอบเพื่อดูว่าทำไมตับถึงอักเสบ

ชั่วโมงกว่าๆผลเลือดออกมา หมอเรียกเข้าพบอีกครั้ง พร้อมบอกข่าวร้ายคือ ตับผู้เขียนติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี และหมอก็โอนประวัติในการนัดพบแพทย์ครั้งต่อไปกับแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งนัดเจาะเลือดทุกเดือน

"โชคดีนะที่รู้สาเหตุเสียที แต่ก็โชคร้ายที่เป็นไวรัสตับอักเสบซี..."หมอพูด

แต่ในการนัดแต่ละเดือนไม่มีความก้าวหน้าในการรักษา ยังไม่ได้ใช้ยาในการรักษาที่แท้จริง...

ทำไมผู้เขียนถึงรู้ว่าหมอไม่ได้ทำการรักษาด้วยยา ก็ต้องขอขอบคุณGoogle ที่เป็นแหล่งให้ความรู้นอกเหนือจากที่เราเทียวไปให้หมอเจาะเลือดทุกๆเดือน ทำให้รู้ว่าคนที่เป็นโรคนี้มีคนดังหลายคน อาทิดาราหญิงอาวุโส 2 ท่าน คือ คุณตั๊ก มยุรา ธนบุตร คุณปิยะมาศ โมนยะกุล ในเน็ตบอกทั้ง 2 ท่านต้องต่อสู้กับโรคร้ายทั้งด้านการรักษาที่ต้องสู้กับผลข้างเคียงทั้งต้องสูญเงินร่วมครึ่งล้าน

พอรู้ว่าต้องใช้เงินจำนวนมากขนาดนั้นผู้เขียนเองเกิดความท้อแท้ขึ้นมาทันทีเพราะไม่รู้จะไปหาเงินมาจากไหน ประกันสังคมก็เบิกไม่ได้ ลูกก็กำลังเรียนอยู่ บ้านก็เพิ่งจะเริ่มผ่อนธนาคารและหากไม่รักษาก็มีอย่างเดียวคือรอความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาช้า

ถ้าตาย ลูกเมียจะอยู่อย่างไร คงต้องลำบากมาก คิดแล้วทำให้ใจหนึ่งฮึดสู้ขึ้นมาว่า เราจะปล่อยให้ตัวเองตายไม่ได้ และเราจะเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวไม่ได้ เราจะเก็บเรื่องนี้ไว้เพียงครอบครัวเราเองก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน

อันดับแรกบอกคนในครอบครัวให้รับรู้ เพื่อเป็นที่ปรึกษาหารือ และให้กำลังใจเพื่อะต่อสุ้ต่อไป

อันดับต่อไปบอกหัวหน้างาน เพื่อที่จะให้เขารู้ว่าเราจะทุ่มเทงานหนักอย่างเดิมไม่ได้แล้วนะ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้านายระดับสูงขึ้นไปจะเข้าใจเช่นกัน

อันดับต่อไปอีกก็บอกเพื่อนๆร่วมงานที่ใกล้ชิดให้รับรู้เช่นกัน เพราะเราทำงานร่วมกับพวกเขาเต็มที่ไม่ได้ พวกเขาคงจะเข้าใจว่าเราไม่เอาเปรียบพวกเขาหากจะเลิกงานเร็ว

ที่สำคัญที่สุด...

บอกตัวเองว่า เราจะต้องสู้กับโรคร้ายนี้ให้ถึงที่สุด

...................

7 พฤษภาคม 2558

พ.แจ่มจำรัส