กลวิธีนี้ใช้เมื่อผู้พูดให้ความสำคัญกับจังหวะการออกเสียง (rhythm, intonation, pronunciation) และความชัดเจนในการพูด (speech clarity) หรือผู้พูดพยายามพูดในจังหวะและน้ำเสียงที่เหมาะสม เสียงดังพอดี พยายามระวังสำเนียงและการออกเสียงและให้การสนทนาต่อเนื่องลื่นไหลดูคล่องแคล่ว เพื่อเรียกความสนใจของผู้ฟัง
ตัวอย่างประโยคการสนทนา
Nipol: Hello, you must be Linda. Nice to meet you.
Linda: Hi, Nipol. Nice to meet you. too
Nipol: Yeah, come in
นิพล ฮัลโล คุณต้องเป็นลินดาแน่ๆ ยินดีที่ได้พบครับ
ลินดา ไฮ นิพล ยินดีที่ได้พบคุณด้วยเหมือนกัน
นิพล เย้ เข้ามาสิ
-----------------------------------------------------------------------
Prayut: Excuse me. I'm looking for the post office.
Kristie: Well, walk along this road till you see Family Mart. Walk a little bit further and you'll see red building on your right. The post office is opposite red building.
Prayut: Thank you so much.
Kristie: My pleasure.
ประยุทธ์: ขอโทษครับ ผมกำลังมองหาที่ทำการไปรษณีย์
คริสตี้: เอ่อ...คุณเดินตามถนนเส้นนี้ไปจนกระทั่งถึงร้านแฟมิลี่มาร์ท เดินต่อไปอีกหน่อยก็จะเห็นตึกสี แดงอยู่ทางขวามือ ที่ทำการไปรษณีย์อยู่ตรงกันข้ามกับตึกสีแดง ค่ะ
ประยุทธ์: ขอบคุณมาก ครับ
คริสตี้: ด้วยความยินดี ค่ะ
-----------------------------------------------------------------------
ตัวอย่างประโยคการสนทนาข้างต้นระหว่างนิพลกับลินดา นิพลพูดว่า Hello, you must be Linda. Nice to meet you. ขีดเส้นใต้ตรงคำว่า Hello หากผู้พูดพูดด้วยน้ำเสียงที่มีจังหวะการออกเสียงถูกต้อง ก็จะบอกถึงความเป็นกันเองเป็นภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการมากนัก และทำให้คู่สนทนาพูดคุยต่อไปได้อย่างเป็นมิตร หรือในประโยคที่สอง Excuse me ประยุทธ์พูดเน้นเสียง (stress) ให้ถูกต้องก็จะทำให้คู่สนทนาหันมาสนใจและสนทนาด้วย คำว่า Excuse me เป็นคำศัพท์ที่ผู้พูดใช้เพื่อเรียกให้คู่สนทนาหันมาสนใจ (call for attention) หรือใช้เพื่อร้องขอให้พูดซ้ำอีกครั้ง (request to repeat information) ดังนั้นผู้พูดเน้นเสียงหนักถูกพยางค์ก็จะทำให้ผู้ฟังหันมาสนทนาด้วย
