ทางที่เลือก

กมล
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

"โตขึ้นหนูจะเป็นอะไร" เป็นคำถามที่ฮิตที่สุดที่ผู้ใหญ่ชอบถามเด็ก ๆ

ฉันเป็นหนึ่งคนที่มักถูกผู้ใหญ่ถามคำถามเเบบนี้และคำตอบของฉันในทุกๆครั้งฉัน คือ อยากเป็นครู

เส้นทางของฉันก่อนที่จะมาเป็นนักศึกษาโครงการผลิตและพัฒนาครูสู่ความเป็นเลิศ

กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ฉันต้องผิดหวังกับสิ่งที่ฉันเลือก ทำไมชีวิตคนเราไม่เป็นอย่างที่คาดหวังไว้สักอย่าง หรืออาจเป็นเพราะเรามีโชคชะตาบางอย่างที่ทำให้ฉันต้องมาเรียนในสาขาที่ฉันไม่คิดที่อยากเรียนมาก่อนนั่นคือสาขาการประถมศึกษา แต่สิ่งที่ฉันปรารถนาอยากเรียนฃนั่นคือ สาขาสังคมศึกษา ซึ่งเป็นสาขาในฝันแต่แล้วความฝันของฉันไม่เป็นอย่างที่คิด วันหนึ่งฉันได้ถูกชักนำหรืออาจเป็นการเห็นใจกันก็ไม่รู้ที่ครูสมัยมัธยมได้แนะนำให้ฉันมาสอบในโครงการนี้ ฉันจึงตัดสินใจสมัครสอบ เพราะตอนนั้นฉันคิดอย่างเดียวคือ เพื่อนของฉันมีที่เรียนกันหมดแล้วแต่ฉันยังเคว้งคว้างอยู่ พอถึงวันสอบ ด้วยความที่อยากสอบติดเลยตั้งใจอ่านหนังสือมาเต็มที่เพราะที่นี่คือความหวังอันสุดท้ายของนักเรียนม.ปลายอย่างฉันที่มีความฝันอยากเรียนครู เพรารู้ดีว่าถ้าสมัครแอดมิชชั่นไปก็คงไม่ได้สาขาที่ตนเองอยากเรียน ระหว่างการนั่งทำข้อสอบก็คิดว่าต้องทำออกมาให้ดีที่สุดถึงแม้ว่าผลจะออกมายังไงก็ช่าง...แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทำมันอย่างสุดความสามารถของเรา และแล้วฉันก็ทำมันสำเร็จไปครึ่งหนึ่งคือในเย็นวันเดียวกันนั้นทางคณะครุศาสตร์ประกาศผลผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ในวันพรุ่งนี้ พอถึงวันสอบสัมภาษณ์ฉันตื่นเต้นที่สุดเพราะไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะได้ไปนั่งในห้องสี่เหลี่มแล้วมีกรรมการ 3 คนที่คอยถามคำถามเรา สิ่งที่ทำให้ฉันจำได้สำหรับหนึ่งในคำถามที่กรรมการท่านหนึ่งถามฉันว่า ให้เล่าเรื่องราวความประทับใจของท่านกับครูของท่าน จะรอช้าอยู่อย่างใดฉันก็เล่าเรื่องราวความประทับใจที่ฉันมีต่อครูในสมัยมัธยมให้กรรมการสอบฟังและคำพูดสุดท้ายที่ฉันบอก คณะกรรมการว่า ฉันจะเป็นเหมือนครูของฉันให้ได้ จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดและดูแลลูกศิษย์ให้ดีที่สุด อีกประมาณ 2 อาทิตย์กว่าๆก็มีการประกาศผลการเข้าศึกษาต่อ ฉันก็ตื่นเต้นมากๆกับผลสอบในครั้งนี้เพราะนี้อาจเป็นความหวังอันสุดท้ายของการเรียนครูของฉัน พอเปิดดูรายชื่อของผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาต่อและแล้วมันก็มีชื่อของ นางสาว กมลวรรณ ไทยเก่ง ปรากฎอยู่ด้วย ในวินาทีนั้นฉันดีใจมากๆที่ตนเองมีที่เรียนแล้ว แม้ว่ามันอาจไม่ใช่สาขาวิชาที่เราอยากเรียนก็ตาม วันที่ 24 เมษายน 2555 เป็นวันประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดของการเป็นนักศึกษาโครงการผลิตและพัฒนาครูสู่ความเป็นเลิศ และเป็นวันที่ต้องมาดูสถานที่ที่จะต้องมาใช้ชีวิตและเรียนบนพื้นที่อันกว้างใหญ่เรียกว่า "มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาเขตสะลวง-ขี้เหล็ก "

พอเห็นสถานที่ที่เราต้องมาใช้ชีวิตและเรียนอยู่ในนี้ก็เกือบทำให้ฉันถอดใจว่าจะไม่เอา แต่แล้วฉันก็ได้ยินคำพูดหนึ่งที่ผู้หญิงสองคนที่ฉันเคารพรักพูดคุยกันว่า "มาถึงขั้นนี้แล้วจะยอมถอดใจง่ายๆหรอ อย่าให้ความยากลำบากมาเป็นอุปสรคต่อความฝันของเรา"เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำของผู้หญิงสองคนนี้ทำให้ฉันมีแรงที่จะมาใช้ชีวิตไกลบ้านและตั้งใจเรียน ทำความฝันของตนเองให้เป็นจริง

แล้วเวลาก็ผ่านไป...ทำให้ฉันเปลี่ยนความคิดไปชั่วขณะว่าการเลือกเดินทางสายครูนี่มันจะใช่ตัวตนที่แท้จริงของฉันหรือเปล่า เพราะการเรียนครูนั้นมันไม่ได้เรียนกันง่ายๆอย่างหลายๆคนเคยพูดไว้มันต้องผ่านกระบวนการร้อยแปดพันอย่างที่ได้ให้เราเรียนและทำ มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกท้อแท้ในการเรียน คือ ความคาดหวังของครูที่มาสอน เพราะครูแต่ละคนมักจะตั้งความหวังไว้สูง ซึ่งตัวฉันเป็นคนที่เรียนไม่เก่ง เป็นคนที่เข้าใจอะไรยาก พอถูกแรงกดดันแบบนี้แล้วจึงทำให้ฉันรู้สึกท้อแท้และคิดอยู่คนเดียวว่านี้มันใช่ตัวตนของฉันจริงหรือเปล่าฉันยังพอมีคุณสมบัติของความเป็นครูอยู่หรือเปล่า

มีคนๆหนึ่งเคยบอกฉันว่าการที่เราเลือกทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปแล้วเราควรใช้"ใจ" เป็นตัวนำทาง ในเมื่อเราเลือกเดินทางสายนี้แล้วเราก็ควรเดินมันให้ไปสุดเส้นทางของมันในทุกครั้งที่เลือกอย่าลืมที่จะตั้งเป้าหมายของตัวเองก่อนการเดินทาง

เพื่อนร่วมความฝัน 41 คนต่างที่มาต่างความฝัน

อาจเป็นเพราะโชคชะตาหรือเปล่าที่นำพาพวกเราได้มาเจอกัน มาใช้ชีวิตร่วมกัน มาร่วมแบ่งปันสุขทุกข์ของกันและกัน

เส้นทางนี้อาจเป็นความฝันของคนหลายๆคน หรืออาจเป็นความฝันของคนในครอบครัวที่อยากให้เรามาสานต่อความฝันให้กับพวกเขา

แต่จุดหมายปลายทางของพวกเราอยู่ที่เดียวกัน นั่นคือ อาชีพครู

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกครูเป็นเลิศ...กมลวรรณ ไทยเก่ง



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ตามมาให้กำลังใจ

อย่าท้อถอยนะครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ ขจิต ฝอยทอง