เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ผ่านค่ายอาสาพัฒนาที่มีมนต์เสน่ห์ในมิติของการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างนิสิตกับชุมชน กล่าวคือในทุกๆ กิจกรรม โดยเฉพาะที่ว่าด้วยการ "สร้าง" นั้นจะมีแกนนำชุมชน ผู้ซึ่งเป็นเสมือนปราชญ์ชาวบ้านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับกิจกรรมอย่างสนิทแน่น สะท้อนถึงการเป็นส่วนร่วมและการเรียนรู้แบบไม่มีชนชั้นระหว่าง "นิสิตกับชาวบ้าน" เสมือน "พ่อสอนลูก" ช่วยให้นิสิตได้เรียนรู้กระบวนการเชิงทักษะที่รองรับความรู้ภาคทฤษฎีที่นิสิตนำไปถ่ายทอดได้อย่างลงตัว

คณะเทคโนโลยี ประกาศอัตลักษณ์นิสิตในสังกัดคณะว่า "ผู้มีปัญญาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน" ในบรรดาโครงการอันหลากหลายที่ขับเคลื่อนโดยผู้บริหารคณะ หรือกระทั่งนิสิตในคณะ โครงการ "เทคโนยิ่งใหญ่ปันน้ำใจให้น้องคล้องสายสัมพันธ์" ดูเหมือนจะเป็นอีกหนึ่งระบบและกลไกของการเสริมสร้างและพัฒนานิสิตสู่ความเป็นอัตลักษณ์ข้างต้น



โครงการดังกล่าว จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๓–๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ โรงเรียนบ้านเหล่า ต.โคกพระ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญๆ คือ

  • (๑) เพื่อส่งเสริมให้นิสิตมีจิตอาสาและบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมและชุมชน
  • (๒) เพื่อปลูกฝังค่านิยมอันดีงามให้แก่นิสิตและมีความรับผิดชอบต่อสังคม
  • (๓) เพื่อส่งเสริมให้นิสิตได้ถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการแก่นักเรียน
  • (๔) เพื่อให้นิสิตได้ตระนักถึงความมีน้ำใจ การให้โดยไม่หวังผลตอบแทน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่โรงเรียนและเด็กนักเรียนที่ขาดโอกาสทั้งในด้านการศึกษาและการทำกิจกรรมต่างๆ

มองผ่านระบบและกลไกการพัฒนานิสิตผ่านกิจกรรมนอกชั้นเรียนโดยใช้โครงการดังกล่าวเป็นกรณีศึกษา พบประเด็นสำคัญๆ ดังนี้

๑.เป็นค่ายอาสาบนความเป็นหนึ่งเดียว : เป็นการบูรณาการทุกหลักสูตรในคณะไปสู่การบริการชุมชน โดยให้แต่ละหลักสูตร (แต่ละวิชาชีพ) นำความรู้ไปถ่ายทอดและสร้างประโยชน์ต่อชุมชน ได้แก่ เทคโนโลยีการอาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีการเกษตร สัตวศาสตร์ ประมง



๒.เป็นค่ายอาสาแบบสอนและสร้าง : ขับเคลื่อนบนฐานคิดของการ "สอน" (ถ่ายทอดความรู้) ที่เกี่ยวกับวิชาชีพในสังกัดคณะเทคโนโลยี โดยมอบหมายให้นิสิตแต่ละหลักสูตรได้บรรยายความรู้แก่นักเรียนหลักสูตรละ ๒๐ นาที เป็นการวางพื้นฐานเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริง หรือเชิงปฏิบัติการในลำดับถัดไป นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมในลักษณะของการ "สร้าง" แหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชน/โรงเรียนบนฐานวิชาชีพของแต่ละหลักสูตร เช่น กระชังเลี้ยงปลา ซุ้มไม้เลื้อย จักรยานสูบน้ำเพื่อสุขภาพ



๓.เป็นค่ายเรียนรู้คู่บริการผสานพลังชุมชน : เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ผ่านค่ายอาสาพัฒนาที่มีมนต์เสน่ห์ในมิติของการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างนิสิตกับชุมชน กล่าวคือในทุกๆ กิจกรรม โดยเฉพาะที่ว่าด้วยการ "สร้าง" นั้นจะมีแกนนำชุมชน ผู้ซึ่งเป็นเสมือนปราชญ์ชาวบ้านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับกิจกรรมอย่างสนิทแน่น สะท้อนถึงการเป็นส่วนร่วมและการเรียนรู้แบบไม่มีชนชั้นระหว่าง "นิสิตกับชาวบ้าน" เสมือน "พ่อสอนลูก" ช่วยให้นิสิตได้เรียนรู้กระบวนการเชิงทักษะที่รองรับความรู้ภาคทฤษฎีที่นิสิตนำไปถ่ายทอดได้อย่างลงตัว



๔.บูรณาการกิจกรรมหลากระบบและกลไก : แทบจะเรียกได้ว่ากิจกรรมค่ายครั้งนี้ครอบคลุมระบบและกลไกทั้ง ๕ ด้านของการพัฒนานิสิตอย่างไม่ผิดเพี้ยน เช่น

  • ด้านนิสิตสัมพันธ์และวิชาการ-ด้านกีฬาและนันทนาการ ผ่านกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ กิจกรรมกีฬา
  • ด้านบำเพ็ญประโยชน์และสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมฐานการเรียนรู้ที่เป็นซุ้มไม้เลื้อย กระชังเลี้ยงปลา จักรยานสูบน้ำเพื่อสุขภาพ
  • ด้านศิลปวัฒนธรรม ผ่านการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับการสร้างฐานการเรียนรู้ การกินอยู่ของชาวบ้านและนักเรียน และวิถีชีวิตปราชญ์ชาวบ้าน
  • ด้านคุณธรรมจริยธรรม ผ่านความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ความมีจิตอาสา การแบ่งปันความรักต่อผู้อื่น หรือกระทั่งกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมของชาวค่ายคือการทำอาหารกลางวันเลี้ยงนักเรียน รวมถึงการบ่มเพาะสภาวะของการเป็นเยาวชนจิตอาสา ทั้งในตัวนิสิต และนักเรียน



อย่างไรก็ดี ถึงแม้ค่ายอาสาในชื่อโครงการ "เทคโนยิ่งใหญ่ปันน้ำใจให้น้องคล้องสายสัมพันธ์" จะยังไม่ครบกระบวนการเรียนรู้ในมิติ "บวร" (บ้าน-วัด-โรงเรียน) แต่นั่นก็ไม่ถึงว่าเป็นความล้มเหลว เพราะในองค์รวมสามารถขับเคลื่อนการเรียนรู้ตอบโจทย์ต่อความเป็นอัตลักษณ์ของนิสิตภายใต้คณะได้อย่างชัดแจ้ง

กอปรกับชุมชน/โรงเรียน ก็ได้มีส่วนร่วมในการคิด ตัดสินใจและลงมือทำร่วมกับนิสิต ซึ่งผลผลิตปรากฏเป็นรูปธรรม สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้และใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในระดับชุมชน (หมู่บ้าน) และโรงเรียน (ครู นักเรียน) และนั่นยังอาจหมายถึงการเป็นแหล่งผลิตอาหารกลางวันเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนได้ด้วยเช่นกัน

และทั้งปวงนั้นโครงการดังกล่าว ก็ตอบโจทย์อัตลักษณ์ความเป็นนิสิต (ผู้มีปัญญาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน) ได้อย่างโดดเด่น มิหนำซ้ำยังเป็นค่ายอาสาพัฒนาบนฐานวิชาชีพ และพร้อมที่จะยกระดับขึ้นสู่ค่ายอาสาพัฒนาในมิติการบริการวิชาการแก่สังคมได้อย่างไม่ยากเย็น



ภาพ : คณะเทคโนโลยี