หนังสือที่นักการศึกษาต้องอ่าน " โอกาสของทุกคนบนโลก"

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

วันที่ ๒๓ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ รศ.ไพโรจน์ ประกาศบนเวทีบรรยายของมูลนิธิรากแก้ว ว่า "... ไม่น่าเชื่อว่า ประสบการณ์การทำงานด้านการศึกษาของผม จะถูกสรุปไว้แล้วทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้...." ท่านบอกว่านักการศึกษาทุกคนต้องอ่านเล่มนี้ ... วันถัดมา ผมไปหาซื้อมาอ่านทันที ดีอย่างทีท่านว่าครับ "เปิดกะโหลก!!!" จึงต้องรีบมาบอกแก่ครูและผู้อ่านว่า "ท่านจำเป็นต้อง บอกลูกหลานให้ได้รับโอกาสจาก Khan Academy ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ...

นี่นับเป็น "โอกาสของทุกคนบนโลก" ไม่ว่าจะรวยหรือจน สูงหรือต่ำ ดำหรือขาว "เรียนเก่ง" หรือ "เรียนไม่เก่ง" ฯลฯ เป็นโอกาสของทุกคนที่จะได้เรียนรู้โดยมี "ตนเองเป็นศูนย์กลาง" เรียนรู้ด้วยความเร็วที่เหมาะสมกับตนเอง ซึ่งสามารถ "หยุด ไปต่อ กรอกลับ นับหนึ่งใหม่" ทำให้สามารถก้าวไปบน "บันไดที่เหมาะสมกับตน" ที่สำคัญคือเปลี่ยนจากที่ต้อง "อดทน บ่นเบื่อ" จากการฟังบรรยาย มาเป็น "เรียนอย่างสนุก มีความสุขที่ได้เรียน" .... ที่ผมว่ามา ไม่ไกลเกินจริงเลยครับ หากท่านอ่านหนังสือเล่มนี้จนจบและเข้าใจ "แนวคิด" ของ "ซาลมาน คาน" ผู้เขียน และผู้ก่อตั้งคานอะคาเดมี่ที่ถือเป็น "ครูเว็บไซต์" (ผมตั้งชื่อเอง) ที่มีคนใช้มากที่สุดในโลกตอนนี้ แปลโดยคุณอำนวย พลสุขเจริญ ซึ่งต้องฝากอนาคต คานอะคาเดมี่ภาคภาษาไทยไว้กับท่านด้วย....(ถ้าผมเก่งเหมือนท่าน ผมก็จะทำเหมือนท่านเช่นกัน อนุโมทนาบุญด้วยครับ)

ท่านสามารถอ่าน เนื้อหาพอสังเขป และคำนิยม ได้ ที่นี่ ผมอยากแสดงความรู้สึกและตีความถึงสิ่งที่ผุดขึ้นทั้ง "ในหัว" และ "ในใจ" ดังนี้ครับ

  • ผมตีความว่า "จิตใจ" ที่กว้างใหญ่ไพศาลของ ซาลมาน คาน น่าจะมาจากพื้นฐานชีวิตที่เคยยากลำบากของเขา เขาเขียนในหน้าที่ ๒๑๑ ว่า "ผมยอมรับว่า...ความคิดนี้อาจเกิดขึ้นเพราะว่าส่วนหนึ่งผมเป็นเด็กที่เกิดจากพ่อแม่ผู้อบพยพ และได้เห็นสถานที่เช่น บังกลาเทศ อินเดีย และปากีสถาน..."
  • ระบบการศึกษาที่เราเรียนอยู่ในปัจจุบัน ที่แบ่งชั้นเรียนเป็นระดับชั้น แบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนๆ และนำไปสอนกับนักเรียนที่ถูกแบ่งไว้ตามช่วงอายุ ฯลฯ นั้น เกิดมาจากชาว "ปรัสเซีย" ซึ่งมีไว้เพื่อทำให้ผู้เรียนเชื่อฟังและอยู่ใต้อำนาจ (อ่านหน้า ๘๕)
  • การศึกษาระบบปรัสเซียนี้ เกิดขึ้นในสมัยที่คนไม่รู้จักคอมพิวเตอร์ ไม่รู้จักอินเตอร์เน็ต ปัจจุบันคนใช้สองสิ่งนี้ในชีวิตประจำวันแล้ว แต่ทำไมยังใช้การศึกษาระบบเดิมที่ล้าสมัยไปแล้ว....
  • ผมชอบมากที่ ซาลมาน คาน ยกตัวอย่างภาวะการ "ตกร่อง" หรือ "ติดกรอบ" (สำนวนผมเอง) ของคนในปัจจุบัน ที่ยังคงยึดมั่นในระบบการศึกษาแบบ "ปรัสเซียน" จนกลายเป็นขนบ ธรรมเนียม วัฒนธรรม เช่น การทานอาหาร ๓ มื้อ เช้า กลางวัน เย็น ทั้งๆ ที่ทุกวันนี้เราใช้แรงงานน้อยกว่าคนสมัยก่อนมาก และมีผลงานวิจัยชี้แนะว่า การอดอาหารดีต่อสุขภาพด้วยซ้ำ
  • สิ่งที่ คานอะคาเดมี่ทำ ไม่ใช่เพียงการอัดคลิปวีดีโอการสอนบนกระดานดำอิเล็กทรอนิคส์ให้คนเข้าไป "คลิกดู" แต่ระบบยังเหมือนเป็น "ครูเว็บไซต์" ที่ทำได้อย่างน้อย ๓ อย่างคือ ๑) สรรหา/จัดหาบทเรียนที่เหมาะสมสำหรับผู้เรียน ๒)สร้างแบบฝึก/โจทย์ปัญหา เพื่อให้ผู้เรียนได้ทดสอบตนเองจนมั่นใจ (ต้องทำถูกติดต่อกัน ๑๐ ข้อ) ก่อนจะไปหัวข้อต่อไป ๓) มีระบบให้ผู้เรียนได้สะท้อนผลการเรียนรู้ และเป็นครูฝึกหรือโค๊ชนำบทเรียนและโจทย์ที่เหมาะสมมาให้ตามข้อแรก
  • ผมตีความว่า สิ่งที่ทำให้ คานอะคาเดมี่ ได้รับการยอมรับว่าเป็น "ครูเว็บไซต์" ที่ดีที่สุดคือ เหตุผลเดียวกับที่กูเกิลเป็นหนึ่งในวงการ คือ ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ เพราะมีโครงข่ายแผนที่ความรู้ ครอบคลุมทุกด้าน
  • คาน ต้องลำบากมากในปีแรกๆ โดยเฉพาะช่วง ๑ ปีที่ลาออกจากงาน แม่บ้านก็มีลูกชาย ใช้เงินเก็บประทังครอบครัว การวิ่งหาทุนจากมูลนิธิฯ เพื่อมาทำสิ่งดีให้ฟรีๆ ไม่ได้ผล โชคดีที่มีคนดีชื่อ แอนน์ ดอร์ ซึ่งบริจาคให้เขาทางไปรษณีย์ ๑๐,๐๐๐ ดอลลาร์ และส่งตามมาอีกหลังจากเจอกันอีก ๑๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์ คนรวยดีแบบนี้บ้างก็ดี... ไม่นานต่อมา บิลล์ เกตส์ สนับสนุนเขาอีก ๑.๕ ล้าน และ ๔ ล้านในเวลาต่อมา ตามด้วยกูเกิลอีก ๒ ล้าน....
  • ผมจะใช้ผลิตภัณฑ์ของ microsoft ต่อไปครับ ผมว่าน่าจะเป็นสัญลักษณ์ของ "ความดี" ได้ ไม่ใช่เฉพาะ "ความเก่ง".....

ท่านล่ะครับ อ่านแล้วเห็นอย่างไร มาแชร์กัน ..


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน LLEN มหาสารคาม



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เล่มนี้อยู่ในมือแล้วครับ ;)...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ อาจารย์ที่แนะนำ จะไปหามาอ่านค่ะ