กลยุทธ์การสั่งงาน : หาไมโครโฟนเสียงเพราะ

ถวิล
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

----------------------------------------

ถวิลอรัญเวศ

รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4
ผมเองสมัยไปเรียนวิชาบริหารการศึกษาสาขาวิชาประกาศนียบัตรบัณฑิตการบริหารการศึกษาได้รับคำบอกเล่าจากการที่อาจารย์ให้เล่าประสบการณ์การบริหารที่ประทับใจให้เพื่อน ๆฟังมีโรงเรียนแห่งหนึ่งหลังจากทำกิจกรรมเคารพธงชาติหน้าเสาธงแล้วก็จะมีการอบรมผ่านไมโครโฟนเป็นประจำทุกเช้าแต่บางครั้งครูอาจจะไม่รู้ตัวว่าเราพูดอะไรคนในระแวกนั้นเขาจะได้ยินไหม

“นี่...ท่าน ผอ. ที่โรงเรียนเล่นกันขนาดนี้เชียวเหรอ"

ท่านผู้กำกับสะกิดผมให้หันหน้าออกจากวงสนทนาชั่วครู่และกระซิบถาม

“เรื่องอะไรครับท่าน"

ผมรู้สึกตกใจและกังวลใจในคำถามของท่านผู้กำกับ

“ก็เรื่องหน้าเสาธงเมื่อเช้าไงครับ"

ท่านผู้กำกับดูจะต้องการคำตอบอย่างจริงจัง

“อ๋อ!ถ้าเรื่องนั้นก็ขออนุญาต...เอายังงี้..."
ผมสะกิดมือท่านพร้อมหันหน้าเข้าวงสนทนาตามเดิม

วงสนทนาเช้าวันนั้นประกอบด้วยท่านนายอำเภอ

ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจำอำเภอหัวหน้าสถานีอนามัยประจำอำเภอท่านผู้กำกับ

ผมและผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง

ยืนคุยกันด้วยเรื่องทั่ว ๆ ไปเพื่อรอเวลาที่จะทำกิจกรรมร่วมกันคือกิจกรรมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก

26 มิถุนายน

ซึ่งคณะครูและนักเรียนของผมกำลังเตรียมความพร้อมกันอยู่

เอาอย่างนี้นะครับผมขออนุญาต...จะได้คุยไป

พร้อมๆ กันเลยนะครับ

โดยเฉพาะท่านที่อยู่เก่า

และได้ยินมาบ่อย ๆ แล้วผมขออนุญาตชี้แจงสักเล็กน้อย..."

เรื่องอะไรครับ ผอ."ท่านนายอำเภอทักขึ้น

“เรื่องหน้าเสาธงครับ"ผมตอบเท่านี้เองเสียง

“อ๋อ" ของคนสองคนซึ่งมีสำนักงานอยู่ใกล้ ๆ

โรงเรียน

ดังขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

คืออย่างนี้ครับ...เมื่อกี้ท่านผู้กำกับกระซิบถามผมแต่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าจะได้เล่าให้ทุกท่านได้ฟังด้วย"ผมชี้แจง

เออ ๆ ดีครับดี"ท่านนายอำเภอว่าพร้อมทำมือคล้ายให้ผมพูดต่อไป

เรื่องนี้เท่าที่ผมทราบเป็นมานานแล้วหล่ะครับ"ผมเริ่มต้น

แต่ท่านผู้กำกับเพิ่งย้ายมาใหม่ท่านอาจจะตกใจ...แต่ถ้าท่านอยู่ไปสักพักท่านก็อาจจะชินไปเองแหละครับ..."

ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวร่อร่วนรับประโยคที่ผมเพิ่งพูดจบ

เอาจนชินเลยเหรอครับ"ท่านผู้กำกับท่าทางเอาจริง

เปล่าครับ...พูดเล่น...ผมเองก็กำลังหาทางอยู่ครับ..."ผมชี้แจงต่อ

คืออย่างนี้ครับ...ธรรมเนียมปฏิบัติของโรงเรียนเรื่องหนึ่งก็คือ

หลังเสร็จพิธีเคารพธงชาติและสวดมนต์ไหว้พระก็จะเป็นหน้าที่ของครูเวรประจำวันที่ต้องไปพบปะพูดคุยกับนักเรียนในเรื่องต่าง ๆ

เช่น

การตักเตือนเรื่อง

ความประพฤติการแต่งกาย

การรักษาความสะอาด

การเดินทางไป-กลับเรื่องปฏิทินโรงเรียนวันนี้จะทำอะไรพรุ่งนี้จะมีกิจกรรม
อะไรรวมไปถึงเรื่องการเล่าเรียนของนักเรียนและเรื่องอื่น
ๆ...

"ผมร่ายยาวไปเรื่อย...

ทีนี้ก็มีบางคนที่มีบุคลิกของตนเองเป็นพิเศษกว่าคนอื่น ๆ

เช่น

ชอบพูดเสียงดังกระแทกกระทั้น

ที่สำคัญคือชอบพูดแต่เรื่องที่ตนเองอยากพูดไม่สนใจว่าใครจะอยากฟังหรือไม่หรือจะกระทบความรู้สึกของใครอย่างไร

ฉันก็ไม่สนใจ

บางทีก็เอาเรื่องของนักเรียนที่ลืมคาดเข็มขัดเพียงคนเดียวมาสาธยาย(ด่า)ให้นักเรียนตั้งพันกว่าคนต้องทนฟังอยู่ด้วย"

โอ...แต่เขาใช้คำแรงมากเลยนะ ผอ."ท่านผู้กำกับแทรกขึ้น

อย่าว่าแรงมากเลยครับใช้คำว่า'หยาบมาก'น่าจะตรงกว่า"ท่าน ผอ.โรงพยาบาลซึ่งปกติเป็นคนเรียบร้อยมากสำทับ

ครับ ๆ ใช่"ผู้กำกับ รับลูกแล้ว

ผอ.คิดว่าจะทำไงครับ

"

อ๋อ...ครับ...นี่ผมก็เพิ่งมาอยู่ที่นี่ก่อนท่านไม่กี่วัน

ขอเวลาให้ผมสักระยะเถอะครับ"

ทุกคนหัวเราะ...แล้วก็ถึงเวลาเข้าสู่พิธีการ

ผมอ่านคำกล่าวรายงานท่านนายอำเภอกล่าวปราศรัยและเปิด

การรณรงค์ครูและนักเรียนเดินรณรงค์...

ต่อมา วันที่ ๑๒สิงหาคม หลังจากวันนั้นเกือบสองเดือน

ท่าน ผอ.ครับคุณครูคนนั้นย้ายไปแล้วหรือไงครับ?"

ท่านผู้กำกับถามขึ้นเมื่อเจอกันอีกครั้ง

สนามหน้า

ที่ว่าการอำเภอในพิธีวันแม่แห่งชาติปีเดียวกัน

อ๋อ...ยังอยู่ครับ"ผมตอบ

ผอ.คงห้ามเขาพูดหน้าเสาธงซิท่า"ท่านผู้กำกับยังต้องการคำตอบ

ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น...แต่ไม่ใช่ครับ...เขาก็ยังพูดอยู่..."

แต่ไม่ค่อยดุเดือดเหมือนเดิม"ท่านผู้กำกับสงสัย

ครับ...หลังจากวันนั้นผมได้ขอร้องให้ครูไปหาซื้อไมโครโฟนที่พูดไพเราะที่สุดมาไว้หน้าเสาธงจะแพงสักเท่าไหร่ผมก็ยอม...ครับ

ตอนนี้ผมได้ไมค์ที่พูดไพเราะไว้หน้าเสาธง...ก็เท่านั้นเองครับ..."

ครับ ได้ฟังการบอกเล่าจากท่าน

ผอ.โรงเรียนคนที่ว่าเคยเรียนวิชาบริหารด้วยกัน

ฟังดูน่าจะเป็นกลยุทธ์ของ

การสั่งงานก็ว่าได้

ครูท่านนั้นได้ฟังแค่นั้น ก็คงจะคิดได้ เลยไม่พูดคำหยาบหน้าเสาธงอีกต่อไปตั้งแต่นั้นมา.........

*******************



"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความทางวิชาการถวิล อรัญเวศ



ความเห็น (0)