ยุทธศาสตร์หนุนการปฏิรูปการเรียนรู้


ผมได้รับ อีเมล์ ดังนี้


เรียน ศาสตราจารย์ นายแพทย์ วิจารณ์ พานิช


ดิฉันรองศาสตราจารย์ ดร. … คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย ….. มีความชื่นชอบในผลงานของท่านเกี่ยวกับแนวคิดของการเรียนการสอนของครูในศตวรรษที่ 21 และท่านคณบดีคณะ ….. ก็มีความเห็นว่า ท่านเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ที่จะมาบรรยาย เรื่อง ครูในศตวรรษที่ 21 ให้แก่คณาจารย์คณะ ….. มหาวิทยาลัย ….. พร้อมด้วยครูโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย …… และครูในโรงเรียนที่เป็นเครือข่าย รับนักศึกษามหาวิทยาลัย …..เข้าฝึกสอน รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 100 คน ได้ฟังคำบรรยายจากท่าน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ

จึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านมาให้การบรรยายในช่วงเวลาปิดภาคเรียนในปลายเดือนเมษายน หรือต้นเดือนพฤษภาคม 2558 ให้แก่บุคลากรดังกล่าว ทั้งนี้สุดแล้วแต่ท่านจะกำหนดวันเวลาตามที่ท่านสะดวก

ขอแสดงความนับถือ

……………………………..

(รองศาสตราจารย์ ดร. ……………….)

ภาควิชา …………… คณะศึกษาศาสตร์

มหาวิทยาลัย…………….


ผมตอบดังนี้


เรียน รศ. ดร. … ที่นับถือ

โปรดอ่านบันทึกใน บล็อก นี้ https://www.gotoknow.org/posts/584563

หากทางคณะมีแผนงานปฏิรูปหลักสูตร และวิธีจัดการเรียนการสอนที่ชัดเจน และเริ่มด้วย workshop เพื่อเริ่มต้นจัดการการเปลี่ยนแปลง ผมยินดีมาพูดให้ครับ

หากต้องการปรึกษาวิธีจัด workshop (ซึ่งมีรายละเอียดต้องคำนึงถึงมาก) ผมแนะนำให้ปรึกษาคุณวรรณา เลิศวิจิตรจรัส แห่งมูลนิธิสดศรีฯ ครับ (aorwan(at)gmail.com) เธอเคยไปทำ workshop ให้หลายโรงเรียน


วิจารณ์


คำอธิบายว่าทำไมจึงตอบเช่นนี้ มีอยู่ใน บล็อก ที่อ้างถึงข้างบน ซึ่งหมายความว่า นี่คือวิธีทำงานรับใช้บ้านเมืองเรื่องการปฏิรูปการเรียนรู้ ให้ไปสู่การปฏิบัติจริงๆ ไม่ใช่แค่รู้ แต่ไม่ทำ

ผู้บริหาร มีความตั้งใจ ต้องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนรู้ สู่ 21 st Century Learning เพื่อให้ศิษย์เกิดการเรียนรู้รอบด้าน ที่เรียกว่าเกิด 21st Century Skills แล้วเชิญ "ผู้รู้" มาบรรยาย และหวังว่าจะได้ผลการดำเนินการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ ผมขอเรียนว่าวิธีคิดแบบนี้ ไม่เกิดผลครับ

การเปลี่ยนแปลงวิธีจัดการเรียนรู้ ไปเป็น Active Learning เป็นเรื่องใหญ่ ที่ต้องมี "การจัดการการเปลี่ยนแปลง" (Change Management) อย่างเป็นระบบ ผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ต้องออกมาถือธงนำ ดำเนินการ (๑) จัดกระบวนการให้เกิด "วิสัยทัศน์ร่วม" (Shared Vision) ของคนในองค์กร (๒) ทำความเข้าใจวิธีจัดการเรียนรู้แบบใหม่ ที่ไม่เน้นการถ่ายทอดความรู้สำเร็จรูป แต่เน้นให้ผู้เรียนทำกิจกรรม (Activities) ตามด้วยการใคร่ครวญไตร่ตรอง (Reflection) เพื่อให้เกิดการเรียนรู้แบบรู้จริง (Mastery Learning) พร้อมกันกับ (๓) กำหนดตัวแกนนำ ทำหน้าที่ "คุณอำนวย" จำนวนหนึ่ง ทำหน้าที่ (๔) จัดกระบวนการ SSS (Success Story Sharing) เสาะหาคนในองค์กร ที่ได้จัดการเรียนรู้แบบใหม่อยู่แล้วบางส่วน และเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้เรียน (SS – Success Story) บ้างแล้ว มาจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำ SST (Success Story Telling) เพื่อหาทางต่อยอด จากสิ่งที่มีคนริเริ่มกันอยู่แล้ว

การดำเนินการข้างต้นจะมีผล (๑) สร้างแรงบันดาลใจ (๒) ชี้ให้เห็นว่าวิธีใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก (๓) ได้ตัวผู้นำการเปลี่ยนแปลง ที่เป็นผู้นำโดยธรรมชาติ (๔) ได้แนวทางเข้าไปหนุนกิจกรรมดีๆ ตามแนวทางใหม่ ให้ขยายตัว และทำได้กว้างขวางครบถ้วนยิ่งขึ้น

นี่คือแนวทางจัดการการเปลี่ยนแปลง ที่เป็นยุทธศาสตร์เชิงบวก ที่จะเกิดผลได้อย่างแท้จริง ซึ่งก็จะต้องมีการเขียนแผนยุทธศาสตร์ และมีงบประมาณ มีหน่วยงานและหัวหน้ารับผิดชอบการขับเคลื่อน ต้องไม่ใช่แค่บอกว่าต้องการให้เปลี่ยนแปลง แล้วเชิญคนมาพูด เกณฑ์คนมาฟัง ซึ่งจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง

หากไม่มีแผนในแนวนี้ของฝ่ายบริหาร ผมก็จะไม่รับเชิญไปบรรยาย เรื่องการเรียนรู้แนวใหม่ แก่สถาบันใดๆ .... เพราะเจียมตัวว่าแก่แล้ว ทำงานแบบไร้ผลต่อไปไม่ไหว



วิจารณ์ พานิช

๒๗ ม.ค. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)