เที่ยงวันเสาร์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๘ สมเด็จพระเทพรัตน์ฯ ทรงพระราชทานเลี้ยงอาหารเที่ยง แก่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ลินคอล์น เฉิน ประธาน ไชน่า เมดิคัล บอร์ด และภรรยา
ผมได้รับเชิญจาก ศ. ลินคอล์น ให้ร่วมในคณะของท่านด้วย โดยคนไทยในคณะได้แก่ ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลา, ศ. นพ. ประสิทธิ์ วัฒนาภา (คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล), รศ. ดร. ทัศนา บุญทอง (นายกสภาการพยาบาล), และผม นอกจากนั้น มีพระสหาย ๓ ท่านร่วมโต๊ะเสวยด้วย
ศ. ลินคอล์น เฉิน ต้องการเข้าเฝ้า เพื่อกราบบังคมทูลเรื่องความเคลื่อนไหวระดับโลก และระดับประเทศไทย เพื่อปฏิรูปการศึกษาสำหรับวิชาชีพสุขภาพ ที่ผมนำมาลงบันทึกต่อเนื่องมา ๔ ปีแล้ว ที่นี่
ศ. ลินคอล์น กราบบังคมทูลว่า ในแง่ของการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาสำหรับวิชาชีพสุขภาพ อย่างเป็นระบบ ทั้งประเทศ ทุกวิชาชีพร่วมกันขับเคลื่อน โดยมีคณะกรรมาธิการ (commission) ระดับประเทศ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ มีแผนยุทธศาสตร์ ๕ ปี อย่างชัดเจน ดังเล่าไว้ ที่นี่ และมีการตั้งมูลนิธิ เพื่อการพัฒนาการศึกษาบุคลากรสุขภาพ สำหรับทำงานนี้ ศ. ลินคอล์น กราบบังคมทูลว่า ประเทศไทย น่าจะเป็นประเทศเดียวที่มีกลไกเช่นนี้ กิจกรรมของประเทศไทยจะมีคุณูปการต่อความเคลื่อนไหว สร้างการเปลี่ยนแปลงในโลก
ศ. ลินคอล์น จึงกราบบังคมทูลว่า อยากให้มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ เป็นผู้นำเรื่องนี้ ในประเทศไทย โดยภาวะผู้นำของสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ เช่นเดียวกับที่สมเด็จพระบรมราชชนก ทรงเป็นผู้นำ การปฏิรูปการศึกษาแพทย์ของประเทศไทยเมื่อเกือบร้อยปีก่อน
การสนทนาในวงอาหารเป็นเวลากว่าสองชั่วโมง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องพระราชกรณียกิจ ของสมเด็จ พระเทพรัตน์ฯ ที่ทรงดำเนินการพระราชทานทั้งภายในประเทศ และในต่างประเทศอย่างกว้างขวางมาก ทรงมีความรู้เรื่องโภชนาการ สุขภาพ และภาษา อย่างแตกฉานยิ่ง
ที่จริงตอนนี้ทูลกระหม่อมฯ ยังปวดหลัง จากการหกล้มที่เชียงใหม่ รับสั่งว่าเวลาเดินหรือนั่งไม่ปวด แต่ตอนนอนปวด สังเกตว่าทรงสวมเฝือกอ่อนที่ลำตัว
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ม.ค. ๕๘