ถอดบทเรียน กิจกรรม teaching in the university context : ครูเพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21

อ.หนึ่ง
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
  • ทำไมจึงตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว คาดหวังอะไร
  • ฉายภาพกิจกรรมในวันครึ่ง
  • เรียนรู้อะไรจากกิจกรรม
  • รู้สึกประทับใจอะไร ไม่ประทับใจอะไร
  • จะนำมาปรับใช้กับการเรียนการสอนของตนเองอย่างไร

ทำไมจึงตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว คาดหวังอะไร

ก่อนอื่นผมต้องขอบอกเล่าเหตุผลในการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรม การสอนในมหาวิทยาลัย ครูเพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21 ครั้งที่สอง ที่จัดให้กับคณาจารย์กลุ่มมนุษย์และสังคมฯ ก่อนว่า ตอนเห็นชื่อ ครูเพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21 ก็รู้สึกว่าน่าสนใจ อยากไปร่วมแลกเปลี่ยนกับคณาจารย์ที่หลากหลายสาขาวิชาถึงแม้ว่าจะมีสปีชี่ที่ใกล้เคียงกันคือเป็นมีความเป็นมนุษย์สังคมเหมือนกัน ดูแล้วน่าจะได้เรียนรู้อะไรเยอะจากวิธีการสอนของแต่ละคนซึ่งมีลีลาการสอนแตกต่างกัน คิดไว้แล้วเหมือนกันว่าแนวทางกลยุทธ์ในการจัดกิจกรรมจะออกมาในแนว ดึงความรู้และประสบการณ์ฝังลึกในตัวคน แต่ก็แปลกใจเหมือนกันว่าหมอซึ่งเป็นวิทยากรทำไมมายุ่งกับการสอน ทำไมไม่ไปรักษาคนไข้ หรือว่าเค้าเบื่อคนไข้ เลยมาสนใจมนุษย์ครูอย่างพวกเรา ความจริงกิจกรรมนี้เคยจัดไปหนึ่งครั้งแล้ว แต่เราก็ไม่สามารถไปเข้าร่วมได้ด้วยเหตุผลที่ว่าติดสอน อาจารย์บีแมน หรือมนุษย์ผึ้ง ซึ่งมาสอนนิสิตศึกษาศาสตร์เอกชีวะฯ ด้วยลีลาวิธีการสอนแนวจิตตปัญญา ดึงความเป็นครูของจากตัวนิสิตครู ก็สะกิดเตือนด้วยการบอกว่า เสาร์อาทิตย์นี้อาจารย์ไปร่วมกิจกรรมนี้ด้วยไหม ? เหมือนจะเป็นการสะกิดเตือนว่า คมเลื่อยที่ตัดต้นไม้ของเราเริ่มลดความคมลงแล้วนะ หยุดตัดต้นไม้แล้วเอาตะไบลับคมเลื่อยได้แล้ว แต่ด้วยความไม่สนใจที่จะลับคมเลื่อย ด้วยข้ออ้างที่ว่า ติดสอน ติดงานกิจกรรมนิสิต เกือบจะทำให้เราพลาดโอกาสดีๆ ที่จะได้ตะไบคมเลื่อยวิธีการสอนที่ไม่ต้องใช้สื่อเทคโนโลยีมากมาย ไม่ต้องมีสไลด์เพาเวอร์พอยต์เป็น ร้อยๆ สไลด์ ก็สามารถสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่ตั้งใจไปเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ก็คือจะดูซิว่าวิทยากรที่เป็นหมอ แต่มาสอนอาจารย์ซึ่งจะมีเทคนิคอย่างไรในการเป็นกระบวนกร จะได้ไปรู้จักคณาจารย์จากสาขาวิชาอื่นๆ สร้างเครือข่าย และอยากเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การสอน



บรรยากาศในห้องกิจกรรมครูเพื่อศิษย์

ฉายภาพกิจกรรมในวันครึ่ง

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยกองบริการวิชาการจัดกิจกรรมบริบทการสอนในมหาวิทยาลัยครูเพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21 ให้กับคณาจารย์ทั้ง สามกลุ่มวิชา กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ กลุ่มวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มมนุษย์สังคม ซึ่งครั้งนี้พิเศษตรงที่มีอาจารย์จากกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ และวิทย์เทคโนบางคนเข้าร่วมด้วย รวมประมาณ 30 ชีวิต การจัดกำหนดการจัดแบบหลวมๆ ในช่วงเช้า เนื่องจากต้องใช้เวลาเดินทาง ไปไกลจากมหาวิทยาลัย เพื่อจะให้ทุกคนปลอดจากภารกิจการงานอย่างแท้จริง นพ.ชิษณุ หมอเด็ก เริ่มแนะนำตัว และเริ่มด้วยคำถามว่าทำไมเราจึงมาอยู่ตรงนี้ ระหว่างที่ตอบได้ 2 คน อธิการบดีซึ่งให้ความสำคัญกับงานนี้ ก็ได้มาให้โอวาทกับพวกเรา หลังจากอธิการกลับ หมอชิษณุ ก็เชื่อมโยงโอวาทของอธิการฯ กับกิจกรรมโดยการโยนคำถามว่ารู้สึกอย่างไรกับโอวาทของอธิการบดี ผมแอบนึกในใจว่าจะตอบตามความจริง หรือตอบให้ดูดี ดีกว่ากัน แต่หมอชิษณุก็นำโอวาทเชื่อมโยงไปสู่กิจกรรมได้ดี


หลังจากนั้นในภาคบ่าย หมอชิษณุ ได้นำวิดีโอ ซึ่งเป็นเรื่องราวของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่พยายามยืนหยัดเพื่อก้าวข้ามผ่านทุกเรื่องร้ายด้วยสติและรอยยิ้ม เธอต้องสูญเสียสามีอันเป็นที่รัก ชีวิตต้องต่อสู้ยืนหยัดด้วยตนเอง เพื่อลูกทั้งสอง ชีวิตกำลังเริ่มดีขึ้น เธอกลับต้องเผชิญกับข่าวร้ายเมื่อรู้ว่าตนเอง เป็นโรคร้ายอย่างมะเร็ง นาฬิกาชีวิตของเธอกำลังเดินถอยหลัง แต่รอยยิ้มและกำลังใจของเธอยังคงสว่างไสว ในสารคดีเรื่อง R U Ready to die ชีวิตที่นับถอยหลัง ตามด้วยคำถามเพื่อจุดประเด็นการสนทนาที่ว่า "มองคนอื่นแล้วย้อนมองดูตน" ตามด้วยบทเพลง ชัยชนะ ที่หมอนำมาจากรายการ The voice และเพลงสุดท้าย ก่อนตามด้วยคำถามเพื่อเปิดการอภิปราย ที่สามารถเร้าอารมณ์ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ให้ย้อนมองดูตน




หลังจากอาหารเย็นซึ่งยังไม่ทันย่อยดี นาฬิกาชีวิตซึ่งบอกกันตนเองว่ามันควรเป็นเวลาพักผ่อน แต่โปรแกรมสัมมนาเวลาหนึ่งทุ่มก็ดำเนินต่อไป ด้วยคำถาม ว่า "อะไรทำให้เรามาเป็นครูอยู่ที่ มอนอ" และมอบการบ้านให้กับกลุ่มสามกลุ่มมาสาธิตการสอนพรุ่งนี้เช้า ๓ รูปแบบ คือ ๑) สอนเป็นทีมผ่านครูตู้(T.V.) ที่ไม่สามารถโต้ตอบกับผู้เรียนได้ ๒) สอนเป็นทีมบนเวทีที่โต้ตอบกันผู้เรียนได้ และ ๓)สอนที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนได้เต็มที่ ซึ่งทั้งสามทีมที่ได้รับโจทย์ก็เตรียมทำการบ้าน กับเทคนิคการสอนที่จะลดจำนวนสไลด์ประกอบการสอนลง ทำให้ผู้เรียนจำ ๓ ประโยคหลักในการสอนให้ได้ เชื่อมโยงการเรียนและเนื้อหาเข้าด้วยกัน ซึ่งกลุ่มผมนำโดยดร.สุดสรวง นำเรื่องทักษะภาษาอังกฤษในการสอนออกเสียงภาษาอังกฤษให้ถูกต้องมาสาธิต

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากผมออกไปเดินรับอากาศยามเช้าที่สุดจะเย็นยะเยือกของเขาค้อ ก่อนกิจกรรมการสาธิตการสอนของกลุ่มแรกจะเริ่มขึ้น หมอชิษณุ ก็ทำเซอร์ไพรซ์โดยการเชิญ อาจารย์เงี๊ยบซึ่งมีบุคลิกเหมือนพระเอกหนังญี่ปุ่น และอาจารย์แตสาวหล่อ ขึ้นไปสัมภาษณ์สด โดยไม่มีการเตี๋ยมกันไว้ก่อน เป็นการสัมภาษณ์ที่ผู้ดำเนินรายการยิงคำถาม จับประเด็นและพยายามเชื่อมโยงศาสตร์ทางด้านภาษาศาสตร์จากอาจารย์แดนมะกัน กับศาสตร์ด้านเศรษฐศาสตร์ตะวันออกของโกทาโร่หนุ่มแดนปลาดิบ


เซอร์ไพรซ์ด้วยการสัมภาษณ์สดอาจารย์เงี้ยบและอาจารย์แต

จากนั้นการสาธิตการสอนของกลุ่มที่หนึ่งที่สอนเศรษฐศาสตร์ผ่านทีวี โดยมีนิสิตเป็นผู้ดำเนินรายการโดยมี ด็อกเตอร์สาวสองท่านเป็นผู้ให้ความกระจ่างในเรื่องอุปสงค์และอุปทาน ตามด้วยการวิพากษ์วิจารณ์วิธีการสอนของทั้งสามคนในมุมมองของ ครูและนิสิตที่เข้าร่วมกิจกรรม


การสาธิตการสอนผ่านโทรทัศน์เรื่อง อุปสงค์และอุปทาน


กลุ่มที่สองอาจารย์ทางด้านกฏหมายสามคนจัดเวทีสนทนา โดยมีอาจารย์เงี๊ยบผู้มีลีลาซักถาม หยอกล้อกับนักกฏหมายในประเด็นเรื่อง การบุกรุกโดยไม่ได้มีเจตนา ในการเข้าไปเข้าห้องน้ำในสถานที่ทำงานของคนอื่น ผิดหรือไม่ผิด และกรณีข่าวดังอย่าง น้องหล้าเหนียวไก่ หมาคาบไป ใครผิดใครถูก และ กรณีพิพาทระหว่างรัฐกับชาวบ้านในการขุดทอง ซึ่งทำให้เราเข้าใจในเรื่องวิธีคิดของนักกฏหมายที่ต่างจากวิธีคิดแบบชาวบ้าน


อาจารย์เงี้ยบทำหน้าที่เป็นผุ้ดำเนินรายการด้านกฏหมาย


ส่วนกลุ่มสุดท้าย เป็นการหยิบยกการฝึกทักษะการออกเสียงภาษาอังกฤษถ้าออกเสียงผิดความหมายก็ผิด และประเด็นพูดภาษาอังกฤษต่องอย่ากลัวอาย โดยมีการฉายวิดีโอการ์ตูนการออกเสียงภาษาอังกฤษผิดความหมายก็จะเปลี่ยน ตามด้วยการฉายสไลด์การออกเสียงจากปาก ฟัน และลำคอที่ถูกต้อง แบ่งกลุ่มผู้สัมมนาออกเป็น 3 กลุ่ม จัดทีเอ เข้าฝึกการออกเสียง วี และดับเบิ้ลยู อย่างสนุกสนาน


อ.แต สาธิตการสอนออกเสียงภาษาอังกฤษ

หลังจากจบกิจกรรมของแต่ละกลุ่มวิทยากรจะเปิดโอกาสให้วิพากษ์วิจารณ์การสอนกันอย่างออกรสออกชาด และสรุปประเด็นในตอนท้านสุดของกิจกรรมทั้งหมดซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนาในการที่จะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รุจโรจน์ แก้วอุไร



ความเห็น (0)