Generation Y กับการบริหารจัดการ


Gen Y เติบโตในโลกไฮเทคที่ต้องมีการโต้ตอบ ถ้าเงียบแปลว่าปฏิเสธ

Generation Y กับการบริหารจัดการ

Generation Y and the New Rules of Management

พันเอก มารวย ส่งทานินทร์

maruays@yahoo.com

11 กุมภาพันธ์ 2558

บทความเรื่อง Generation Y กับการบริหารจัดการ นำมาจากหนังสือเรื่อง Generation Y and the New Rules of Management ประพันธ์โดย Mark Murphy with Andrea Burgio-Murphy

Mark Murphy เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นผู้บริหารสูงสุดของ บริษัท Leadership IQ ผลงานวิจัยของเขาได้รับการนำเสนอใน Fortune, Forbes, Business Week, U.S. News & World Report, the Washington Post, และอื่น ๆ

ผู้ที่สนใจเอกสารแบบ PowerPoint (PDF file) สามารถ Download ได้ที่ http://www.slideshare.net/maruay/generation-y-31690063

Road map to interact with and motivate the Gen Y-ers

  • หนังสือเล่มนี้ อธิบายคุณสมบัติของ Gen Y เพื่อให้เกิดความเข้าใจ มีการสื่อสาร เพื่อความสัมพันธ์ และการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน
  • เนื่องจาก Gen Y ได้จบการศึกษา และเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น

Gen Y คือใคร - มีการแบ่งบุคคลตามยุคต่าง ๆ ดังนี้ (ปี ค.ศ. อาจจะมีคลาดเคลื่อนจากนี้บ้าง แล้วแต่ผู้ประพันธ์แต่ละคน)

  • Seniors คือผู้ที่เกิดก่อนปี ค.ศ. 1944
  • Older Boomers คือผู้ที่เกิดในปี ค.ศ. 1945-1955
  • Younger Boomers คือผู้ที่เกิดในปี ค.ศ. 1956-1965
  • Gen X คือผู้ที่เกิดในปี ค.ศ. 1966-1979
  • Gen Y คือผู้ที่เกิดในปี ค.ศ. 1980-1990

Gen Y workers

  • บริษัทต่าง ๆ ควรให้ความสนใจแรงงานที่เป็น Gen Y
  • มีผู้นำและบริษัทหลายแห่งที่ใช้โอกาสนี้ ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

Generation Y demands

  • Generation Y มีความคาดหวังและแรงจูงใจในการทำงานต่างจากคนรุ่นก่อนหน้า
  • การบริหารแบบเดิม ๆ ไม่สามารถนำมาใช้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่นี้
  • บริษัทต่าง ๆ จึงหาแนวทางในการดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถสูงมาทำงานด้วย

New generation has entered the job market

  • ความท้าทายในตลาดแรงงานรุ่นใหม่ ทำให้บริษัทต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง
  • แต่สำหรับ Gen Y เป็นอะไรที่รวดเร็วและรุนแรง
  • เพราะแม้จะยังเยาว์ แต่เขาเหล่านั้นก็มีความกล้า มั่นใจตนเอง และเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทำให้ได้เปรียบ

Unlike past generations

  • Gen Y จะไม่เขินอายที่จะเรียกร้องความต้องการของเขา ถ้าถูกปฏิเสธ เขาจะถามว่าเพราะเหตุใดจึงไม่ได้
  • ไม่เหมือนคนรุ่นก่อนหน้า Gen Y พร้อมที่จะลาออกเพื่อหานายจ้างใหม่

You need to change a few rules

  • ข่าวดีคือคุณไม่ต้องเรียนภาษาใหม่เพื่อติดต่อกับ Gen Y
  • เพียงแค่ปรับกฏเกณฑ์บางข้อ ให้สมดุลระหว่างข้อเรียกร้องกับสิ่งที่ให้ได้

Gen Y are smarter

  • Gen Y โตขึ้นมาแบบพึ่งพาตนเอง
  • Gen Y ไม่ได้เรียนรู้ว่า เมื่อล้มลง ให้ลุกขึ้นมาสู้ใหม่
  • Gen Y ถามทุกสิ่ง และต้องได้เห็นหรือได้ยินคำตอบ
  • Gen Y เป็นกลุ่มคนรุ่นแรกที่มีความเด่นชัดคือ เทคโนโลยี

Gen Y's blindsides

  • จุดด้อยของ Gen Y คือขาดความละเอียดอ่อนในการทำงาน ที่เขาต้องเรียนรู้เพิ่มเติม
  • เป็นชนที่นิยมความรวดเร็ว มากกว่าความอดทน
  • ทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่เว็บเพจ จนถึงรถยนต์ที่ขับ ต้องมีลักษณะเฉพาะตน
  • เขาไม่ต้องการทางเลือก แต่เขาต้องการทั้งหมด และโดยด่วน

กฎ 6 ข้อในการบริหาร Gen Y

กฏข้อที่ 1 กล่าวชื่นชมทันทีที่เขาทำสำเร็จ (Rule #1 – Gen Y Needs Real-Time Positive Reinforcement to Measure Success)

  • การได้รับการยอมรับจากนายจ้าง คือความต้องการลำดับแรกของ Gen Y
  • การชื่นชมไม่ใช่การยกยอปอปั้น เป็นเครื่องมือที่ใช้ เมื่อเห็นเขาทำได้ตามที่เราต้องการ
  • ตรงกันข้าม การดุด่าว่ากล่าวจะไม่ช่วยให้ผลงานออกมาดี

กฏการกล่าวคำชื่นชม

  • กล่าวอย่างมีความหมาย (Make it meaningful)
  • เฉพาะเจาะจงลงไป (Be specific)
  • ทำทันทีอย่าทิ้งเนิ่นนาน (Catch them in the act)
  • อย่าพูดกระทบกระเทียบ (Don't cloud the message with criticism)
  • Gen Y เติบโตในโลกไฮเทคที่ต้องมีการโต้ตอบ ถ้าเงียบแปลว่าปฏิเสธ

กฎข้อที่ 2 สื่อสารด้วยถ้อยคำที่สร้างสรรค์ (Rule #2 – Constructive Criticism is Two-Way Communication)

  • I: Invited them to partner
  • D: Disarm yourself
  • E: Eliminate blame
  • A: Affirm their control
  • L: List correct feedback
  • S: Synchronize your understanding

True to the nickname of Gen Why?

  • การพบปะพูดคุยควรเป็นแบบตัวต่อตัว
  • คนรุ่นใหม่คือ Gen Why เพราะเขาต้องการทราบเหตุผลว่าเพราะเหตุใด? ดังนั้นการอธิบายให้เข้าใจ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

การสื่อสาร 5 แบบที่ล้มเหลว (ทำให้ Gen Y ไม่ชอบ)

  • ตัดสินความ (Judgment)
  • ออกคำสั่ง (Directive)
  • ไม่ยืดหยุ่น (Inflexibility)
  • หลงตนเอง (Narcissism)
  • คำไม่น่าฟัง (Unsolicited)

กฏข้อที่ 3 การได้ทำงานที่มีความหมาย (Rule #3 – Work Must Have Meaning and Vision) คือสิ่งที่ต้องการของ Gen Y

เฉกเดียวกับเมื่อไปถามคนงานก่อสร้างว่าทำอะไรอยู่ คนแรกบอกว่ากำลังเรียงอิฐ คนที่สองบอกว่ากำลังก่อกำแพง คนที่สามบอกว่ากำลังสร้างโบสถ์ที่สำคัญ

Gen Y defines work that has value

  • มี 2 ปัจจัยที่ Gen Y ให้คุณค่าในการทำงาน คือ:
    • 1.มีทิศทางที่มีความหมาย
    • 2.ตรงกับจุดมุ่งหมายGen Y ต้องการเห็นผลระยะสั้น ไม่เกิน 2-3 ปี
  • วิสัยทัศน์ของบริษัท ควรจริงใจ

Leadership Transparency Model บริษัท ควรมีความโปร่งใสของการนำองค์กร ในเรื่อง

  • ข้อมูล (Data)
  • ปัจจัยนำเข้า (Input)
  • กระบวนการ (Process)

กฏข้อที่ 4 มีอะไรจะให้ช่วยเหลือบ้าง ? (Rule #4 – Ask "What Can I Do For You?" Not: "What Can You Do for Me?")

  • กฏข้อนี้ไม่ได้ใช้กับวันแรกที่ทำงาน แต่ต้องประกาศให้รู้ ตั้งแต่โฆษณารับสมัครคนงาน
  • สำหรับ Gen Y การเรียนรู้คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
  • Gen Y ต้องการทำงานอย่างฉลาด ไม่ใช่ทำงานหนัก

กฏข้อที่ 5 ช่วยกันทำงาน (Rule #5 – The Work World is a Social Community)

  • Gen Y ชอบทำงานด้วยกันตั้งแต่ต้นจนจบ
  • ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง
  • การประชุมต้องมีจุดหมาย และต้องการผลสำเร็จที่แน่นอน
  • ทำให้แล้วเสร็จ และไม่มีการกินแรงกัน

กฏข้อที่ 6 เป็นมืออาชีพแบบส่วนตัว (Rule #6 – Being Professional Means Getting Personal)

  • ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ ต้องทำแบบโปร่งใส
  • ความโปร่งใสหมายถึงความไว้วางใจกัน

สิ่งที่ Gen Y อยากรู้ 4 เรื่อง (เตรียมหาคำตอบไว้ด้วย)

  • ท่านเริ่มอย่างไร ?
  • อะไรคือค่านิยมของท่าน?
  • ท่านทำอย่างไรจึงมีวันนี้ได้?
  • ท่านมีจุดหมายสู่ที่ใดต่อไป?

ความเป็นเฉพาะตัวของ Gen Y

1.มีความเชื่อมั่นในตนเอง (Self esteem)

2.มีพลัง (Power)

3.เน้นเทคโนโลยี (Technological authority)

4.ทำทันที (Immediacy)

5.มีลักษณะเฉพาะตน (Customization)

6.มีความร่วมมือกัน (Concurrency)

สรุป การบริหารบุคลากรที่เป็น Gen Y

  • Rule #1 – Real Time Positive Reinforcement (ชมทันทีที่สำเร็จ)
  • Rule #2 – Two-Way Constructive Criticism (พูดอย่างสร้างสรรค์)
  • Rule #3 – Work Has Meaning and Vision (ให้งานที่มีความหมาย)
  • Rule #4 – What You Can Do for Them (ให้การสนับสนุน)
  • Rule #5 – Work Can Be Fun (ชอบทำงานเป็นทีม)
  • Rule #6 – Get Personal (สร้างความคุ้นเคยเฉพาะตัว)

***********************************

หมายเลขบันทึก: 585811เขียนเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2015 19:03 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2015 19:03 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี