มองออทิสติกไทย ในมุม 'Next Gen'

สวัสดีเดือนที่ 2 ของปี 2015 และวันที่ 2 ของเดือนกุมภาพันธ์ วันนี้พวกเรา นักศึกษา กิจกรรมบำบัดปี 3 มีความตื่นเต้นและคึกครึนเป็นพิเศษในวันนี้ เพราะอะไรน่ะหรือ?

เพราะวันนี้มีพรีเซ็นต์วิชา หลักฐานเชิงประจักษ์หรือชื่อเต็มก็คือ

"evidence-based practice in occupational therapy" ของ อ.ดร.ศุภลักษณ์ เข็มทอง

ด้วยรักและเคารพพวกเราตื่นเต้นมากๆๆ เพราะการพรีเซ็นต์ครั้งนี้ค่อนข้างจริงจังและบ่งบอกถึงศักยภาพในการหา evidence-based practice(EBP) พวกเรา เราจึงทำเต็มที่เพื่อไม่ให้อาจารย์ผิดหวังค่ะ เย้ๆ

มาเข้าเรื่องกันเถอะ กลุ่มของเราได้คำถามมาจากคาบก่อนที่ถามว่า

" นักกิจกรรมบำบัดในไทยฝึกผู้รับบริการ ออทิสติก(Autism Spectrum Disorder)โดยใช้Developmental และ Sensory integration FoR เป็นส่วนใหญ่ เราในฐานะนักศึกษากิจกรรมบำบัดมองวิธีการเหล่านี้อย่างไร และควรใช้การรักษาแบบใด"

จากคำถามข้างต้นกลุ่มของพวกเราจึงได้ระดมสมองกันหาคำตอบ เขียนๆลบๆอยู่นานพอควร จนได้เป็น Mindmipping ชิ้นเอกรูปนี้!!!

แต่เมื่อได้มาแล้ว สิ่งที่เราจะทำต่อไปคือ การหาหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อมาสนับสนุนความคิดของพวกเรานั้นเอง

เรามาเริ่มกันที่

  • 1.Pathology

ตาม เกณฑ์คู่มือการวินิจฉัยโรคทางจิตเวชฉบับล่าสุด DSM-5 (2013)

ออทิสติก (Autism Spectrum Disorder)

อาการและอาการแสดง

  • ด้านปฎิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น (Social Interaction)
    • ไม่ใช้ภาษาท่าทาง เช่น ไม่สบตา ไม่แสดงสีหน้า
    • สร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นไม่เหมาะสม
    • ไม่อยากเข้าร่วมทำกิจกรรมกับบุคคลอื่น
    • ไม่ตอบสนองทางอารมณ์กัลสังคม
  • ด้านภาษาและการสื่อสาร (Language and Communication)
    • พัฒนาด้านการพูดล่าช้า หรือไม่สามารถพูดได้
    • ไม่สามารถเริ่มต้นบทสนทนา หรือไม่สามารถต่อบทสนทนาต่อเนื่องได้
    • ใช้คำพูดซ้ำๆ หรือใช้ภาษาที่บุคคลอื่นไม่เข้าใจ
    • ไม่สามารถเล่นสมมติ หรือเล่นตามจินตนาการได้
  • ด้านกิจกรรมที่ทำและความสนใจ (Activities and Interest)
    • หมกมุ่นกับพฤติกรรมซ้ำๆ
    • มีความสนใจที่จำกัด
    • ยึดติดกับกิจวัตร ไม่สามารถยืดหยุ่น
    • ทำกิริยาซ้ำๆ เช่น สะบัดมือ เล่นมือ หมุนตัว เป็นต้น
    • สนใจหมกหมุ่นกับบางส่วนของวัตถุ

อ้างอิง

American Psychiatric Association (2013) Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders. 5th ed. Arlington, VA: American Psychiatric Association.

  • 2.การรักษาในต่างประเทศ


กรอบอ้างอิงในการรักษาที่นิยมใช้

การบูรณาการประสาทรับความรู้สึก (Sensory Integration Frame Of Reference)

จิตวิทยาพัฒนาการมนุษย์ (Psychosocial Frame Of Reference)

Model of Human Occupation (MOHO)

รูปแบบการประเมิน

  • (1)สัมภาษณ์
  • (2)ประเมินโดยเครื่องมือมาตรฐาน
  • (3)สังเกตุผู้ป่วยขณะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

รูปแบบการรักษา

(1) Play therapy (2) Sensory integration training

(3) Sensorimotor stimulation (4) Pre-school training

(5) Early intervention (6) Snoezelen therapy

เป้าประสงค์ของการรักษา

(1) เพิ่มทักษะความสามารถของช่วงความสนใจและการจดจ่อ

(2) เพิ่มทักษะการสื่อสารและทักษะทางสังคม

(3) จัดการกับระบบรับความรู้สึกที่ผิดเพี้ยนหรือแปลผลผิดพลาด

(4) เพิ่มทักษะการช่วยเหลือตนเอง

(5) เพิ่มทักษะทางด้านร่างกาย เช่น ทักษะการเคลื่อนไหว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ


ผลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความคล้ายคลึงกันในการปฏิบัติกิจกรรมบำบัดในผู้ป่วยเด็กที่เป็นออทิสติกไม่ว่าจะในประเทศมาเลเซีย หรือในประเทศอื่นๆ (Ashburner et al., 2010, unpublished report; Kadar et al., 2012; Watling et al., 1999a) ซึ่ง ส่วนใหญ่มักใช้ sensory integration แต่อย่างไรก็ตามในการประเมินยังมีการประเมินในด้านกิจวัตรประจำวันอยู่ แต่เพียงถูกมองข้ามและไม่นำมาเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาอย่างจริงจัง

อ้างอิง

Masne Kadar, Rachael McDonald and Primrose Lentin (2015) Malaysian occupational therapists' practices with children and adolescents with autism spectrum disorder. The British Journal of Occupational Therapy 78(1): 33–41.

  • 3.การรักษาในไทย

กิ่งแรกคือ

Developmental FoR.

เป็น Frame ที่อธิบายเกี่ยวกับลำดับพัฒนาการ ซึ่งประกอบด้วยหลายทฤษฎี โดยแต่ละทฤษฎีก็จะสนใจเฉพาะ Component หนึ่งๆเพื่อจะอธิบายพัฒนาการและภาวะความบกพร่องของพัฒนาการ เช่น ทฤษฎีของ Piaget ก็จะอธิบายในเรื่อง Cognitive Development ซึ่ง Developmental FoR. จะใช้เพื่อกระตุ้นการพัฒนาทักษะของเด็ก จากทักษะหนึ่ง ไปสู่ ทักษะที่สูงกว่า

โมเดลที่ส่งเสริมพัฒนาการในเด็ก Autism ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือ Model ของ Greenspan และ Wieder ชื่อ Developmental Individual Difference (DIR) Model เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางสังคม อารมณ์ และ สติปัญญา มากกว่าการเน้นที่ทักษะและพฤติกรรมเฉพาะ โดยใช้เทคนิค Floortime ในการสร้างสัมพันธภาพกับเด็กควบคู่กันไป

"เทคนิค Floortime" คือ เทคนิคที่ใช้ในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก Autism ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านสื่อสาร ,การรู้คิด ,การแสดงออกทางอารมณ์ ประกอบด้วยการประเมินและส่งเสริมพัฒนาการตามระดับพัฒนาการทั้ง 6 ระดับ (six developmental milestone) ของ Greenspan ได้แก่

  • ระดับที่1 : การควบคุมตัวเองและสนใจโลกภายนอก
  • ระดับที่2 : ความใกล้ชิดทั้งกับผู้ปกครองและผู้บำบัด
  • ระดับที่3 : การสื่อสารสองทาง
  • ระดับที่4 : การสื่อสารที่ซับซ้อน
  • ระดับที่5 : ความคิดสะท้อนอารมณ์
  • ระดับที่6 : การคิดอย่างมีเหตุมีผล

ซึ่งเราต้องประเมินระดับพัฒนาการเด็ก Autism ในทุกๆวัน เพราะระดับพัฒนาการของเด็ก Autism นั้นเปลี่ยนแปลงในทุกๆวัน เช่น เมื่อวานเด็ก Autism อาจมีระดับพัฒนาการอยูในระดับ 3 แต่พอมาวันนี้อาจมีระดับพัฒนาการอยู่แค่ระดับ 2 เราจึงจำเป็นต้องประเมินและพัฒนาเป็นตามขั้นในแต่ละวัน

จุดเด่นของเทคนิคนี้ คือ เป็นเทคนิคที่แตกต่างจากโปรแกรมอื่น เพราะดูในเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล ความสามารถพัฒนาด้านภาษา,การรู้คิด และการรับรู้ทางอารมณ์ ไปพร้อมๆกัน ส่งเสริมให้เด็กมีลักษณะที่ยืดหยุ่นเป็นธรรมชาติ, ลดพฤติกรรมที่เป็นปัญหา,มีความหลากหลายในการใช้ภาษา,และมีความสามารถในการแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง

อ้างอิง

-ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.การส่งเสริมพัฒนาการเด็กออทิสติกด้วยเทคนิคฟลอไทม์.วารสารพยาบาลสวนดอกโรงพยาบาลเชียงใหม่.2554;ฉบับที่2:หน้า2-3.

-PAULA KRAMER,JIM HINOJOSA.Developmental Perspective:Fundamentals of Developmental Theory.In: PAULA KRAMER,JIM HINOJOSA,editors. Frame of reference For Pediatric Occupational Therapy.3 rd edition.Maryland,USA:Lippincott Williams & Wilkins;2010.p.23-29.

กิ่งที่ 2 คือ

Sensory Integration

คือ กระบวนการทำงานของสมองเพื่อจัดการกับข้อมูลที่ได้จากความรู้สึกเพื่อมาใช้ในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต

Sensory process มี4 ระดับ

ระดับแรก the sense เป็นการรับรู้ความรู้สึกพื้นฐาน 5 ด้าน คือ ด้านการมองเห็น การได้ยิน การรับรู้การเคลื่อนไหว การรับรู้สัมผัส และการรับรู้การเคลื่อนไหวข้อต่อ

ซึ่งในระดับที่ 2-4 จะเป็นการบูรณาการของความรู้สึกพื้นฐานด้วยกัน เกินความสามารถที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การทรงท่าทางไว้ การวางแผนการเคลื่อไหว การสามารถจดจ่อกับสิ่งต่างๆ การพูด ภาษา เป็นต้น ซึ่งหากสามารถบูรณาการความรู้สึกพื้นฐานทั้ง 5 ด้านรวมกับได้ ก็จะเกิด end product ที่สามารถมีสมาธิ มีการจักการสิ่งต่างๆได้สามารถควบคุมตนเองได้สมวัย มีความคิด เหตุผลและทักษะร่างกายที่สมวัย

หากมีความบกพร่องของการบูรณาการความรู้สึก จะแบ่งออกเป็น 5 แบบ คือ

  • 1.Sensory modulation disorder ความทนทานต่อการรับความรู้สึกที่อาจ มีความทนทานน้อยเกินไป มากเกินไป หรือแสวงหาสิ่งเร้า
  • 2.Sensory discrimination ความสามารถในการแยกแยะสิ่งเร้า ความรู้สึก
  • 3.Somatodyspraxia การวางแผนการเคลื่อไหวร่างกาย
  • 4.Bilateral integration การทำงานของรยางค์สองข้างร่วมกัน
  • 5.Constructional & Visuodyspraxia การมีสหสัมพันธ์ตาและรยางค์การเคลื่อนไหว

ในเด็กแต่ละคนจะมีพฤติกรรม ลักษณะการรับความรู้สึกที่แตกต่างกันไป จะทำให้การรักษาในแต่ละคนต่างกันด้วย

การรักษาทางกิจกรรมบำบัดในไทยจะใช้ SI เป็นแนวกรอบความคิดทั้งการประเมินและการรักษา

การประเมินก็จะใช้แบบประเมินเด็กที่คิดค้นโดยดร.แอร์ sensory profile และแบบสอบถามพฤติกรรมเด็กจากผู้ปกครองและครู

การรักษา จะรักษาตามพฤติกรรมของเด็กแต่ละคน ตัวอย่างกรณีศึกษา เช่น เด็กที่มีภาวะไวต่อการรับความรู้สึก จะทำการรักษาโดยใช้กิจกรรมลดความไวต่อการรับความรู้สึกในมีความคุ้นเคยและมีความทนทานต่อผิวสัมผัสที่หลากหลาย และต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองและครูในการช่วยให้เด็กมีการบูรณาการความรู้สึกที่ดีขึ้นด้วย

ผลของการรักษาจะช่วยพัฒนาให้สมองมีการรับข้อมูลความรู้สึกที่เชื่อมกันดีขึ้น สม่ำเสมอขึ้น มีการตอบสนองที่เหมาะสม ทำให้เกิดทักษะการรับรู้และเรียนรู้ที่ดีขึ้น มีสมาธิในการจดจ่อกับการได้สมวัย

และกิ่งสุดท้าย คือ

OTPF

Occupational Therapy Practice Framework เป็นกรอบอ้างอิงในผู้รับบริการทุกฝ่าย เพราะเป็นการมองผู้รับบริการในทุกๆด้าน คือ

  • 1.Occupation
  • 2.Client factors
  • 3.Performance skills
  • 4.Performance patterns
  • 5.Contexts and Environment

สิ่งสำคัญที่ OTPF มองเป็นอันดับแรกคือ Occupation ของผู้รับบริการ โดยจะดูความต้องการ(needs) ของผู้รับบริการเป็นหลัก แล้วจึงดู Client factors กับ Performance skill ว่าความบกพร่องและความสามารถอะไรที่มีอิทธิพลต่อการทำกิจกรรมนั้นๆของผู้รับบริการ อีกทั้งยังสนใจถึงบทบาทและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดย framework นี้จะเน้นการรักษาผ่านกิจกรรมการดำเนินชีวิต (Occupational based practice) ซึ่งเป็นบริบทที่ผู้รับบริการทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

อ้างอิง

David L. Nelson., Critiquing the Logic of the Domain Section of the Occupational Therapy Practice Framework: Domain and Process. The American Journal of Occupational Therapy.
[Internet]2006[cited 26 January 2015]; 511-523. Downloaded From: http://ajot.aota.org/Article.aspx?articleid=187002...

Sheryl Eckberg Zylstra., Evidence for the Use of Telehealth in Pediatric Occupational Therapy. Journal of Occupational Therapy, Schools, & Early Intervention. [Internet]2013[cited 25 January 2015]; 4, 326-355. Downloaded From: http://www.tandfonline.com/loi/wjot20

โดยหลักการของOTPF คือ การมองแบบ Holistic Approach โดย

Holistic Approach

ในการรักษานักกิจกรรมบำบัดจะต้องให้บทบาทของตนเอง สามารถให้การบริการได้ทั้งด้านจิต ด้านกายภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อวัยวะต่างๆ หรือแม้กระทั่ง Sensory Integration ในเด็ก ซึ่งใช้อย่างมากในเด็กกลุ่ม Autism

ไม่ว่าจะด้านใดก็ตามการให้การบริการจะต้องอย่างเป็น Holistic ตั้งแต่เมื่อมนุษย์คนหนึ่งได้เกิดมา จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิต อ้างอิงตาม Domain & Process ในทุกๆด้าน ซึ่ง Domain & Process ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใช้ได้อย่างเป็น Holistic Approach มากที่สุด ถ้าหากผู้รับบริการมีปัญหา หรือสามารถทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตได้อย่างยากลำบาก ก็เป็นหน้าที่ของนักกิจกรรมบำบัดที่จะต้องปรับปรุงคุณภาพชีวิตของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นด้าน Physical Mental Emotional และ Spiritual

อ้างอิง

- Jane Case-Smith, Heather Miller. Occupational Therapy With Children With Pervasive Developmental Disorders.1999 ;506-5113.

- Steven Hubbard. Towards a Truly Holistic Approach to Occupational Therapy. British Journal of Occupational Therapy.1991;415-418.

เย้ๆและนั้นก็คือสิ่งที่เราได้ทำการพรีเซ็นต์ไปในวิชานี้

สรุปแล้ว ออทิสติก(Autism Spectrum Disorder)เป็นหนึ่งในโรคกลุ่ม PDD (Pervasive development disorder) ปัญหาที่พบก็จะมี ด้านภาษา การสื่อสาร ทักษะทางสังคม ทักษะทางการเล่น การเคลื่อนไหว ด้าน Cognitive รวมทั้งสมาธิของเด็ก การนำ Domain & Process มาใช้จึงเป็นวิธีการที่ครอบคลุมทุกๆทักษะการใช้ชีวิตของเขา และนอกจากนี้OTPF จะดึงกรอบอ้างอิงอื่นมาใช้ร่วมด้วยเพื่อประสิทธิภาพในการวางแผนการรักษาผู้รับบริการ

สุดท้ายนี้...

ขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่มาร่วมเรียนรู้ไปด้วยกันค่ะ ^^

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดของฉัน



ความเห็น (5)

อ่านแล้วได้ความรู้ขึ้นมากๆเลยค่ะ ขออนุญาตเอาข้อมูลตรงนี้ไปใช้ประกอบตอนเรียนด้วยนะคะ

ขอบคุณพี่ๆที่นำมาแบ่งปันค่ะ :)

เขียนเมื่อ 

เป็นบล็อกที่ดีมากมากเลยค่ะ ได้รับความรู้เยอะมาก ขอบคุณสำหรับความรู้ที่แบ่งปันกันนะค่ะ ^^

ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันความรู้ดีๆให้ได้อ่านกันค่ะ

เขียนเมื่อ 

ได้รับความรู้ในเรื่องออทิสติกมากขึ้น

ปัจจุบันอัตราการเกิดของเด็กออทิสติกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อได้อ่านบทความนี้แล้วรู้สึกได้รับความรู้มากขึ้นเลยค่ะ