ปี ๒๕๕๗ โครงการ "โรงเรียนชีววิถีอีสานเพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยังยืน" ณ บ้านบ่อแก บ่อทอง ต.เลิงแฝก อ.กุดรัง จ.มหาสารคาม ที่ดำเนินการโดยวิทยาลัยการเมืองการปกครอง ได้รับการเชิดชูเป็นหลักสูตรต้นแบบและชุมชนต้นแบบเนื่องในการบริการวิชาการแก่สังคมในมิติ ๑ หลักสูตร ๑ ชุมชน
และที่สำคัญ คือ ชุมชนสามารถต่อยอดองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ด้วยการนำเสนอโครงการต่อสำนักงานกองทุนสนับสนุนและส่งเสริมสุขภาพ (สสส.) จนได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินงานโครงการ "พื้นที่อาหารปลอดภัย" อย่างน่าชื่นชม ก่อเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ช่วยเหลือกัน และมุ่งมั่นที่จะสร้างชุมชนให้มีความมั่นคงทางอาหาร โดยมีธงอันเป็นหมุดหมายที่เป็นรูปธรรม คือชุมชนสุขภาวะ (อาหารปลอดสารพิษ)
โครงการพื้นที่อาหารปลอดภัย เป็นการต่อยอดจากโครงการ "โรงเรียนชีววิถีอีสานเพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยังยืน" ที่ประกอบด้วยวัตถุประสงค์การดำเนินงาน ๓ ประเด็น คือ
(๑) ยกระดับแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ให้เกิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ชีววิถีอีสานเพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน
(๒) สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้เกิดศูนย์การเรียนรู้ชีววิถีอีสานเพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนอันเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสาธารณะ โดยใช้หลักการบริหารจัดการองค์กรในการขับเคลื่อน
(๓) เพื่อส่งเสริมชุมชนให้เป็นต้นแบบในการดำเนินชีววิถี ลดการใช้สารเคมีและสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยชุมชนเพื่อชุมชน
ภาพรวมการดำเนินการคือการมุ่งสร้าง "ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ" ของโรงเรียนชีววิถีอีสาน เพื่อก่อให้เกิดพลังของการขับเคลื่อนเรื่องความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนแก่ชุมชน ผลการดำเนินงานดังกล่าวก่อเกิดเป็นรูปธรรมทั้งในส่วนงานวิชาการของมหาวิทยาลัยมหาสารคามและรูปธรรมของชุมชน ดังนี้
- เกิดการบูรณาการและผลลัพธ์ในรูปแบบ ๔ IN ๑ มิติการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ครบทุกมิติจากความร่วมมือของคณาจารย์ นิสิต บุคลากร และชุมชนเข้มแข็ง
- เกิดการบริหารจัดการร่วมกันของคนในชุมชนและร่วมกับภาคีเครือข่ายในระดับชุมชน ตำบล อำเภอ และภาคประชาสังคม
- เกิดศูนย์การเรียนรู้ชีววิถีอีสานเพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน อันเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเพื่อสาธารณะประโยชน์ในทุกระดับ
- เกิดการขยายผลโดยชุมชนนำองค์ความรู้ที่ได้จาก โครงการ ๑ หลักสูตร ๑ ชุมชน ไปขอทุนดำเนินโครงการ "พื้นที่อาหารปลอดภัย" ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนและส่งเสริมสุขภาพ (สสส.)
กรณี โครงการ "พื้นที่อาหารปลอดภัย" นี้จึงนับเป็นภาพสะท้อนที่สื่อให้เห็นถึงความสำเร็จของการ "เรียนรู้คู่บริการ" ระหว่าง "มหาวิทยาลัยมหาสารคามกับชุมชน" ภายใต้นโยบายเชิงรุกการบริการวิชาการแก่สังคม (๑ หลักสูตร ๑ ชุมชน) อย่างเด่นชัด
เป็นความสำเร็จที่สื่อให้เห็นถึงศักยภาพของชุมชนอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะชุมชนสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้จากการทำโครงการร่วมกับมหาวิทยาลัยฯ ไปต่อยอดด้วยการขอรับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนและส่งเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อขับเคลื่อนให้ชุมชนมีความเข้มแข็งในเรื่องของการอาหาร หรือ ชีววิถี เช่น...
- เกษตรปลอดสารพิษตั้งแต่กระบวนการผลิต
- การใช้ประโยชน์
- การบริโภค
- การแบ่งปันความรู้และผลผลิตในชุมชน
- การนำไปค้าขายสร้างรายได้ให้กับชุมชน
ปัจจุบันชุมชนเกิดความตระหนักเรื่องความปลอดภัยของอาหารมากขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด เกิดครัวเรือนต้นแบบ ๘๐ ครัวเรือนที่เกาะเกี่ยวเป็นพลังในชุมชน ซึ่งครัวเรือนดังกล่าวหันมาปลูกผักปลอดสารอย่างจริงจัง มีการจัดการความรู้ร่วมกัน หวนกลับไปสู่วิถีเกษตรกรรมดั้งเดิมของชุมชน คือ "ปลูกอยู่ปลูกกิน"
นอกจากนี้ยังเกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกันภายในชุมชนผ่านรูปแบบอื่นๆ เช่น มอบ "กล้าไม้" เป็น "ของชำร่วย" ในงานพิธีต่างๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยในเชิงสุขภาพและความมั่นคงทางอาหารในชุมชน รวมถึงชุมชนอื่นๆ ทั้งในระดับตำบล และอำเภอ
เช่นเดียวกับการตั้งต้นที่จะระดมความคิดสู่การกำหนดนโยบายสาธารณะร่วมกันเกี่ยวกับพื้นที่ปลอดสารเคมีในชุมชน ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือถึงแนวทางที่จะผลักดันร่วมกัน
ด้วยเหตุดังกล่าวนี้จึงนับได้ว่าการที่ชุมชนสามารถ "คิดและเขียนโครงการ" หรือ "นำเสนอโครงการ" จนได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นๆ เช่นนี้คือความสำเร็จที่น่ายกย่อง เป็นความสำเร็จที่สามารถเรียกตนเองว่า "ต้นแบบ" ได้อย่างไม่เขินอาย
- เพราะชุมชนได้ตระหนักถึงแนวทางของการขับเคลื่อนและต่อยอดด้วยตนเอง สามารถดึงพลังภาคีภายนอกกลับเข้ามาช่วยพัฒนาชุมชนได้อย่างมีศักดิ์ศรี และยังยึดโยงอยู่กับมหาวิทยาลัยฯ เพื่อให้มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็น "พี่เลี้ยง" แก่ชุมชนต่อไป มิใช่ทำงานร่วมกันแค่ครั้งเดียวแล้วยุติบทบาทต่อกันและกันลงอย่าสิ้นเชิง โดยไม่คำนึงถึงความเข้มแข็งและยั่งยืนที่ต้องเรียนรู้คู่บริการ หรือขับเคลื่อนร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
หมายเหตุ เรื่องและภาพ โดยอ.วชิรวัตติ์ อาริยะสิริโชติ/พนัส ปรีวาสนา
จำได้ว่าตอนที่อาจารย์ของวิทยาลัยการเมืองเล่า
ท่านเล่าอย่างภูมิใจ
แต่เสียดายไม่มีโอกาสได้ลงพื้นที่
แต่สนใจเรื่องผักและของปลอดภัยในชุมชน
ได้ของแถมเป็นกล้าไม้ของฝากด้วย
ขอบคุณมากๆครับ สำหรับบันทึกดีที่เขียนให้อ่านเสมอๆ
ใช่เลยค่ะ เรียนรู้คู่บริบท .... เป็นอะไรที่เหมะสมกับบ้านเรา เมืองไทย นะคะ
มาร่วมสนับสนุนพื้นที่ปลอดภัยทางอาหารค่ะ...