บ่อยครั้ง เราคุ้นชินกับการเชื่อว่าพระอาทิตย์ขึ้น คือสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้น
วันเป็นวันใหม่ ชีวิตใหม่ การงานใหม่
ในทุกๆ ครั้งที่เราหม่นเศร้า เราก็มักปลอบประโลมตัวเองเสมอประมาณว่า
"เดี๋ยวก็เช้าแล้ว" ซึ่งนั่นก็หมายความว่า รุ่งเช้า คือการเริ่มต้น-
ทว่าในความเป็นจริง หลายชีวิต กลับเริ่มต้นชีวิตเมื่อพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า
ฉะนี้แล้ว จึงอาจไม่มีนิยามใดเป็นสากล
ไม่สำคัญว่าชีวิตในซีกโลกใดจะเห็นพระอาทิตย์ฉีกยิ้มกับขอบฟ้าก่อนหรือหลัง
สำคัญคือเมื่อใช้ชีวิตแล้ว มีเรื่องราวใดชวนค่าต่อการถวิลถึงบ้างเท่านั้นเอง
บ่อยครั้ง ชีวิตเริ่มโตขึ้น ยิ่งเหมือนว่าเราเริ่มห่างไกลไปจากบ้านทุกขณะ
เข้าเรียน ก็เริ่มออกจากบ้าน
เรียนสูงขึ้น ยิ่งไกลห่างออกจากบ้าน
เรียนจบ-ทำงาน ก็ยิ่งห่างไกลไปจากบ้าน
หลายต่อหลายครั้ง หลายต่อหลายชีวิต
กว่าจะได้กลับบ้านในแต่ละครั้ง ต้องพึ่งพิงเทศกาลสำคัญๆ ในทางสังคม
ทั้งๆ ที่บ้านคิดถึงเราอยู่ตลอดเวลา คิดถึงแบบไม่มีฤดูกาล-เทศกาล
ทุกๆ ที่บนโลกใบนี้ ก่อเกิดและดำเนินไปอย่างเงียบๆ
ทุกๆ ที่มีเรื่องเล่าของตนเองเสมอ
จะโดยตัวมันเอง หรือการเฝ้าสังเกตผู้ไปเยือนก็เถอะ
แต่นั่น มันก็คือเรื่องเล่าของสถานที่ตรงนั้น
เกิดขึ้น ดำเนินไป คงอยู่ และแตกดับ
เช่นนั้นเสมอไป



สวัสดีค่ะ..อยากจะคุยเรื่องบ้านเขียนแล้วส่งไม่ได้..ส่งรูปนี้มาแทน..
ขออนุญาตนำถ้อยคำดีๆไปใช้ครับ
</span></span>
ขอบคุณครับ ;)...
มันก็เป็นเช่นนั้นเองเพราะเป็นวัฏจักรของชีวิ