บ้านมะนาวหวาน:ตอนที่ 1..สร้างบ้าน

เรื่องนี้ทำให้ผู้เขียนรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณท่านยิ่งนัก ที่ท่านรับคำเราแล้วก็ตามหาเราจนเจอ

บ้านมะนาวหวานตอนที่ 1 สร้างบ้าน

ปี 2556-2557 เริ่มลงมือปลูกบ้านด้วยเหตุว่ามหาวิทยาลัยเรียกเก็บค่าเช่าบ้านเดือนละ2,700.-บาทไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ
ถ้ารวมแล้วอยู่ที่ประมาณ สามพันห้าร้อยบาท..เงินจำนวนนี้น่าจะไม่มากสำหรับบ้านสองชั้นหลังใหญ่อยู่อาศัยได้ทั้ง 4คนพ่อแม่ลูก
แต่เมื่อคำนวณว่าจะต้องจ่ายจนเกษียณแล้วนับเป็นเงินเกือบล้านบาท! อย่ากระนั้นเลยเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย ยอมกัดฟันผ่อนเพื่อมีบ้านเป็นของตนเอง
ภาพที่เห็นด้านล่างนี้เป็นพื้นที่ที่จะลงมือปลูกบ้าน ขนาด 1 ไร่กับ 20 ตารางวา หน้ากว้างประมาณ 25 เมตร


ี่ดินที่จะทำการลงมือปลูกบ้าน


เมื่อปีพ.ศ. 2550 ผู้เขียนต้องมาทำงานที่จังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น ได้ไปกราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองประจำจังหวัดนครศรีธรรมราชได้แก่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งจำได้ว่าอธิษฐานขอให้ท่านช่วยเมตตา ลูกมาฝากเนื้อฝากตัวอยู่อาศัยในจังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว ขอท่านโปรดช่วยให้ได้ที่ดินปลูกบ้านได้โดยสะดวกแก่การทำงาน น่าจะประมาณนี้
เมื่อมาอยู่แล้ว ในเวลาว่างผู้เขียนกับสามีก็ตระเวนขี่จักรยานคนละคันไปตามชุมชนรายรอบมหาวิทยาลัย เมื่อมีเวลาว่างเช้าบ้างเย็นบ้าง ศุกร์เสาร์อาทิตย์บ้าง ไปนั่งคุยกับชาวบ้านบ้าง จนรู้จักอยู่หลายหลังคาเรือน

ล่วงมาประมาณปีที่ 2-3 ของการทำงานในราวปีพ.ศ.2553-2554 ผู้เขียนก็ให่โชคดีที่ คุณป้าหนูเอียด เจ้าของที่ดินแปลงนี้ได้บอกขายที่ของท่านให้จำนวน 1 ไร่ เนื่องจากสามีผู้เขียนเคยไปนั่งคุยอยู่บ่อยและออกปากไว้ว่าหากมีใครขายที่ดินขอให้ช่วยบอกด้วย
คุณผู้อ่านที่รัก ที่บอกว่าผู้เขียนโชคดีมาก เพราะคงมีน้อยรายที่เจ้าของที่ดินต้องมาตามผู้ซื้อ คือผู้เขียนนี้แล ให้ไปซื้อที่ดินและรีบเอาตังค์ไปจ่ายเนื่องจากคุณป้าหนูเอียดเจ้าของที่น่าจะมีความจำเป็นต้องใช้เงิน แต่ช่วงนั้น ระหว่างที่คุณป้าตามหาผู้เขียนเพื่อให้ไปซื้อที่ของท่านนี้(เนื่องจากเราไม่ได้ให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ ชื่อเสียงเรียงนามของเราท่านก็น่าจะไม่รู้ เป็นแต่เพียงว่าเราแค่ไปนั่งที่บ้านท่านไม่กี่ครั้ง คุยสัพเพเหระกันไป) ผู้เขียนมาทราบภายหลังว่าท่านต้องตามหาผู้เขียนถึง 3 ครั้ง โดยสุ่มมาหาในมหาวิทยาลัยและไม่รู้ว่าบ้านพักเราอยู่ตรงไหน เรื่องนี้ทำให้ผู้เขียนรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณท่านยิ่งนัก ที่ท่านรับคำเราแล้วก็ตามหาเราจนเจอ เพราะที่ดินรายรอบมหาวิทยาลัยนั้น หากใครรู้ใครทราบเข้า ผู้ที่มีกำลังซื้อย่อมจะต้องการอยากได้มาไว้ในครอบครองอย่างไม่ต้องสงสัย และคุณป้าหนูเอียดผู้กำลังเดือดร้อนมีความจำเป็นเรื่องเงินทองนี้ หากเป็นผู้ไม่สนใจที่เคยตกปากรับคำเราไว้แล้ว ท่านก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรอให้ผู้เขียนไปซื้อ เพราะสามารถจะไปขายกับใครก็ได้หรือเพียงติดประกาศไว้หรือบอกคนอื่นๆในมหาวิทยาลัย แน่นอนว่าขายได้โดยง่ายกว่าตามหาผู้เขียนซะอีก
ในที่สุดเป็นอันว่าเมื่อได้ที่ดินของคุณป้ามานั้น ให้นึกถึงคำที่เคยไปอธิษฐานต่อหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองนครศรีธรรมราชไว้และเมื่อมีโอกาสครั้งใดเป็นต้องไปกราบสักการะท่าน เนื่องจากที่ดินแปลงนี้อยู่ห่างจากสนามกีฬาของมหาวิทยาลัยไปไม่ถึง 2กิโลเมตรและผู้เขียนสามารถใช้รถจักรยานยนต์คู่ชีพขี่ไปทำงานทั้งไปกลับได้โดยสะดวก
นับว่าเป็นโชควาสนา คงได้สร้างบุญร่วมกันมากับคุณป้าและครอบครัว จึงได้มาปลูกบ้านในบริเวณใกล้ๆบ้านท่าน

ไผ่ดำซึ่งปลูกไว้ก่อนจะปลูกบ้าน

ต้นโมกเมื่อปีพ.ศ.2556

ลูกฟักข้าวซึ่งขึ้นเลื้อยไปตามต้นข่อย

ตอกเสากำหนดผังที่จะสร้างบ้าน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มะนาวหวาน



ความเห็น (0)