ผมเพิ่งกลับจากชุมพร ทุกครั้งที่ไปตลาดซีเฟรช แถวปากน้ำชุมพร ผมจะเห็นวิถีชีวิตที่หลากหลาย ก็ดูแปลกดี ความหลากหลายทางภาษา วิถีชีวิตนั่นเอง หวนคิดถึงปทุมธานีแถวตลาดไท และพื้นที่ใกล้เคียง ดูแล้วจะใกล้เคียงกันปากน้ำชุมพร กล่าวคือ มีผู้คนจากต่างแดนเข้ามาทำงานในประเทศไทยทั้ง พม่า เขมรฯลฯ วันก่อนผมมาจากสงขลา ยอมนั่งแท็กซี่แทนรถเมล์จากดอนเมือง เพราะดึกแล้ว ไม่มีรถไปชายแดนปทุมธานี-อยุธยา คนขับซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารบอกว่า ตัวเองนั้นไม่จ้างคนไทยแล้ว แม้แต่กุ๊กก็จ้างคนพม่า เงินเดือนก็ให้เท่าๆกับคนไทย คนพม่าแต่ละคนมีเงินเก็บไม่ใช่น้อยๆ แต่คนไทยระดับใช้แรงงาน ดูเหมือนกำลังจะตกงาน ยิ่งต่อไปเราเปิดประเทศด้วยแล้วยิ่งมีผลกระทบกับคนไทยผู้ใช้แรงงาน อย่างประมาณไม่ได้

เมื่อวานพี่สาวเล่าให้ฟังว่า วันก่อนมีตาลุงคนหนึ่งโกรธอะไรไม่รู้ ด่าแม่พม่าเสียงดังสนั่น และด่าไม่ได้น้อยๆ หนึ่งในข้อความโกรธเหล่านั้นคือ.....มันมาแย่งงานของ....หมดเลย .....(ที่ปากน้ำชุมพร)

เมื่อปีก่อนได้คุยกับเจ้าของบ้านหลังหนึ่ง (อยุธยา) เขาบอกว่า ทุกวันนี้เขาจ้างพม่าดีกว่า เพราะไม่ต้องรายละเอียดอื่นๆมากนัก เช่น สวัสดิการ อีกอย่างหนึ่งคือ จ้างได้ถูกกว่าแรงงานไทย และผมเคยคุยกับคนทำโครงเหล็กต่อเติมบ้านเจ้าของบ้าน เขาก็ไม่ใช่คนไทยเช่นกัน เขาอยู่กันเป็นครอบครัว ตอนนี้ ธุรกิจละแวกตลาดไทอย่างหนึ่งคือ การเปิดร้านขายของชำร่วยสำหรับแรงงานข้ามชาติ (ไม่อยากใช้คำนี้ เพราะเหมือนจะเป็นการดูหมิ่นความเป็นคนของแต่คนแบบกลายๆ ประมาณว่า เขาเป็นตัวอะไรสักอย่าง ทั้งที่เป็นคนเหมือนอย่างกับเรา)

ตลาดซีเฟรช ใกล้ปากน้ำชุมพรนั้น จะมีคนต่างชาติ หน้าตารูปร่างไม่แตกต่างจากคนไทย ซึ่งคนเหล่านี้ก็รักชีวิต ต้องการมีชีวิตเหมือนกับทุกๆ คน แต่สิ่งที่น่าคิดคืออะไร ในเมื่อเราแบ่งประเทศ มีเขตแดนชัดเจน ทรัพยากรของประเทศใครก็ประเทศนั้นไป การเปิดประเทศเพื่อให้แรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานนั้น บางคนเข้ามาทำงานแล้วไปได้ดีมากกว่าคนไทย คือเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยใช้ชื่อคนไทยแทน อันนี้ต้องไปดูที่ระนอง

มาถึงประเทศไทย ที่เรามีทรัพยากรดิน น้ำ อากาศ ฯลฯ ที่บรรพบุรุษส่งทอดมาให้ แต่น่าเสียดายกับยุคนี้ เราต้องจัดสรรสิ่งเหล่านี้เผื่อแผ่ให้กับคนต่างชาติด้วย ขณะเดียวกัน คนต่างชาติก็ส่งเงินไปสู่ชาติของตนๆ วิถีการดำเนินชีวิตของคนไทยก็ต้องเปลี่ยนไป จากที่บรรพบุรุษค่อนข้างเข้มงวดเรื่องระเบียบปฏิบัติ ก็กลายเป็นหละหลวม ชาวบ้านคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ในปากน้ำชุมพรนั้น คนพม่าขับรถจักรยานยนต์ไม่ค่อยใส่ใจ อยากเลี้ยวก็เลี้ยว อยากจอดก็จอด ใบขับขี่ก็ไม่มี วันก่อนก็มีอุบัติเหตุเพราะไม่ใส่ใจกับกฎจราจร

อันที่จริงก็ไม่น่ามีปัญหาเพราะเราเป็นเพื่อนบ้านกันกับแรงงานข้ามชาติ ประเทศของเราติดกัน ถ้าเราจะเปิดประตูบ้านเพื่อให้เขามาใช้สอยทรัพยากรของบ้านเรา ขณะที่เจ้าของบ้านซึ่งอยู่อาศัยมานานก็ต้องใช้สอยทรัพยากรเช่นกัน เราคงไม่ใช่เฉพาะในช่วงที่เรามีชีวิตอยู่นี้ หากแต่ต้องรักษาให้สืบทอดต่อไปถึงลูกหลาน เหลนในอนาคต

เมื่อวานความคิดนี้เกิดขึ้นกับผม "ระดับนักธุรกิจ+รัฐบาล เปิดประเทศเพื่อให้แรงงานข้ามชาติมาทำงานในประเทศไทย ขณะที่ตัวเองขอแลกกับทรัพยากร+ธุรกิจของตนกับประเทศเพื่อนบ้าน ดูแล้วมันไม่ยุติธรรมสำหรับคนไทยระดับรายได้น้อยที่ต้องใช้แรงงาน ไม่ได้ผิดอะไรที่คนต่างชาติจะมาทำงานในไทย เพราะเขาก็ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไป แต่น่าจะเป็นความพลาดกับการทำลายวิถีชีวิตคนคนไทย นาย ก. อาจได้ประมูลป่าไม้ในพม่าหรืออะไรต่อมิอะไร ขณะเดียวกันเรายอมเปิดให้คนต่างชาติมาทำงานแทนคนไทยที่เคยทำอยู่ ดูจะไม่คุ้มค่ากันเลย" ผมคิดงานวิจัยเรื่องหนึ่งทางสังคมมาบันทึกไว้ "ผลกระทบของแรงงานข้ามชาติที่มีต่อคุณภาพชีวิตของคนไทย" เพื่อพิจารณาว่า มันคุ้มกันหรือไม่กับการเปิดประเทศให้แรงงานข้ามชาติหลั่งไหลเข้ามาทำงานในประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยก็น่าอยู่อาศัยซะด้วย