ทั้งตัวมีมากและตัวมีน้อยล้วนใช้งานยาก

ดินเหนียว ดินเนื้อละเอียด มีโปตัสเซียม และฟอสฟอรัสในรูปพร้อมให้พืชใช้ประโยชน์น้อยกว่าดินเนื้อหยาบ สภาพดินเป็นกรดช่วยเพิ่มโปตัสเซียมที่ใช้ประโยชน์ได้ แต่ลดฟอสฟอรัสที่ใช้ประโยชน์ได้ในดิน

พืชต้องการธาตุหลัก ๓ ธาตุจากดินมาใช้ในการเติบโต ได้เคล็ดเรื่องดินเค็มกับธาตุไนโตรเจนแล้ว ก็ควรเรียนรู้ต่อกับอีก ๒ ธาตุหลัก ในตำราการเกษตรเขียนไว้ว่า โปแตสเซียม ส่งเสริมการเจริญเติบโตของใบ ส่งเสริมการสร้างไม้เนื้อแข็งของลำต้นพืช ช่วยให้รากพืชดูดน้ำได้ดีขึ้น ทนฝนตกชุก อากาศหนาวหรือแสงน้อยได้ดี ช่วยเพิ่มแป้งและน้ำตาลในพืช และช่วยพืชต้านทานโรคบางโรคได้ดีขึ้น

เมื่อไรพืชมีขอบใบเหลืองแล้วกลายเป็นสีน้ำตาลจากปลายใบเข้าสู่กลางใบ หรือส่วนสีน้ำตาลแห้งเหี่ยวไปจากใบล่างลามขึ้นข้างบน เมล็ดลีบมีน้ำหนักเบา หัวมีแป้งน้อยน้ำมาก ติดไฟยาก กลิ่นไม่ดี หรือใบสีน้ำตาลปนแดง ให้รับรู้ว่าพืชนั้นขึ้นในที่โปแตสเซียมน้อย

นักวิชาการเขาว่า แหล่งกำเนิดของโปตัสเซียม คือ หินและแร่หลายชนิด ใน ๓ ธาตุสำคัญ ดินจะมีธาตุโปตัสเซียมอยู่มากที่สุด โดยอยู่ในดินเหนียวหรือแร่ดินเหนียว แต่ส่วนใหญ่อยู่ในรูปที่พืชยังใช้ประโยชน์ไม่ได้ ที่พร้อมใช้ประโยชน์wfhมีน้อย

ดินที่เนื้อละเอียดหรือมีดินเหนียวอยู่มากจะมีโปตัสเซียมมากกว่าดินที่เนื้อหยาบกว่า ดินที่มีน้ำขังนานๆหรือเป็นกรดช่วยเพิ่มปริมาณโปตัสเซียมที่พืชใช้ประโยชน์ได้ นักพัฒนาดิน เขาว่า กลุ่มชุดดินแถบนี้มีสภาพเป็นกรด อย่างนี้ในดินก็มีโปตัสเซียมพอให้พืชใช้

ได้คำอธิบาย ๒ ธาตุมาอย่างนี้แล้ว ก็ยิ่งทึ่งกับการคัดเลือกพืชคลุมดินของธรรมชาติ ไนโตรเจนก็หาเองได้ โปตัสเซียมก็รู้จักหามาใช้ตามฤดูกาล พึ่งตัวเองรอดไปได้หลายเปลาะ เก่งจริงๆ

ส่วนธาตุอีกตัว ฟอสฟอรัส ตำราเขียนไว้ว่า ทำให้พืชพวกหญ้า มีลำต้นแข็ง ไม่ล้มง่าย ส่งเสริมการเจริญเติบโตในระยะแรกของรากฝอย รากแขนง เร่งให้พืชออกดอก ออกผลและสร้างเมล็ดเร็ว แก่เร็ว เพิ่มความต้านทานโรค

พืชที่ต้นแคระแกรน ลำต้นบิดเป็นเกลียว เนื้อไม้แข็ง แต่เปราะและหักง่าย รากงอกแพร่ลงไปในดินช้ากว่าที่ควร ดอกและผลไม่สมบูรณ์ หลุดร่วงหรือเล็ก ล้มง่าย ใบแก่เปลี่ยนสี หรือใบเป็นสีม่วงจากใบล่างๆของต้นขึ้นไปหายอด พืชนั้นกำลังขาดฟอสฟอรัส

ใน ๓ ธาตุสำคัญ ฟอสฟอรัสมีอยู่ในดินน้อยที่สุด ส่วนใหญ่อยู่ในรูปที่พืชยังใช้ประโยชน์ไม่ได้ ที่พร้อมใช้มีน้อยมากด้วย ดินที่เป็นกรดหรือเป็นด่างจะทำให้ฟอสฟอรัสซึ่งอยู่ในรูปพร้อมให้พืชใช้ประโยชน์ที่มีน้อยอยู่แล้วน้อยลงโดยเปลี่ยนไปอยู่ในรูปที่พืชใช้ประโยชน์ไม่ได้

ดินเหนียว ดินเนื้อละเอียด จะมีฟอสฟอรัสที่ยังใช้ประโยชน์ไม่ได้มากกว่าดินที่เนื้อหยาบกว่า

ฟอสฟอรัส ที่พืชใช้ประโยชน์ได้ละลายน้ำง่าย สลายตัวง่ายเมื่อโดนความร้อน การปล่อยให้เศษพืชที่จะใช้เป็นปุ๋ยตากแดด-ฝนจึงเท่ากับล้างฟอสฟอรัสที่มีประโยชน์ให้ละลายไปกับน้ำฝน สลายไปกับความร้อนจนหมด

อย่างนี้ที่สาบเสือทนไฟ ติดไฟไม่ไหม้ หน้าฝนใบเขียวเข้ม แตกกิ่งก้านใบมากมาย ลำต้นเหนียว หน้าแล้งหรือเมื่อฝนทิ้งช่วง ใบจะเหี่ยวไล่จากใบล่างๆขึ้นมาหายอด บางทีก็มีใบเขียวปนสีม่วงแดง ต้นจะรานกิ่งล่างๆทิ้ง แล้งมากขึ้นก็ออกดอก สร้างเมล็ดลีบเล็ก ล้วนเกิดจากการเปลี่ยนแปรของธาตุ ๒ ธาตุนี้ในดินเป็นสำคัญ

งั้นก็จดจำลักษณะที่เกี่ยวกับ ๒ ธาตุนี้ของพืชไปใช้วิเคราะห์ดินพลางๆ ก่อนไปต่อ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้โลกกว้าง



ความเห็น (0)