ยังต้องแก้ไขอีกมาก

พยามดีแล้ว แต่ยังต้องแก้ไขอีกมาก

วันอาทิตย์ที่วัด เป็นโอกาสดีๆที่ครูออกแบบให้หนูได้มั่นคงในเส้นทางอย่างต่อเนื่แงตั้งแต่วันพฤหัสบดี ต่อเนื่องถึงวันอาทิตย์ จิตชั่วๆหาช่องลอดออกมาได้ยาก การอยู่ใกล้ชิดครูบาอาจารย์ ส่งผลให้มีอาการรักษาสติมากขึ้น ประมวลย้อนกับตนเอง

วันนี้เป็นยังไง ตอนเช้าตื่นมาหลายรอบ แต่รอบที่สำเร็จคือลุกขึ้นมาแล้วเดินแต่เดินไม่นานนักก็มานั่งลงทำวัตร แล้วก็เขียนบันทึก เพราะเป็นเรื่องค้างที่ใจไปต่อไม่ได้แม้ครูไม่เอ่ยปากแต่ใจข้างในมันปั้นกิเลสขึ้นมากั้น พอข้อยัตรบกพร่องจิตมันจะแปลกๆเวลาเข้าไปหาครูบาอาจารย์ เห็นอาการมันเริ่มตั้งเค้าถ้าท่องคาถาที่ 3 ของครูทัน ใจจะคลาย รู้เลยว่า ทำไมที่ผ่านมาครูจึงออกอุบายต่างๆนานาเพื่อให้หนูมีสติ

เพราะจิตมันทำท่าทางชั่วๆแบบนี้ แล้วไม่สู้ไม่ดู แล้วยังมีหน้าไปลอยหน้าลอยตากับครูบาอาจารย์ มันบ้าแท้ๆ

เมื่อก่อนไม่เห็นพอเริ่มเห็นรำไร แม้ไม่ชัดแจ่ม กะอายย้อนหลังแล้ว ซึ้งใจเข้าไปกับความเมตตาของครูกะปุ๋ม และเห็นความมึน หยาบด้านของเจัาของ เห็นความฝึกยาก เห็นความทุ่มเทของครูบาอาจารย์ไปพร้อมๆกัน

ถ้าไม่ใช่เพีาะวิธีของครูที่ตีกิเลสขึ้นมาให้สติได้เห็น ก็ไม่มีทางยอมรับหรือแก้ไข ถ้าไม่ทำอย่างนี้กิเลสมันคงพาเฉไฉหลอกหน้าหลอกหลังเป็นแน่

ปลุกเด็กๆ ตอนเช้า ข้างในเริ่มคิดหาวิธี ปลุกตรวๆเปิดไฟไม่ได้ผล ลองใหม่ บอกว่า ถ้าไม่ลุกเดี๋ยวเอาน้ำสาดแล้วก็หลบไปเก็บของกลับมา เคาะกุฏิได้ยินเสียงลุกกันพรึบพลับ ได้เรียนรู้ว่า ใจเขาพร้อมนะถ้ารู้ช่องจังหวะ แต่ก็นั่นแหละได้แป๊บเดียว เด็กๆสดใสเป็นธรรมชาติ เขามาให้เราได้ฝึกอย่างที่ครูบอกจริงๆ

แต่พอถึงครัวเด็กๆดูสนุกสนานที่ได้ทำครัว ดีใจที่ได้สวมผ้ากันเปื้อน เหมือนมีแม่ครูเป็นไอดอล

แล้วรสชาติอาหารที่เด็กๆทำก็อร่อยทีเดียว ส่วนฝีมือหนูกับอาหารยังต้องพัฒนากันอีกนาน

เด็กๆเริ่มโต มีอะไรที่ต้องใส่ใจและเข้าใจมากขึ้น

แต่ใจหนูวันนี้ปะทุง่ายมากๆ แบบโกรธง่าย ปะทุเร็ว ระวังแทบไม่ทัน แต่ไม่ปรามก็ไม่ได้ ระลึกกับตนเอง ถามย้ำว่า "เราทำผิดไหม เกินเหตุรึเปล่า"

ถามย้ำกับตนเอง เด็กๆมาก็ควรจะได้โอกาสฝึกไปพร้อมกันใช่ไหมไม่ต้องดูเป็นน้าติ๋วแสนดีก็ได้

ที่ผ่านมาก็ไม่ได้แสนดี แค่ใจด่า แต่ปากหวานเท่านั้น

พอปรามมากๆก็ระลึกถึงครู ระลึกกราบขอขมาที่เคยดื้อให้ครูต้องคอยพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ

และสิ่งที่ครูพูดซ้ำๆก็ไม่ใช่อะไร เป็นสิ่งที่หนูต้องทำ ควรทำอยู่แล้ว แต่ไม่ยอมทำ จนครูต้องบอก

แล้วก็กลายเป็นว่าไปโกรธท่านที่คอยบอกอยู่อย่างนั้น

กรรมตกมาที่หนูรวดเร็วมากๆ รู้กับตนเองแบบใจระลึกขอขมา

แล้วก็ไม่ได้ทำสำเร็จ อืม พยายามบริกรรมกับตนเอง

ไม่ให้กิเลสที่ปะทุขึ้นมาโตขึ้น ได้บ้างไม่ได้บ้าง เอาซิ

วันนี้ทั้งวันเหตุการณ์ที่เผชิญกับกิเลสตนเอง คิดถึงแต่สิ่งที่ครูทำให้ดูแลสอนมาพอใจนิ่งลงก็เหมือนมาพักหายใจ

ในลานธรรมแค่ชั่วโมงสองชั่วโมง แต่เหมือนข้างในรบกับอะไรเยอะมากๆวันนี้

ครูเมตตามอบภารกิจให้ รู้กับตนเองว่าเป็นโจทย์ ที่ต้องรีบไปรีบกลับ โกโก้ปั่น ยิ่งทานเร็วยิ่งอร่อย ยิ่งช้ารสชาติก็ลดหลั่นลงไประลึกได้ก็สาธุกับความเป็นเลิศของครูและความเมตตาของท่านที่มอบให้

แต่แล้วภารกิจนี้ หนูล้มเหลวไม่เป็นท่า นอกจากทำภารกิจเสร็จช้าแล้วก็ยังขาดสติขับรถชนไก่ตายไป 1ตัว

ตอนนั้นข้างในเหมือนโดนฟ้าผ่า ได้บทเรียนว่า การเผลอสติเพียงชั่วขณะ สร้างหายนะได้มากมาย

แค่ชั่วขณะ นี่ขนาดตั้งใจว่า

"กูซิบ่เฮ็ดอกุศลอีกแล้ว พอแล้ว ลมหายใจที่เหลืออยู่กูซิสร้างแต่กุศล"

เหยียบไก่แบบจังเบอเร่อ ปากบ่ออกเลยข้อย

ข้างนอกน้ำตาไม่ไหลแต่สารภาพว่า ข้างในเจ็บปวด

ทุกความซับซ้อนที่เข้ามาในสถานการณ์วันนี้ ที่ครูมอบให้ คืนแบบจำลองโจทย์ชีวิตที่หนูจะต้องเผชิญ

และชีวิตจริวหนูซับซ้อนและเยอะเรื่องกว่าที่แม่ครูเมตตาให้ได้ทำมากนัก

คำตอบชัดว่า ที่เพียรมา มันไม่พอ

ทำโจทย์นี้ ไม่ผ่าน

แทนที่จะได้สร้างกุศลตามภารกิจที่ครูมอบหมายกลับ อดเลย

แถมไปสร้างกรรมเพิ่มด้วยการ ทำให้ผู้อื่นถึงตาย โดยประมาท

คิดกับตนเอง แค่ทำอย่างไรกับซากไก่ ครูเมตตาชี้ทางก่อนที่หนูจะพลาดซ้ำไปล่วงเกิน

ท่านชี้ให้ ขออโหสิกรรม ขอให้เขาได้ไปเกิดเป็นสัตว์ประเสริฐ และให้นำไปฝัง

ความตายมันแค่นี้จริงๆ อย่าว่าแต่ไก่ หนูเองก็เหมือนกัน จะมีโอกาสเหลือแค่ไหนก็ยังไม่มีคำตอบ

ช่วงบ่ายเลี่ยงมาทำภารกิจที่ครูเมตตามอบให้

ใจวนคิด กิเลสก็ยังเล่นงาน เรื่องที่ขับรถชนไก่ตาย

พยายามบริกรรม รักษาข้างในตนเอง ระลึกขออโหสิกรรมและอุทิศบุญกุศลให้เขา

ครูให้คลุมกระต๊อบ หลังแรกหนูใช้เวลานานมากๆเหมือนจินตนาการไม่ออกกับตนเอง



กิเลสตัวพิรี้พิไร ทำให้ช้า ราคะ ตัวนี้โผล่มาบ่อยๆ

เสร็จอันแรก ก็แทบหมดเวลากับตนเอง

แต่ก็ดังทำอันที่สองใช้เวลาสั้นลงมาก กวาดทำความสะอาดส่งภาพให้ครูเมตตาพิจารณา

พอถึงเวลาไปส่งเด็กๆออกมา ภารกิจของเด็กๆยังมีต่อ ระลึกว่า "แม่ครูต่อเวลาให้"

กลับมาไล่ๆทำ ยอมรับว่า งานไม่ละเอียดเลยค่ะ ใจหนูเป็นแบบนี้ตลอดเลย เวลาที่ต้องมาตะบี้ตะบันทำงานค้างให้เสร็จตามเวลา

เห็นใจตนเองตอนทำงานเลย แบบเดียวกันนี่แหละค่ะ

แถวกระต๊อบภาวนาของตนเอง ทำเป็นอันสุดท้าย

นี่ก็ชัดถึงกิเลสตัวสร้างภาพอีกตัว วิ่งทำให้ผู้อื่นก่อน เพื่อที่จะทำเหมือนว่าตนเองดูดี

หรืออีกทีคือ ตนเองไร้ระเบียบ แบบอะไรก็ได้ แต่ไม่รู้จักพัฒนา

ทำงานไประลึกคำครู "ภาวนาเป็นพัฒนาเป็น"

นี่ง่ายๆเลย ชัดๆ ถ้าครูไม่บอก ไม่ชี้ทางก็ทำไม่ได้ ทำไม่เป็น

จะมาอ้างว่าเป็นนักภาวนา มันไม่ได้เด้ เพราะมันไม่ใช่ ที่ทำอยู่มันยัง พัฒนาไม่เป็นเลย

ทุกอย่างเสร็จตอนเด็กๆเข้ามาพอดี

ศีลวันนี้ข้อหนึ่งขาดผึง ทำให้ผู้อื่นตาย ลักทรัพย์ก็ด้วยตอนแรกหาเจ้าของไม่เจอตอนเย็นแวะไปหาเขาใหม่ไปกับแม่มี ข้อสามราคะยังมีมากมาย เห็นของตนเองเห็นของผู้อื่นก็ได้แต่ถอนหายใจ. ข้อสี่ในวัดเปิดโอกาสให้ข้อนี้รักษาได้แน่วแน่ขึ้น ข้อห้าขาดสติ จนรถชนไก่ตาย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เพียงเพียรพอ



ความเห็น (0)