ชีวิตที่พอเพียง : ๒๒๙๒. อนัตตา


หนังสือ รวมบันทึกข้อคิดของพุทธทาสภิกขุ เรื่อง อนัตตา พ.ศ. ๒๔๘๐ - ๒๔๘๗ เป็นหนังสือธรรมะ แต่เมื่อผมอ่าน ผมพบว่าจิตของผมมุ่งไปทำความเข้าใจกลไกการเรียนรู้ และผมตีความว่า การเรียนรู้เรื่องนี้ มุ่งเป้าที่ผลลัพธ์ของการเรียนรู้ขั้นสูงสุด คือ การเปลี่ยนกระบวนทัศน์

เป็นการเรียนรู้ เพื่อเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ว่าด้วย " ตน" ว่าเป็นเพียงสมมติ

ดังข้อความในหนังสือ หน้า ๒๗


"ความเห็นของผู้หมดกิเลส ตรงกันข้ามกับประชานิยม

ผู้หมดกิเลส ไม่มีอะไรเหลืออยู่สำหรับค่อนแคะใคร

ผู้หมดกิเลส เป็นผู้มีเหตุผล แห่ง ผู้มีเหตุผลทั้งหลาย

ผู้หมดกิเลส ไม่มีอะไรกระทบใคร เลย, โดยไม่ต้องสำรวม!

- เหมือนกับผู้ที่ไม่มีเขา แม้ไม่ระวัง ก็ไม่ไปเกี่ยวเอาใครเข้า

อินท. ๒๘, ๖, ๘๑"


การเรียนรู้ที่สำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ คือการเรียนรู้เรื่อง ตัวตน มนุษย์ทุกคนต้องผ่านขั้นตอน ของการพัฒนาตัวตน ที่เรียกว่า "อัตลักษณ์" มีความมั่นใจในอัตลักษณ์ของตน และเคารพ อัตลักษณ์ ของผู้อื่น เยาวชนที่ไม่ผ่านขั้นตอนนี้ จะมีชีวิตที่เลื่อนลอย ไร้จุดหมาย ถูกชักจูงสู่ทางอบายได้ง่าย

ตรงกันข้าม เยาวชนที่พัฒนาส่วนอัตลักษณ์ของตนอย่างมั่นคง และเคารพอัตลักษณ์ของผู้อื่น จะมีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองต่อไป ไม่วอกแวกในด้านความประพฤติ ที่ชักจูงโดยธรรมชาติฝ่ายต่ำ

แต่เมื่อเติบโตขึ้น หากผู้ใดสั่งสมความมีอัตตาตัวตนไว้มากเกินพอดี ชีวิตก็จะไม่มีความสุข ทุกสังคม ทุกศาสนา จึงสั่งสอนเรื่อง การให้ และธรรมะข้ออื่นๆ ไว้สร้างความพอดีในชีวิต นี่ก็เรื่องของการเรียนรู้

เส้นทางการเรียนรู้ในชีวิต ของมนุษย์ ต้องผ่าน การยึดมั่น ไปสู่ การปล่อยวาง



วิจารณ์ พานิช

๕ ต.ค. ๕๗


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (5)

ผมสงสัยว่าประโยค "ความเห็นของผู้หมดกิเลส ตรงกันข้ามกับประชานิยม" น่าจะแต่งขึ้นใหม่ไม่ใช่คำของท่านพุทธทาสนะครับ คำว่า "ประชานิยม" น่าจะเป็นคำใหม่ที่สร้างขึ้นช่วงหลังๆ ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เองไหมครับ?

หากเป็นประโยคแต่งขึ้นใหม่จริง ทำให้ผมสงสัยต่อไปว่ามีข้อความที่แต่งขึ้นใหม่ในภายหลังแล้วอ้างว่าเป็นคำพูดของปราชญ์แต่ก่อนท่านอื่นๆ มากแค่ไหนครับ

น่าจะมีใครศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง น่าจะเป็นประโยชน์มากทีเดียวครับ

เขียนเมื่อ 

ผลรับ..ของการเรียน..สูงสุด..น่าจะ..จบ...อยู่ที่..นิพพานัง...ที่เริ่มต้นด้วย..อนัตตา..

(แอบคิด.ตามประสา..ยายธี..)...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณความเห็นของ ดร. ธวัชชัยครับ

ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า คำว่า "ประชานิยม" นั้น ท่านพุทธทาสใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๑ ก่อนผมเกิด ๔ ปี ผมเอาหน้าปกหนังสือ และถ่ายหนังสือหน้า ๒๗ ที่มีลายมือของท่านพุทธทาสมาลงไว้

วิจารณ์



ขอบคุณอาจารย์มากครับ ผมหลงเข้าใจมาตลอดว่าคำว่า "ประชานิยม" เป็นคำสร้างขึ้นใหม่ให้หมายถึง populist policies ในทำนองเดียวกันกับคำว่า "โลกาภิวัฒน์" หมายถึง globalization ครับ

แต่ผมคิดว่าท่านพุทธทาสใช้คำนี้ในความหมาย popular beliefs ครับ ถ้าใช้ภาษาอังกฤษเป็นตัวกลาง "ความเห็นของผู้หมดกิเลส ตรงกันข้ามกับประชานิยม" น่าจะหมายความว่า "Opinions of men who have detacted from all desires are opposite to popular beliefs" ครับ

คำว่า "ประชานิยม" เพื่อหมายถึง populist policies น่าจะยังเป็นคำที่ไม่ตรงและมีความกำกวมอยู่ไม่น้อย คำโต้แย้งพื้นๆ ที่ผมเจอบ่อยๆ คือ "ประชานิยมนั้นเมื่อประชาชนเป็นผู้นิยมแล้วมันไม่ดีตรงไหน?"

แต่โอกาสที่จะมีคำใหม่เพื่อใช้แทนคำว่าประชานิยมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคงจะยากเพราะคำนี้ใช้ในความหมายนี้มามากในช่วงหลายปีมานี้ครับ ผมเดาว่าพวกแรกๆ ที่ใช้คำนี้คือพวกสื่อสารมวลชนซึ่งเป็นกลุ่มคนที่โดยธรรมชาติแล้วเขาจะไม่ให้ความสำคัญเรื่องความหมายของคำมากเท่าผลกระทบของการใช้คำในการสื่อสารครับ

น่าจะเข้ารูปแบบเดียวกันกับคำว่า "โลกานุวัฒน์" ที่คิดโดยสื่อมวลชนแล้วได้แก้ไขเป็นคำว่า "โลกาภิวัฒน์" ในภายหลังครับ

จริงๆ ถ้าได้ความเห็นของนักวิชาการที่เป็นกลางแล้วมาคิดคำที่ตรงใช้สื่อสารครั้งเดียวรู้เรื่องน่าจะดีมากทีเดียวครับ เพราะคำว่า populist policies จะเป็นคำที่ต้องใช้สื่อสารกันในภาษาไทยกันอีกมากทีเดียวครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณครับอาจารย์ คำสอนอาจารย์พุทธทาสน่าสนใจและน่าศึกษาเสมอครับ