อานิส์ของการไหว้พระสวดมนต์

ลุงเหมย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ขอน้อมกราบคารวะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงสถิตย์ในกายตนของกัลยาณมิตรและรัตนมิตนของอีตาลุงทุกท่าน....เป็นเวลานานเกือบจะลืมกันไปแล้วสินะ.....เพราะสังขารที่แก่เฒ่า ความชรา และอาการของโรคภัยไข้เจ็บ ที่มนุษย์เราจะหลีกเลี่ยงไม่ได้....แต่ก็ขอให้มีชีวิตที่เป็นสุขก็พอแล้วนะ ถึงเวลาทำบุญก็ได้ทำบุญเยี่ยงคนอื่นเขา จิตใจเราก็เป็นสุขแล้วใช่ไหมล่ะ.....วันนี้มีเรื่องราวที่สำคัญในวิถีชีวิตบั้นปลายของคนเรามากราบคารวะทุกท่านหลังจากที่ได้มีบรรดาเพื่อนฝูง ญาติมิตรมาเยี่ยมตอนที่นอนอยู่โรงพยาบาลพร้อมหนังสือธรรมะหลายเล่ม ก็เลยประทับใจเรื่องราวเกี่ยวกับการไหวก้พระสวดมนต์ของคนเรา....ซึ่งอีตาลุงเหมยได้ขออนุญาตคัดลอกมาให้บรรดาเพื่อนกัลยาณมิตรและรัตนมิตรทุกท่าน ลองอ่านดู เสร็จแล้วก็คัดลอกติดไว้ที่หัวนอน ปฏิบัติให้เป็นกิจวัตร จนหลับตาก็เห็นและจำได้อย่างเม่นยำ.......ว่าอานิสงส์ของการไหว้พระสวดมนต์นั้นมีอำนาจของพุทธคุณจริง ๆ อันได้แก่......

. ความทุกข์ทั้งหลายย่อมหมดไป ความทุกข์ที่มีอยู่ในวิถีชีวิต จะทุกข์มากน้อยก็ตาม ย่อมจะเบาบางจางหาย และหมดไป สูญสิ้นไปอย่างแน่นอน ความสงบสุข ความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จ ความสมหวัง ความมั่นคง ในชีวิต ในหน้าที่การงาน การศึกษา ฐานะทางการเงิน ครอบครัว ความรัก สุขภาพ มิตรสหาย ย่อมเจริญรุ่งเรือง เจริญงอกงาม ออกดอกออกผลแต่ในทางที่ดี จังหวะและโอกาสที่ดี ๆ ของชีวิตเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย ในชีวิตครอบครัววงศ์ตระกูลของเรา

๒. เทวดาฟ้าดิน ปกปักรักษา คุ้มครอง เหล่าเทวดาฟ้าดิน ผู้มีตาทิพย์ หูทิพย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์เดช จะให้ความรักความเมตตา ตามคุ้มครอง ปกป้องรักษาเราให้รอดปลอดภัย ให้มีชัยชนะ ให้มีโชค มีลาภ มีความสุขสวัสดีทั้งหลับทั้งตื่น เหล่าเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ตลอดถึงสัตว์ทั้งหลาย พวกภูติผีปีศาจ คนธรรพ์ หรืออมนุษย์ทั้งหลายก็ให้ความรัก ความเมตตารักษาเราเช่นกัน หากมีผู้ตั้งตัวตั้งจิตคิดให้ร้าย คิดปองร้าย คิดเป็นศัตรู จองเวรจองกรรมต่อเรา เขาทั้งหลายเหล่านั้น ก็จะค่อย ๆ เกิดความกลัว เกิดเมตตา ยอมรับกลับจิตเปลี่ยนมาเป็านมิตรกับเรา หรือไม่ก็แพ้ภัยไปเอง ถ้าหากยังขัดขืนทำเราเช่นนั้นอยู่

๓. หมดหนี้เวร หนี้กรรม หากเรายังมีหนี้เวร หนี้กรรมที่ได้เคยก่อกรรม ทำไม่ดีไว้ในชาติปางก่อน และชาติปัจจุบันนี้ หรือว่าเคราะห์เวร เคราะกรรมที่จะเกิดขึ้น จะมีขึ้นแก่เรา ครอบครัว และวงศ์ตระกกูลก็ย่อมจะเปลี่ยนแปรจากหนักเป็นเบา เบาเป็นบาง และจางหาย กลายเป็นอโหสิกรรมได้ในที่สุด อุปสรรคและปัญหาที่หนักหนาสาหัสสากรรจ์ ที่แวะเวียนมาสู่ชีวิตเรานั้น ก็จะสอบผ่าน ก้าวพ้นไปด้วยดีอย่างง่ายดาย อย่างเหลือเชื่อ อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ภัยพิบัติอันตรายต่าง ๆ นา ๆ ที่เกิดจากธรรมชาติก็ตาม จากภ๔ติผีปีศาจ วิญญาณที่ชั่วร้าย และมนต์ดำคุณไสย์ก็ตาม หรือสิ่งที่ชั่วร้ายที่เรียกกันว่าลมพัดลมแพก็ตาม ก็ไม่อาจทำอะไรเราได้ เราจะพบกับความแคล้วคลาดปลอดภัยได้ชัยชนะเป็นอย่างดี

๔. เป็นผู้มีสุขภาพดี ไม่มีโรคเบียดเบียน โรคร้ายทั้งหลาย ที่เกิดมาจากบาปเวรบาปกรรมก็ตาม จากจิตที่เกิดมาก็ตาม และที่เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง เช่น จากดินฟ้าอากาศ จากอาหาร จากสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษก็ตาม ก็จะรักษาให้หายได้อย่างง่ายดาย อย่างอัศจรรย์ โรคที่เรื้อรังหาสาเหตุไม่พบไม่เจอจะค่อย ๆ หาย ค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ ไป ยาที่เคยกินเลยไม่ดีไม่หาย คนที่กินแล้วไม่หาย ไม่ได้ผล เรากินก็ดี ก็หาย ไปหาหมอ พบหมอ ก็พบแต่หมอที่มีความสามารถ ทีเก่ง ที่รู้จริง ที่สามารถช่วยรักษาให้หายได้ บางครั้งก็ได้ยาดี มากินมารักษาทำให้โรคที่เป็นอยู่หายได้

๕. กลับเหตุร้ายให้กลายเป็นดี เปลี่ยนเหตุการณ์ที่เลวร้าย ที่กำลังให้ผลร้ายอยู่ในขณะปัจจุบันนั้นให้กลับกลายเป็นเรื่องที่ดี ที่งาม ที่พึงพอใจ สบายอกสบายใจ แก้ไขได้ดั่งใจ สำเร็จลุล่วงผ่านไปได้ด้วยดี

๖. สมหวัง สมปรารถนา อันว่าความปรารถนา หรือความต้องการในสิ่งที่เป็กนไปโดยชอบ ประกอบด้วย ศีล ด้วยธรรม มีคุณ มีประโยชน์ต่อโลก ต่อแผ่นดิน เป็สิ่งที่ไม่ผิดศีล ไม่ผิดธรรมแล้ไซร้ ย่อมจะสำเร็จผลได้อย่างเร็วพลันทันที สมหวัง สมความปรารถนาได้อย่างง่ายดาย

๗. เจริญบุญ เจริญกุศล เจริญมรรค เจริญผล เจริญปัญญา บุญกุศลก็ตาม คุณธรรมก็ตาม ที่ยังไม่เกิดขึ้น ก็จะเกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นแล้วก็ตั้งมั่นถาวรไม่เสื่อมง่าย ส่วนบาปกรรม อกุศลกรรม ความชั่วทั้งหลายที่ยังไม่เกิด ก็ไม่มีช่องทางที่จะเกิดขึ้นได้ และที่เกิดขึ้นแล้ว ก็ย่อมเสื่อมไปสูญไป " ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม " ( ธมฺโม หเว รักขติ ธมฺจารี )

๘. สุขภาพจิตดีเยี่ยม สุขภาพจิคที่หงุดหงิดคิดมาก เศร้าหมองกระวนกระวายแบบชนิดที่ร้อนอกร้อนใจ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ก็จะสงบระงับดับไป ปรับเปลี่ยนสภาพจิตใจให้เบิกบาน ผ่องไส แจ่มใส เกิดความเย็นอกเย็นใจ มีชีวิตที่เป้นไปอย่างสะอาด สว่าง สงบ รู้ตื่น เบิกบาน สุขสดชื่นอยู่ได้ตลอดเวลา

๙. หลับก็เป็นสุข ตื่นก็เป็นสุข เวลานอน ก็จะนอนหลับอย่างมีความสุข ไม่มีฝันร้าย ฝันก็ฝันแต่เรื่องที่ดี ที่เป็นมงคล ไม่ฝันในสิ่งที่ไร้สาระ ส่วนมากมักจะไม่นอนฝัน ครั้นพอตื่นขึ้นมาก็จะม่ความสุข สดชื่นพบแต่สิ่งที่ดี สิ่งที่เป็นมงคลในชีวิต ยืน เดิน นั่ง นอน ที่ตรงไหน ที่ตรงนั้นก็จะเกิดความเป็นมงคลเกิดขึ้น

๑๐. ไม่เป็นคนที่ประมาท ขาดสติ เป็นคนมีสติปัญญาสมบูรณ์ ไม่เป็นคนประมาท ขาดสติ ขาดปัญญาในการดำเนินชีวิต ใช้ชีวิตเป็น รู้เห็นและเข้าใจในบาปบุญคุณโทษ มีประโยชน์ไม่ไร้ประโยชน์ รู้จักการควบคุมจิต หักห้ามใจไม่ให้ทำ ไม่ให้อยาก ไม่เป็นคนประเภทที่รู้อยู่ว่าผิด แต่ก็ยังฝืนทำอยู่ และก็ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก

๑๑. จิตมีสมาธิ จิตย่อมมีพลัง และย่อมเป็นจิตที่ควรแก่การทำสมาธิ และเวลาจะทำสมาธิจิตก็สงบได้เร็ว

๑๒. ตายดี ไปดี ไม่ตายโหง ตายห่า ไม่บ้าตาย ตายด้วยอาการสงบ ตายในบุญ ตายในกุศล ตายแล้วไม่ทำให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้รับความเดือดร้อน ครั้นตายแล้วก็ได้ไปสวรรค์ ชั้นพรหมเลยก็มี

การไหว้พระสวดมนต์ คือ วิธีการดูแลรักษา ทะนุถนอมจิตของเราให้มีแต่ความสะอาด ความสว่าง ความสงบ ความสุข ความงดงาม และเพื่อพัฒนาชีวิตจิตใจของเราให้เจริญงอกงาม อยู่ในกระแสแห่งบุญกุศลเส้นทางแห่งมรรคผลนิพพานตลอดไป

คือ การเก็บคะแนนบุญ สั่งสมบารมีที่ดีกเลิศ ไว้เป็นต้นทุนเพื่อความมั่นคงของชีวิต เป็นสิ่งที่จะต้องทำเรื่อยไปจนกว่าเราจะหมดอายุขัยตายจากกโลกนี้ไป และเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำให้ได้ทุกวัน

คือ การเปิดประตูชีวิต เพื่อรับพร รับพลังแห่งความสุข ความโชคดี มีชัย มีความสำเร็จ ความสมหวัง ให้ไหลเข้ามาสู่ชีวิตของตน และครอบครัววงศ์ตระกูล ธุรกิจการงาน

คือ การเตรียมจิต เตรียมใจ ให้มีความพร้อม เพื่อรองรับความเจริญงอกงามแห่งกุศลธรรมอื่น ๆ ที่ยิ่งกว่า เช่น การนั่งสมาธิ ก็จะสงบ ง่ายขึ้น ทำบุญแบบอื่น ๆ ก็จะได้บุญได้ผลมากขึ้น

คือ การดูแลรักษาสุขภาพกาย ให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ความจำ สติปัญญา ความคิด ความอ่านดีเลิศ มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล คิดอะไรก็จะคิดได้ คิดเห็น เกิดเป็นมรรคเป็นผล ได้เป็นอย่างดี

คือ การยกชีวิตจิตใจให้สูงขึ้น เพื่อให้อยู่เหนือกระแสแห่งความทุกข์ และกิเลสตัณหา วิบากกรรม

คนที่ไม่ชอบสวดมนต์ เวลามีความทุกข์ ก็จะทุกข์นาน เวลามีปัญหา ก็มักจะหากคำตอบ หาทางออกไม่ได้ เวลาพบกับตวามสูญเสีย ก็จะพบกับการสูญเสียแบบหมดเนื้อหมดตัว เวลาเกิดความหลงมัวเมาก็ยากแก่การปรับเปลี่ยนเพื่อให้ได้สติกลับคืนมา ภัยร้าย โชคร้าย เคราะห์ร้าย สารพัดปัญหามักจะรอโอกาสหาจังหวะคอยให้ผลร้ายแ่เราอยู่ตลอดเวลา ชีวิตดูเหมือนจะมีแต่คำว่า ซวย เป็นเงาติดตามตัวไปตลอดเส้นทางชีวิต...........

........เหนื่อยกับการไหว้พระสวดมนต์ เหนื่อยกับการทำสมาธิ ดีกว่าเราต้องมานั่งเหนื่อยกับการใช้หนี้เวร หนี้กรรม ทนทุกข์ทรมานกับสิ่งที่ไร้สาระ ทั้งชาตินี้ และชาติหน้า .......

.........เมื่อใดเรามีเวลาให้กับการไหว้พระสวดมนต์ มีเวลาให้กับการนั่งสมาธิ เมื่อนั้น เวลานั้น ความสุขและความโชคดี จะมีเวลาให้กับเราเหมือนกัน.......

........หากวันนี้ยังไม่มีเวลา อย่าหวังเลยว่า พรุ่งนี้จะมีเวลา หากวันนี้ยังไม่เริ่มสวดมนต์ อย่าหวังเลยว่าพรุ่งนี้จะมีเวลาสวดมนต์........

........สวดมนต์ด้วยความจำเป็น จำยอม ฝืนใจไม่มีอารมณ์ ยังดีกว่า ไม่สวด ไม่ทำ ไม่ปฏิบัติ

ต่อไปนี้ขอกราบเท้ากัลยาณธรรมทุกท่าน อย่าหาว่าลุงนำเอาความรู้ของคนอื่นมาสอน เพราะลุงเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ดี ที่เราทุกคนทำกันอยู่แล้ว แต่ยังไม่ถูกต้อง ก็จำต้องขอบอกกล่าวโดยเอาแบบอย่างของผู้รู้ผู้ปฎิบัติมาบอกล่าวเพื่อให้เกิดเป็นมงคลของชีวิต เริ่มต้นด้วย.....

๑. บทบูชาพระรัตนตรัย ๒. บทนมัสการพระพุทธเจ้า

๓. บทไตรสรณคมน์ ๔. บทสรรเสริญพระพุทธคุณ

๕. บทสรรเสริญพระธรรมคุณ ๖. บทสรรเสริญพระสังฆคุณ

๗. บทพุทะชัยมงคลคาถา (พาหุง) เป็นคาถาพรรณาถึงชัยชนะของพระพุทธเจ้า ๘ ครั้ง เป็นชัยชนะที่บริสุทธิ์ ใช้สวดมนต์ภาวนาเพื่อให้ได้รับไชยชนะ และไม่กลับมาพ่ายแพ้อีก

๘. บทชัยปริตร (มหากา ฯ ) ๙. อิติปิโส เท่าอายุ ( ให้สวดเกินอายุ ๑ จบ เช่น อายุ ๓๕ ปี ต้องสวด ๓๖ จบ อาจจะใช้ก้านไม้ขีดไฟหรือก้านธูบ หรือเหรียญสลึง เป็นเครื่องหมาย ๑ อันหรือ ๑ ตัว แทนการสวด ๑ จบ

๑๐. บทสวดพระคาถาชินบัญชร เป็นบทสวดอาราธนาพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ พระอรหันตสาวก ๘๐ รูป และพระสูตรต่าง ๆ เข้ามาสถิตตามอวัยวะน้อยใหญ่ของตน เพื่อให้เกิดอานุภาพในการป้องกันภัยรอบด้าน และให้เกิดสิริมงคลแก่ตน

หมายเหตุ อานุภาพของพระคาถาชินบัญชร ผู้ใดสวดพระคาถาชินบัญชร นอกจากจะมีอานุภาพป้องกันภัยได้กรอบด้านและเกิดสิริมงคลขึ้นกับตนเองแล้ว บางบทยังมีอานุภาพเฉพาะด้านอีกด้วย ดังนี้

บทที่ ๓ สีเส ปะติฎฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ
ปะติฎฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร....
ใช้สวดภาวนาก่อนขับรถเดินทางไกลไปต่างถิ่น ทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย

บทที่ ๕ ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุโล
กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก

สวดภาวนาเป็นประจำ....ทำให้เรียนหนังสือเก่ง ความจำเป็นเลิศ ภาวนา ๓ จบ ทำให้ความจำในบทเรียนผุดขึ้น ทำข้อสอบได้ดี

บทที่ ๖ เกสันโต ปิติภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว

สวดภาวนาเป็นประจำ....ทำให้คนรัก คนหลง นิยทชมชอบ มีสง่าราศี ( เหมาะแก่ผู้ที่เป็นดารานักร้อง นักแสดง เป็นต้น

บทที่ ๗ กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฎฐาสิ คุณากะโร

สวดภาวนาทุกวัน เสริมความสำเร็จในด้านการพูด การเจรจาต่อรอง เหมาะแก่นักพูด ประชาสัมพันธ์

บทที่ ๘ ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ อุปาลี นันทะสีวลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเฏ ติละกา มะมะ

ใช้เสกน้ำล้างหน้า หรือเสกแป้งทาหน้า เจิมหน้าผาก ก้าวไปในที่ใดจะเป็นที่ต้องตาต้องใจแก้ผู้พบเห็น เป็นเมตตามหานิยม

บทที่ ๙ เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา
เอตาสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิดนระสา
ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา

ใช้สวดภาวนาก่อนออกจากบ้าน ทำให้ไม่มีอุบัติเหตุ มีคุณทางมหาอุด แคล้วคลาดปลอดภัยศัตรูหรือสัตว์ร้ายไม่อาจทำอันตรายได้

บทที่ ๑๐ และ ๑๑ ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง
ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาติยะสุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา

ใช้สวดภาวนาป้องกันภัยจากและอมนุษย์ทั้งหลาย ป้องกันคุณไสย ภาวนาก่อนนอนเมื่อไปค้างแรมต่างถิ่นทำให้หลับสบาย

บทที่ ๑๔ ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะฮีตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา

ใช้สวดภาวนาทุกวันทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย คงกระพันชาตรี ปัองกันสรรพาวุธต่าง ๆอย่างนี้( อุตส่าห์ท่องจนจำขึ้นใจ สามารถระลึกขึ้นได้ว่าบทใดเป็นบทใด เพิ่งมารู้ว่าแต่ละบทยังมีอานุภาพเฉพาะของพระคาถาอีกด้วย.....นี่ละสำคัญนัก ขอกราบกัลยาณมิตรและรัตนมิตรทุกท่านจงพยายาม และจงพยามยามท่องให้จำขึ้นใจ เพราะหนังสืออื่น ๆ ที่ผ่านสายตาไม่มีบทพรรณาละเอียดเหมือนอย่างนี้...อีกนิดหนึ่งนะครับ ก่อนจบ

ใช้สวดภาวนาในโอกาสที่มีเวลาน้อย หรือในยามฉุกเฉิน มีอานุภาพป้องกันคุ้มครองเช่นเดียวกับบทเต็ม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชุมพล บุญเหมย



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

มีแต่สิ่งดีดีนะคะ .... ขอบคุณค่ะ