มีกูรูด้านการพัฒนาดินแบ่งปันไว้ว่า อยากจะรู้ว่าดินดี ดินเสีย ให้ใช้จอบฟันดินดู ดินตรงไหนที่ฟันจอบไม่แรงก็เป็นหลุมได้ ดินนั้นเป็นดินซุย อุ้มน้ำ และชุ่ม ดินตรงไหนเป็นดินเสีย ดินจะแข็ง ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้นแม้แต่หญ้า ฟันลงไปแล้วจอบแทบจะหัก ฟันไม่ลง จะฟื้นดินให้ใช้พืชตระกูลถั่วและปูนขาวช่วย

อยากทำความเข้าใจความเป็นที่เป็นทาง ก็เลยให้เวลาสังเกตพื้นที่โดยรอบว่าต้นไม้ที่เห็นอยู่เป็นที่เป็นทางนั้น สัมพันธ์กับ "น้ำ" อย่างไร

ดูไปดูมาก็บังเอิญเห็นใครคนหนึ่งใช้รถใหญ่ขุดดินให้เป็นหลุม ได้ดินก็จ้วง ยก เท ใส่ลงในกะบะเหล็กที่เป็นตัวถังรถยนต์ อะฮ้า เขาขุดดินไปไหนกัน หรือว่านั่นเขากำลังทำอ่างเก็บน้ำ

ตะลอนๆไปต่อ อืม ๒ ข้างทางมีหลุมใหญ่ๆลึกๆอยู่เยอะจัง คิดในใจว่าชาวบ้านแถบนี้ชอบทำอ่างเก็บน้ำไว้เลี้ยงสัตว์หรือไร

ก็หลุมไหนที่พอมีหญ้าคลุมริมขอบเห็นมีน้ำขัง จะเห็นเจ้าตัวนี้ลงไปลุย ลงไปนอนเล่น เจ้าตัวที่ว่าผิวดำ มีเขาโค้งดำๆอยู่ ๒ ข้างหู เวลายืน ๔ ขาเปรอะดินเต็มถึงเข่า แช่ตัวเคี้ยวเอื้อง ส่งเสียงดังสบายใจ

หลุมลึกที่สุดเท่านั้นมีน้ำขัง เจ้าสี่ขาตัวดำๆนอนเล่นสบาย อย่างนี้แปลว่าดินแถวนี้เก็บน้ำได้ไม่ดีงั้นซิ อย่างนี้ก็แปลว่าต้นไม้ในพื้นถิ่นนี้น่าจะเป็นต้นไม้ที่ไม่ต้องใช้น้ำมากก็โตได้ซิ

มีกูรูด้านการพัฒนาดินแบ่งปันไว้ว่า อยากจะรู้ว่าดินดี ดินเสีย ให้ใช้จอบฟันดินดู ดินตรงไหนที่ฟันจอบไม่แรงก็เป็นหลุมได้ ดินนั้นเป็นดินซุย อุ้มน้ำ และชุ่ม ดินตรงไหนเป็นดินเสีย ดินจะแข็ง ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้นแม้แต่หญ้า ฟันลงไปแล้วจอบแทบจะหัก ฟันไม่ลง จะฟื้นดินให้ใช้พืชตระกูลถั่วและปูนขาวช่วย

ตรงที่เจอดินแข็งเป๊กไม่มีหญ้าขึ้นเลย อืม ใช่เลย ที่หญ้าไม่ขึ้น ดินตรงนั้นน่าจะไม่อุ้มน้ำไว้เลย อย่างนี้หาวิธีให้ดินอุ้มน้ำไว้จะไหวมั๊ยหนอ

ว่าแล้วก็ลองค้นเรื่องดินดู พบเรื่องที่ทำให้เข้าใจมาว่าอย่างนี้แล

- ดินทราย มีลักษณะโปร่งน้ำ รากพืชผ่านไปได้ง่าย ในฤดูแล้งน้ำในดินจะไม่พอ ทำให้พืชที่ปลูกใหม่มักจะตาย เพราะดินร้อนและแห้งจัด

- ดินเป็นหิน กรวด มีลักษณะเดียวกับดินทราย หน้าดินถูกชะล้างเหลือแต่ หิน กรวด พืชไม่สามารถเจริญเติบโตได้

- ดินดาน ดินแข็ง ดินลูกรัง เป็นดินเนื้อละเอียด ฤดูแล้งจะแห้งแข็ง แตกระแหง น้ำและอากาศผ่านเข้าได้ยาก รากไม้ยากที่จะชอนไชลงไปในใต้ดิน

- ดินพรุ เป็นพื้นดินที่มีสภาพน้ำขัง มีสภาพความเป็นกรดอย่างรุนแรง ไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้

- ดินเค็ม คือดินที่มีเกลืออยู่ในดินเป็นจำนวนมาก

- ดินถูกชะล้าง คือ ดินที่มีหน้าดินอุดมสมบูรณ์ แต่ถูกกระแสน้ำและลม พัดพาเอาหน้าดินที่มีแร่ธาตุอาหารต่อการเจริญเติบโตของพืชไป

อย่างนี้ ก่อนคิดแก้ คงต้องกลับไปทำความรู้จักดินที่ผืนนั้นโดยละเอียดแล้วละ