การจัดงานตลาดนัดความรู้และ CQI ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน 2549 ของบำราศฯ ในปีนี้มีวัตถุประสงค์ คือ

1. เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การจัดการความรู้ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนางานที่ต่อเนื่องและยั่งยืน โดยจัดให้มี

  • การนำเสนอผลงานพัฒนาคุณภาพเนื่อง เช่น CQI ข้อเสนอแนะ
  • การจัดบูทแสดงผลงานเด่น หรือความรู้ที่น่าสนใจ
  • ซึ่งในรายละเอียดของการนำผลงานพัฒนาคุณภาพและบูทที่มีในงานดิฉันได้เล่าให้ฟังมาแล้วในตอนที่ 1 ,2 ,3 และ 4 นะคะ

2. จัดเนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี ที่สถาบันบำราศนราดูรได้ปรับบทบาทภารกิจ และโครงสร้างจากโรงพยาบาลบำราศนราดูรมาเป็นสถาบันบำราศนราดูร

มาถึงตรงนี้หลายคนเริ่มสับสนและมีคำถามว่า..

"...เอ๊ะ สถาบันฯอายุเพียง 4 ปี เท่านั้นเองหรือ?"

คำตอบ ....คือถูกต้องแล้วคร้าบ.แต่ถ้าจะนับอายุโรงพยาบาลก็จะครบ 46 ปีค่ะ

ดังนั้นในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2549 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 4 ปี จึงมีพิธีบำเพ็ญกุศลถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งท่านอธิบดีกรมควบคุมโรค นพ. ธวัช สุนทราจารย์ และผู้บริหารในกรมฯ ก็ได้มาร่วมพิธีด้วย หลังจากทำบุญเลี้ยงพระเพลแล้วก็มีการร่วมรับประทานอาหารกันต่อ

 

 

หลังจากท่านอธิบดีรับประทานอาหารแล้ว ท่านก็ได้ร่วมชม "ตลาดนัดความรู้ของบำราศฯ " ด้วย โดยมีท่านผู้อำนวยการสถาบันพญ.อัจฉรา เชาวะวณิช รองผู้อำนวยการฯ กลุ่มบริการเฉพาะทาง นพ. ปรีชา ตันธนาธิป รองผู้อำนวยการฯ กลุ่มการพยาบาล คุณเยาวรัตน์ อินทอง และผู้บริหารสถาบันฯพาชมนิทรรศการ เช่น หน่วยงานควบคุมโรคติดเชื้อและงานช่างซ่อมบำรุงร่วมกันการประยุกต์เตียงให้ยกหัวเตียงขึ้น 45 องศา โดยนำเตียงที่มีอยู่มาใช้โดยมีค่าใช้จ่ายเพียง 79 บาท เปรียบเทียบกับเตียงที่ใช้ไฮโดรลิคราคา เป็นหมื่นๆ ทำให้สถาบันประหยัดต้นทุนได้มาก

 

 

ขณะยี่ยมชมผลงานหน่วยงานห้องผ่าตัดที่มีการจำลองรถเปลนอนและนวตกรรมของหน่วยงาน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น พี่เยาวรัตน์ช่วยสาธิตวิธีใช้เกือกม้าเกี่ยวรถเปลนอน 2 คันขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

 

 

แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ท่านอธิบดีไม่ได้อยู่ร่วมในภาคบ่ายซึ่งจะมีการอภิปรายเรื่อง " จาก KM สู่ Best Practice"  เนื่องจากท่านติดภาระกิจสำคัญ แต่ก็มีท่านรองอธิบดี นพ. กิตติ  กิตติอำพล มาร่วมเปิดงานและปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับการจัดการความรู้ของกรมควบคุมโรค

 

 

จบการปาฐกถาของท่านรองอธิบดีแล้วก็เป็น" เรื่องเล่าเร้าพลัง : จาก KM สู่ Best Practice" โดย วิทยากรที่มาบรรยายมีทั้งหมด 4 ท่าน และเพื่อความเท่าเทียมกันจึงเป็นหญิง 2 ท่าน ชาย 2 ท่านคือ

  1. พญ. นันทา อ่วมกุล จากกรมอนามัย,
  2. พญ. อัจฉรา เชาวะวณิช ผอ.สถาบันบำราศฯ
  3. นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิ์วัฒน์ จากกรมควบคุมโรค
  4. นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ จากกรมควบคุมเช่นเดียวกัน

โดยมีดิฉันเป็นหน้าม้า อุ๊ย..เป็นผู้ดำเนินรายการ "ผู้ชาย..ถึงผู้หญิงสวย"

ในหัวข้อ "จาก KM สู่ Best Practice"

 

วิทยากรและผู้ดำเนินรายการผู้หญิง..ถึงผู้หญิง..สวยค่ะ

วิทยากรฝ่ายชาย 2 ท่าน ใครหล่อกว่ากันเอ่ย ?

 

นโยบาย ของบำราศ ไม่นานนัก 

ต้องรู้จัก การจัดการ ด้านความรู้

เรียก KM...  MK... เท่ห์น่าดู

อยากจะรู้ วันนี้ต้อง ตั้งใจฟัง

วิทยากร ในวันนี้ ท่านดีเยี่ยม

คุณหมอนันทา ท่านได้เตรียม ใช่สอนสั่ง

ขุมความรู้ KA เล่าสู่ฟัง

ท่านศุภมิตร อยู่เคียงข้าง ด้านป้องกัน

เรื่องระบาด ความเสี่ยง เลี่ยงไม่ได้

คุณหมอธนรักษ์ ตั้งใจ ผสมผสาน

ท่านผอ. อัจฉรา ...ร่วมทีมงาน 

เพื่อจัดการ ความรู้ สู่พวกเรา....

 

สำหรับเนื้อหาสาระที่น่าสนุกสนาน น้องขวัญ Blogger ของบำราศฯ จาก http://gotoknow.org/blog/fhasai ได้สรุปไว้อย่างดี ที่นี่ค่ะ 

 

ดูซิคะผู้ฟังสนใจกันขนาดไหนเต็มห้องประชุมเลย ในภาพจะเห็นน้องอ้อ..จากสคส.และทีมงานมาร่วมแจมด้วย

 

 

เตร๊ง..เตรง...เตร่ง..เตร้ง...เรื่องเล่าเร้าพลังจบไปแล้ว เรามองดูติดตามละคร.KM .สนุกดี น่าสนใจ  แต่อย่าลืมนะคะดูละครแล้วย้อนดูตัวเราด้วย....พวกเราก็ยังคงต้องสานต่อการจัดการความรู้ต่อไป ..

KM ไม่ทำเอง..ไม่รู้และไม่ได้

KM...ต้องทำเองนะคะ...ถึงจะรู้ได้และทำได้ค่ะ