การดูพระแท้ให้เป็น (หรือ การดูเป็น) ตามหลักการนั้น

เพียงอาศัยความรู้ สายตา และความเคยชินก็พอ

แต่ความยากที่แท้จริง ของการ "ดูพระแท้" ให้เป็นนั้น

อยู่ที่...การดูความหลากหลายของพระแท้ๆที่มีในตลาดจริงๆ ให้เป็น (ตามหลักการข้อที่ 8) ของพระเนื้อผง (ที่สามารถใช้กับทุกเนื้อ)

------------------------------------------

ที่ร้านค้าพระเครื่องส่วนใหญ่ ยังไม่ใช้หลักการนี้ในการตัดสินแท้ เก๊ ........

จึงมักตีเก๊ พระที่ไม่เคยเห็น (ที่เป็นพระส่วนใหญ่ ที่มีอยู่จริงในตลาด)

และแต่ละร้านก็จะเลือกซื้อพระตามที่ตนถนัด และ มั่นใจ ประมาณว่า ไม่มั่นใจ ตีเก๊ไว้ก่อนเลย

....................................................

ดังนั้น การจับหลักการพื้นฐานให้แม่น แล้วพิจารณาตามหลักความแปรปรวนของเนื้อ การสร้าง สภาพแวดล้อม วิธีการใช้ที่ผ่านมา

ก็จะช่วยให้เราสามารถแยกแยะเก๊-แท้ ได้ดีกว่า "เซียน" และคนขายพระ (ตามหลัก ห้าพลัง ข้อที่ 4) และครบถ้วนตามหลักข้อที่ 1 ดูเป็น อย่างสมบูรณ์

เราก็จะสามารถตัดสิน และหยิบพระแท้ๆ ได้จากทุกตลาด โดยมีโอกาสพลาดน้อยที่สุด นี่คือ ความหมายของคำว่า "ดูเป็น" ครับ

-------------------------------------------------

พระสมเด็จวัดระฆังองค์นี้ ถือว่าเป็นพระแท้ที่ดูยากมากๆ เพราะ ผ่านการล้างมาอย่างแรง คราบหายไปเกือบหมด ประกอบกับเนื้อแก่ปูนดิบ ความนวลเกิดช้า เจ้าของเก่าพยายามใช้หลังจากล้าง ก็ได้แค่ขึ้นเหลืองๆประปราย คงดูไม่ออก และสงสัยไปโดนตีเก๊มา เลยถอดใจ ปล่อยสู่ตลาดล่าง นี่แหละผลของการไม่เรียน ดูและพระสักองค์ก็ไม่ได้

...................................................

จุดเด่นของพระองค์นี้ (ที่เหลือรอดจากการล้าง) คือ รอยปริด้านข้าง รอยปูไต่ คราบฟองเต้าหู้ คราบตังอิ้ว พิมพ์ทรง รอยกร่อน และการงอกของเนื้อ มวลสาร และก้อนผงพุทธคุณ

ก้อนผงพุทธคุณ จะทำให้ผิวปริออกเป็นรูปรัศมี ลองสังเกตดูตามจุดที่ผมวงไว้ครับ