วันนี้เป็นอีกวันที่เรานัดพบกันมีมุมคิดที่ค้นหาระบบความเชื่อของคนโบราณในท้องถิ่นเมืองสงขลาเก่าย่านหัวเขาแดง  เมื่อพร้อมแล้วล้อหมุนไปยังเป้าหมายวันนี้เข้าไปภายในเมืองสงขลาเก่าที่เจ้าเมืองคนแรกได้กำหนดทิศทางวางผังเมืองเอาไว้ โดยเป้าหมายแรกที่เราไปเยือนคือเจดีย์เขาน้อย

เมื่อเราไปถึงภายในวัดมีรอยฝนพึ่งตกลงมาและสักพักก็มีเม็ดฝนเบาบาง สิ่งแรกที่เราพบคือภาพผู้คนไปไหว้รูปปั้นเป็นงูใหญ่มีสถานที่วางสิ่งของเครื่องสังเวยจัดตั้งไว้อยู่รอบบริเวณนั้นและภายในมีคนมาแก้บนหรืออย่างไรไม่ทราบด้านนอกตามระเบียงมีคนหลายกลุ่มต่างมารอคอยอยู่เหมือนรอการรักษาอะไรสักอย่างนี้ละ

เราเพียงเดินผ่านมุ่งขึ้นไปยังบันไดมีพระพุทธรูปปางห้ามญาติเด่นอยู่ตรงบันไดขั้นต้น ๆ นั้นเราทำการสักการะบูชาแล้วขออนุญาตขึ้นไปยังบนเขาน้อย พอขึ้นไปได้หน่อยสัมผัสได้ว่ามียุงป่าเยอะมากเนื่องจากเป็นช่วงฝนตกซุกชุมอับชื้นแฉะระหว่างทางที่ก้าวเดินขึ้นไปตามขั้นบันไดนั้น


เมื่อเราผ่านหมู่แมกไม้ขึ้นไปก็เจอฐานเจดีย์เขาน้อยที่หลงเหลือแต่ซากมีรอยการขุดค้นสมบัติหรืออย่างไรอยู่ในสภาพถูกทิ้งร้างมานาน เราทำสักการะแล้วอนุญาตเจ้าที่เจ้าทางขอยืนถ่ายรูปด้วยกันด้วยด้านล่างสกปรกเลอะดิน

องค์เจดีย์นี้ทราบว่าเป็นศิลปะสมัยคุปตะของอินเดียมีฐานกว้างถึง 20 เมตรนับว่าใหญ่และสูงมากเห็นภาพในจินตนาการครั้งองค์เจดีย์ยังมีชีวิตชีวาเด่นสง่าน่าดูชมและเคารพศรัทธาของพุทธศาสนนิกชนแน่นอน


แล้วเราก็อำลาพุทธสถานเขาน้อยย้อนรอยลงมาตามเส้นทางมุ่งเข้าสู่ตัวเมืองสงขลาในอดีตสิ่งที่เจออีกอย่างสะดุดใจมากคือภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนดั้งเดิมที่สร้างศาลาเอาไว้ให้ผู้เดินทางได้เข้าพักค้างแรมคืน ณ ที่ศาลาแห่งนั้น ด้วยช่วงนั้นพอค่ำลงผู้คนต้องหลบเข้าที่กำบังอย่างแข็งแรงสอบถามทราบว่าเนื่องจากแถวนั้นมีเสือออกมาอาละวาดกินคนอยู่เสมอเลยเป็นที่มาของศาลาหลบเสือเป็นของโบราณหลังที่เห็นนี้แล